วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น”วลีเด็ดของนักการเมืองที่กล่าวถึงอุบัติเหตุรถไฟชนรถประจำทางปรับอากาศ บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และบาดเจ็บหลายสิบราย
หลักใหญ่ของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนความเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาของบ้านเรา ก็ด้วยเหตุปัจจัยสองประการ หนึ่ง-กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย และสอง-ผู้ขับขี่ยานพาหนะขาดสำนึกรับผิดชอบและไม่เคารพกฎหมาย จะเรียกว่ามักง่ายและเห็นแก่ตัวก็ไม่ผิดนัก
กฎหมายไม่เป็นกฎหมายเกิดขึ้นได้อย่างไร ลองไปถาม“AI”เพื่ออยากจะรู้ว่า “ปัญญาประดิษฐ์”จะรู้เรื่องเท่ากับที่คนไทยในประเทศนี้รู้อยู่แล้วหรือไม่ ว่าเกิดจากผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นลำดับแรก คือหากไม่นำกฎหมายที่มีอยู่ไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบสำหรับตนเอง ก็เพราะความหย่อนยานและไร้ประสิทธิภาพของผู้บังคับใช้กฎหมายฉบับนั้นๆ
โดย“AI”บอกว่า กฎหมายไม่เป็นกฎหมายเกิดจากหลัก“นิติธรรม” หรือ“Rule 0f Law”ถูกทำลาย โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การใช้อำนาจตามอำเภอใจของผู้ปฏิบัติ ในการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ อีกประการหนึ่ง ก็เนื่องจากเนื้อหาของกฎหมายล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและศรัทธา
เลือกปฏิบัติอย่างไรนั้น “AI”ขยายความว่า เป็นเพราะการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ หรือ“Double Standards” หมายถึงกฎหมายฉบับเดียวกันแต่บังคับใช้กับคนกลุ่มหนึ่งอย่างเด็ดขาด ขณะที่อีกกลุ่มกลับได้รับการละเว้น ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย
ส่วนสาเหตุที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะขาดสำนึกรับผิดชอบและไม่เคารพกฎหมายนั้น, “AI” บอกว่า เกิดจากการผสมผสานของการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน อันเนื่องมาจากช่องโหว่ทางกฎหมายและการลงโทษที่ไม่เด็ดขาด ประกอบกับค่านิยมความเห็นแก่ตัว และสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เคยชินกับการทำผิดจนกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไปในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ “AI” ยังขยายความต่ออีกว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาดังกล่าวฝังรากลึก ประการแรก-บทลงโทษไม่เด็ดขาด และช่องโหว่ทางกฎหมายทำให้มีโอกาสรอดจากการทำผิดสูง, ประการต่อมา เจ้าหน้าที่อาจไม่เพียงพอ ทำให้ผู้กระทำผิดรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสหลบหนีหรือรอดพ้นจากการถูกลงโทษได้ และอีกประการหนึ่ง ผู้ขับขี่บางกลุ่ม เห็นว่าค่าปรับความผิดเกี่ยวกับการจราจรมีมูลค่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับความสะดวกสบายจากการทำผิดกฎหมาย เช่น การจอดรถในที่ห้ามจอด
ประการสำคัญที่สุด “AI”บอกว่า ค่านิยมเกี่ยวกับ“ความสะดวกสบาย” และ “ความเห็นแก่ตัว” จึงทำให้ผู้ขับขี่จำนวนมากคิดถึงตนเป็นหลัก มากกว่าที่จะคิดถึงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง เป็นต้นว่า การขับรถย้อนศร,การฝ่าไฟแดง, และการจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งการประพฤติปฏิบัติเช่นนี้ เมื่อคนหนึ่งทำได้ คนอื่นทำตาม ทำให้เกิด“พฤติกรรมการลอกเลียนแบบ”
อย่างไรก็ตาม ฟังจากปากของผู้นำประเทศ คือ นายอนุทินชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ในตอนดึกของคืนวันเกิดเหตุ ณจุดเกิดเหตุ หลังบินกลับมาจากการลงพื้นที่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกล่าวว่า เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันทั้งของ ขสมก.และการรถไฟฯ น่าจะมีอยู่แล้ว ซึ่งดูจากวิดีโอตาม ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รายงานให้ทราบนั้น ไม่ควรมียานพาหนะใดๆ จอดคร่อมรางรถไฟ และเรื่องนี้จำเป็นต้องเร่งสอบสวน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า “คำถามของผมก็เป็นคำถามเดียวกับประชาชน พอผ่านสองจุดตัดมามีระยะห่างประมาณไม่ถึง 1 กิโลเมตร ทำไมถึงไม่มีการแจ้งการเตือนว่ามีรถจอดคร่อมอยู่ และในย่านนี้รถก็ติดทั้งวัน ทำไมที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้ ทำไมถึงเกิดเหตุในวันนี้ มีอะไรที่ต่างกัน เพราะดูแล้วรถไฟที่เข้าปะทะกับรถเมล์ไม่ได้มีการชะลอ ดังนั้น จึงต้องเร่งพิสูจน์ แต่ขณะนี้ต้องเอาเรื่องชีวิตผู้บาดเจ็บ อย่าให้สูญเสียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็ได้กำชับหน่วยพยาบาลให้ดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 30 กว่ารายอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ที่เสียชีวิต ให้เตรียมส่งร่างให้กับญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลให้ได้โดยเร็วที่สุด”
อนึ่ง ในช่วงเกิดเหตุ เมื่อเวลาบ่ายสามโมงกว่า วันที่16 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ของ ขสมก.สาย 206 สีส้ม“เมกาบางนา-บางเขน” จอดติดไฟแดงคร่อมทางรถไฟอยู่ จึงเป็นเหตุให้ขบวนรถไฟส่งสินค้าหมายเลข 2126 เส้นทาง“แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ” ของการรถไฟแห่งประเทศไทยพุ่งเข้าชน จนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง และยังกวาดชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ติดสัญญาณไฟจราจรในบริเวณเดียวกันได้รับความเสียหายพร้อมกันไปด้วยอีกจำนวนหนึ่ง
สรุปก็คือ “โศกนาฏกรรมซ้ำซาก”ครั้งนี้ เกิดจากความประมาทของทุกคนทุกฝ่าย ทั้งรถไฟ, รถเมล์, รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่ไปจอดคร่อมทางรถไฟอยู่ในจุดเกิดเหตุตรงนั้นพร้อมกันโดยประมาทแบบ“นรกถามหา” ขณะที่ผู้โดยสารซึ่งนั่งมาบนรถประจำทางปรับอากาศคันนั้นต้องกลายเป็น “ผู้เคราะห์ร้าย” ทั้งที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 62 และ 63 ระบุชัดเจนว่าผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตรเมื่อรถไฟกำลังจะผ่าน
จากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้นั้น ประเทศไทยมีทางรถไฟยาว 4,043 กิโลเมตร มีจุดตัดทางรถยนต์และรถไฟทั้งหมด 2,517 จุด แบ่งเป็นจุดตัดทางที่ได้รับอนุญาต 1,933 จุด นอกนั้นอีก 584 จุด ยังคงเป็นจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งจากสถิติตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2558มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งหมดรวม 746 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ827 ราย เสียชีวิต 246 ศพ โดยเฉลี่ยจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงจุดตัดทางรถยนต์และรถไฟปีละ 124 ครั้งมีผู้บาดเจ็บ 137 ราย และเสียชีวิต 41 ศพ
สำหรับการป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากจุดตัดทางรถไฟ ก็หาใช่ว่าต้นสังกัดคือกระทรวงคมนาคมจะละเลย ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปี 2558-2560 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ การรถไฟฯ, กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้มีการเบิกจ่ายจากงบประมาณจัดทำป้ายรวมทั้งสัญญาณไฟและเครื่องกั้น มาโดยตลอด
เช่น ปีงบประมาณ 2558 ติดตั้งป้ายหยุดป้ายรูปรถไฟ และสัญญาณเตือนไฟกะพริบตลอดเวลา584 แห่ง แห่งละ 1 แสนบาท วงเงิน 58.4 ล้านบาท พร้อมทั้งยังได้จัดทำเครื่องกั้นอีก 130 แห่ง วงเงิน 403.43 ล้านบาทและปีงบประมาณ 2559 ติดตั้งสัญญาณจราจรไฟแดงวาบพร้อมเสียงเตือน ซึ่งทำงานด้วยระบบตรวจสอบขบวนรถไฟที่ระยะ 300 เมตรก่อนถึงจุดตัดผ่าน
แห่งละ 7 แสนบาท วงเงิน 408.8 ล้านบาท เป็นต้น
บรรทัดนี้-ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคนจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วยความอาลัยยิ่ง !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กรณ์ แนะ 2 แนวทางให้นายกฯ แก้ปม กกร.เปิดผลสำรวจคอร์รัปชันหน่วยงานราชการพุ่ง
พนักงานลานจอดผงะ พบศพสาวหล่อรมควันดับคารถนาน 19 วัน
เปิดคลิปนาทีช่วยคนขับรถไฟลงจากรถ ชาวเน็ตแห่สงสัย ชุดเครื่องแบบ
ขนลุกทั้งโซเชียล! ย้อนคำทำนาย หมอปลาย เตือนอุบัติเหตุรถไฟชนบ้าน-รถ
โบว์ ตอกฝ่ายค้าน ปมแซะฟังแต่ CEO จ้องแต่ใช้วาทกรรม นายทุน เป็นประเด็นการเมือง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี