วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การเคลื่อนไหวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และผู้นำจิตวิญญาณนักการเมืองพรรคส้ม ในการเสนอข้อคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมาให้มีการ“ยกเลิกคณะองคมนตรี” ถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนของนักการเมืองปีกนี้ ที่ต้องการจะล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้บรรลุผลสำเร็จให้จงได้
เจตนารมณ์ดังกล่าวที่ว่านี้ ไม่ใช่การกล่าวหาลอยๆแต่พิจารณาและยืนยันได้จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 หรือ “คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567”ในการสั่งยุบพรรคก้าวไกลอันเนื่องมาจากการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีเนื้อหาเป็นการลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ และพรรคก้าวไกลใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง
ดังที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า“มีเจตนาเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเหตุให้ชำรุด ทรุดโทรม เสื่อมทราม หรืออ่อนแอลง นำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในที่สุด”
เมื่อการเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีข้อจำกัด โดยศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นักการเมืองพรรคส้ม “เลิกการกระทำเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การโฆษณาและการสื่อความหมายวิธีอื่น เพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112”
ด้วยเหตุนี้ประเด็นการเคลื่อนไหวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เคยเสนอความเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์ ในสมัยที่ยังเป็นเลขาธิการพรรคก้าวไกลโดยมีประเด็นเรื่อง“ยกเลิกองคมนตรี”อยู่ด้วย จึงมิอาจคิดเป็นอย่างอื่นได้ และก็เป็นการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องมาจากกรณี“9 องคมนตรี”ซึ่งพรรคประชาชนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “พรรคประชาชน - People’s Party”เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า“รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”
พรรคประชาชน อ้างในโพสต์ดังกล่าวว่า การที่องคมนตรี 9 คน ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ,พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง และนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และรับฟังแนวทางการรับมือปัญหาภัยแล้งและสถานการณ์“เอลนีโญ” ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในที่ประชุม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นับเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร และเสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พรรคประชาชนยกหลักการบังหน้าว่า “การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ นัยสำคัญของคำว่า“ผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง” ที่พรรคประชาชนกล่าวถึงนั้น ก็ไม่ต่างจาก“ใบอนุญาตใบที่สอง”ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล มักจะใช้คำนี้มาสื่อแสดงถึง“สถาบัน” ซึ่งพรรคประชาชนได้ชี้ว่า “รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ”
สรุปโดยไม่อ้อมค้อม ก็คือ พรรคประชาชนต้องการจะสื่อให้เห็นว่า การเข้าร่วมสังเกตการณ์ของ “9 องคมนตรี” ก็ไม่ต่างจากที่สถาบัน” ลงมา “ล้วงลูก” รัฐบาลโดยผ่านองคมนตรี ดังข้อความในแถลงการณ์ของพรรคประชาชนที่ว่า “องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้“คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย”
ดังนั้น การเคลื่อนไหวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เสนอยกเลิก“คณะองคมนตรี”จึงเป็นเรื่องเดียวกันกับที่พรรคประชาชนพูดถึง“9 องคมนตรี” ซึ่งนายปิยบุตรได้ระบุไว้จากการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 โดยอ้าง“ดร.หยุด แสงอุทัย”ปรมาจารย์ทางนิติศาสตร์ของไทย-ว่า
“ถ้าจะพิจารณาตามหลักประชาธิปไตยโดยเคร่งครัด การมีคณะองคมนตรีสำหรับเป็นที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ย่อมจะไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยนัก เพราะตามหลักประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ไม่ควรจะทรงมีที่ปรึกษาอย่างอื่นนอกจากคณะรัฐมนตรีซึ่งเข้ามาบริหารประเทศโดยความยินยอมของประชาชน แต่คณะองคมนตรีหาได้มาจากประชาชนไม่ โดยไม่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎร คณะองคมนตรีจะถวายคำปรึกษาพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรว่าราษฎรมีเจตจำนงอย่างไร”
นอกจากนั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ยังระบุด้วยว่า “การยกเลิกคณะองคมนตรียังช่วยประหยัดลดงบประมาณแผ่นดินที่ต้องใช้สำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน รถยนต์ประจำตำแหน่ง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือค่าบริหารจัดการจิปาถะ ได้อีกด้วย” และเห็นว่า “ในกรณีที่กษัตริย์ต้องการปรึกษาหารือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินหรือพระราชกรณียกิจ ก็ให้คณะรัฐมนตรีรับหน้าที่ดังกล่าว เพราะคณะรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินและบังคับบัญชาสั่งการข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานของรัฐต่างๆ ได้ ย่อมทราบดีถึงข้อมูลการบริหารราชการแผ่นดินทั้งปวง เมื่อนายกรัฐมนตรีมาจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ย่อมตระหนักรู้ถึงความต้องการของประชาชนและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงเป้า”
และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นายปิยบุตรแสงกนกกุล ชี้ว่า “การกำหนดให้มีคณะองคมนตรีทำหน้าที่ให้คำปรึกษากษัตริย์ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภารกิจของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคณะองคมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกับคณะรัฐมนตรี ก็อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับคณะรัฐมนตรีได้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คณะรัฐมนตรีย่อมเหมาะสมกับการเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินและพระราชกรณียกิจ สอดคล้องกับหนึ่งในสิทธิสามประการที่กษัตริย์มีอยู่ตามธรรมเนียมประเพณี”
จะอะไรก็ตามแต่ การเสนอให้มีการยกเลิก“คณะองคมนตรี” ในมุมมองของฝ่าย“อนุรักษ์”นั้น มีความเห็นต้องตรงกับ“คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567” ว่า“มีเจตนาเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเหตุให้ชำรุด ทรุดโทรม เสื่อมทราม หรืออ่อนแอลง” เพราะ“คณะองคมนตรี” ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 10วรรคสอง บัญญัติไว้นั้น ก็คือ“คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ”
ถ้าหากเป็นภาษาชาวบ้านก็หมายถึง การคิดที่จะให้มีการยกเลิก“คณะองคมนตรี” ก็เท่ากับบังอาจคิดการใหญ่ที่จะ“ตัดมือตัดเท้า”ให้ง่อยเปลี้ยเสียขา”กันเลยทีเดียว !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ตอกหน้าคนบูลลี่! ปุ้ย L.กฮ. ตัดพ้อ พยายามแทบตาย เพื่อเอาความสามารถกลบหน้าตา
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ยก 4 ข้อ ทำไม ปิยบุตร เสนอยกเลิกองคมนตรี ถึงอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ
Meta ร่อนแถลงการณ์ จัดการไลฟ์สตรีมอนาจาร ลั่นละเมิดกฎชุมชน
เอ็ดดี้ เตือน อย่าให้ฝ่ายการเมืองที่ต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึดคำว่า ประชาธิปไตย ไปผูกขาดฝ่ายเดียว
กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ชี้แจง แอดมินโผล่ชมไลฟ์สยิว เพราะตามเช็กเรื่องร้องเรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี