วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
ดาบนั้นคืนสนอง คราวนี้สนองนักการเมืองพรรคส้มจริง โดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ป.ป.ช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 เมษายนวานนี้ ว่า ในวันที่ 9 เมษายนพรุ่งนี้ ป.ป.ช. จะส่งคำร้องให้องค์คณะศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยความผิดจริยธรรมร้ายแรง ของ“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล” กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทั้งนี้ เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กำลังเร่งถ่ายเอกสารประกอบการพิจารณาส่งคำร้อง จำนวน 56 ชุด จำนวนหลายหมื่นแผ่น เพื่อส่งให้องค์คณะศาลฎีกา และฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา โดยในวันที่ 9 เมษายนพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ฝ่ายเลขาธิการ ป.ป.ช. และถ้าเห็นว่าเอกสารประกอบคำร้องต่างๆ มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ก็จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกาได้ทันที แต่ถ้าเอกสารต่างๆ ยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน อาจต้องขยับเวลาการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวันที่ 9 เมษายน จะตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาพอดีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน หากมีการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในวันดังกล่าวจริง ตามกระบวนการเป็นแค่การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จากนั้นศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะ เพื่อตรวจสอบและพิจารณาคำร้องจาก ป.ป.ช. ก่อนจะมีคำสั่งจะรับคำร้อง และให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ ซึ่งยังไม่รู้จะเป็นวันใด ทั้งหมดนี้เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกา
ย้อนไปดูว่า นักการเมืองพรรคส้มพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็น 1 ใน 44 อดีตสส.พรรคก้าวไกล ที่ติดอยู่ในร่างแหนี้ด้วย กล่าวไว้ว่า “ขอยืนยันอีกครั้งว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจโดยแท้ของผู้แทนราษฎร และเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับร่างกฎหมายหรือไม่ การทำหน้าที่ของพวกเราอย่างการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรถูกนำไปดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือ สิ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มชนชั้นนำที่ยึดกุมอำนาจในประเทศนี้อยู่ พร้อมใช้กลไกของรัฐทุกอย่างเพื่อรักษาฐานอำนาจและผลประโยชน์ของตนให้คงอยู่ต่อไปผ่านกระบวนการนิติสงคราม”
นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งก็เป็น 1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เช่นกัน โดยได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตน จากการยกโคลงของ“ศรีปราชญ์”กวีเอกสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่เขียนไว้ก่อนถูกประหารชีวิตโดยคำสั่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนและสาปแช่งให้เวรกรรมตามสนองผู้สั่งประหารที่ไม่ยุติธรรม ว่า“ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง”
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งไม่ได้เป็น 1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่น่ากังวลจากเรื่องนี้ ไม่ใช่อนาคตของพรรค แต่เป็นอนาคตของประเทศ จึงต้องยืนยันหลักการร่วมกัน ว่าการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องที่ สส. ไม่ว่าพรรคการเมืองใด หรือยุคสมัยใด ควรที่จะกระทำได้...ต้องย้ำว่าการเสนอกฎหมายโดย สส. มันไม่ควรจะนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากเรายอมรับในหลักการนี้ สิ่งที่น่ากังวลว่าในวันข้างหน้าอนาคตของประเทศเรา เราจะมีสภาผู้แทนราษฎรแบบไหน ที่ต้องมีความกังวลใจเรื่องการทำหน้าที่ในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาฯ”
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ซึ่งไม่ได้เป็น 1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เช่นกัน กล่าวไว้ว่า “ใจคอผู้มีอำนาจในประเทศนี้ จะตัดตอนองคาพยพสีส้มให้เหี้ยนเตียน ตัดแขนตัดขาให้เดินไม่ได้กันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม ท่านคิดบ้างหรือป่าวว่าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในสภาฯหรือ ประเทศเรามันจะเหลืออะไร..ประเทศเราจะอยู่กันแบบนี้หรือ ท่านเกลียดเรา หวาดกลัวพวกเรา ใช้ทุกวิธีการไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ทำให้พวกเราค่อยๆ หายไป แล้วเคยคิดไหมว่าพวกเราหายไปแล้ว คนแบบไหนที่จะเรืองอำนาจขึ้นมาปกครองประเทศนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้หรือ ?”
และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม อดีต สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เป็น“ร่องรอยดิจิทัล” หรือ“Digital Footprint”ไว้เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาว่า “กรณี 44 สส.ที่กำลังถูกพิจารณาว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่นั้น ตรงกันข้าม 44 สส. ได้แสดงให้เห็นถึงจริยธรรมของผู้แทนราษฎร เมื่อกฎหมายใดมีปัญหา อัตราโทษสูงไป ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งกัน และไม่เหมาะสมตามยุคสมัย ผู้แทนราษฎรก็เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไข เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร”
และอีก 3 ย่อหน้าที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้บัญญัติศัพท์คำว่า“นิติสงคราม”จนกลายเป็นวาทกรรมของนักการเมืองพรรคส้ม-โพสต์ไว้
“นิติสงครามที่กำลังบดขยี้พวกเขาอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องแสวงหาจริยธรรมใดๆ หรอก แต่มันคือ นิติสงครามสั่งสอน นิติสงครามตัดกำลัง และนิติสงครามล้อมคอก สั่งสอนบรรดานักการเมืองว่า อย่าสะเออะมาทำเรื่องเหล่านี้ พวกเอ็งไปทำเรื่องอื่น เรื่องนี้ห้ามทำ ไม่อยากโดน อย่าทำ เอ็งเห็นแล้วใช่ไหมว่า ถ้าบังอาจทำ ผลจะเป็นอย่างไร ตัดกำลังนักการเมืองกลุ่มก้อนที่พวกผู้คุม‘ใบอนุญาตที่ 2’ไม่นิยม และล้อมคอกสภาผู้แทนราษฎรว่า ต่อไปนี้ จะไม่มีผู้แทนราษฎรหน้าไหน จากพรรคใด จะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรชุดไหน กล้าเสนอกฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้อีกตราบนานเท่านาน”
“ประเทศไทยของเรา ณ เวลานี้ คนก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ใช้กำลังทหารยึดอำนาจรัฐ ได้เสวยสุขอยู่ในอำนาจยาวเกือบทศวรรษ ไม่โดนอะไร แถมยังได้รับการอวยยศมากมาย แต่ผู้แทนราษฎรเสนอกฎหมายในสภา กลับกลายเป็นพวกล้มล้างการปกครอง ถูกยุบพรรค ตัดสิทธิ นักการเมือง ข้าราชการ ที่ทุจริต คอร์รัปชั่น สังคมสงสัยตั้งคำถาม ได้เชิดหน้าชูคออยู่ในอำนาจต่อไป ขอเพียงปวารณารับใช้พวก‘ใบอนุญาตที่ 2’ไว้ แต่พวกนักการเมืองที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เป็นความหวังของผู้คนจำนวนไม่น้อย กลับถูกจับขึ้น‘กิโยตีน’ตัดคอประหารทางการเมือง”
เพราะวิธีคิดอย่าง“ปิยบุตร แสงกนกกุล” ดังกล่าว จึงทำให้นักการเมืองของพรรคส้มทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยพรรคส้มต้องถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง คือ พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ตลอดจนเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเรื่องมาตรา 112 และต้องถูกดำเนินคดีตามความผิดมาตรา 112 และหลายคนเวลานี้ต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำ และบางส่วนต้องหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การที่ ป.ป.ช.ต้องยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดจริยธรรมร้ายแรง ของ“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล”ที่อาจจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตนั้น ก็เพราะเป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 และทำให้พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด และผูกพันทุกองค์กร อีกทั้งการกระทำของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ก็ไม่ใช่แค่เป็น สส.แล้วยื่นร่างแก้ไขกฎหมายไม่ได้-ดังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ไว้ว่า
1.“เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสอง (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล) มีพฤติการณ์ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเรียกร้องให้ทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยซ่อนเร้นหรือผ่านการนำเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายพรรค แม้เหตุการณ์คำร้องผ่านพ้นไปแล้ว แต่การดำเนินการรณรงค์ให้มีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาของผู้ถูกร้องทั้งสอง มีลักษณะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นขบวนการโดยใช้หลายพฤติการณ์ประกอบการ ทั้งการชุมนุม การจัดกิจกรรม การรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร การใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง”
2.“หากยังปล่อยให้ผู้ถูกร้องทั้งสองกระทำการดังกล่าวต่อไปย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองจึงเป็นการใช้สิทธิ์หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามพระมาตรา 49 วรรคหนึ่ง และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการกระทำ การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49วรรคสอง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 74”
บรรทัดนี้ก็ต้องย้ำไว้เป็นการช่วยจำสำหรับ“ด้อมส้ม”ทั้งหลายว่า คดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ไม่ใช่เป็นเพราะ“นิติสงคราม” หรือเป็นอย่างที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล พยายามจะสื่ออย่างมีนัยเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับ“ใบอนุญาตที่ 2”อันหมายถึงสถาบันแต่อย่างใด หากแต่เป็นผลมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

สพฐ.ถอดบทเรียน O-NET 68 ปลุกพลังเรียนรู้เด็กไทย เดินหน้าลดภาระครูทั่วประเทศ
คลิปหนุ่มตื่นเต้นจับใบดำ-ใบแดง ร่างกายอ่อนปวกเปียก เจ้าหน้าที่ต้องหิ้วปีก สุดท้ายจับได้...
สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ไทยจ่อตีแผ่ฐานสแกมเมอร์ ชี้เป็นภัยคุกคามสากล
ทรัมป์โพสต์เดือด อารยธรรมอิหร่านจะล่มสลายในคืนนี้
ดร.มาโนชญ์ ชำแหละทรัมป์ ขู่ทำลายอารยธรรม ทำการเมืองเป็นเรื่องศาสนา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี