วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมวานนี้ พระยาแรกนา คือ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตั้งสัตยาธิษฐาน เสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย หยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ไม่ได้ผลเต็มที่
นอกจากนี้ พราหมณ์ได้เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค ซึ่งปีนี้พระโคกินถั่วพยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระโคกิน น้ำ และ หญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี พระโคกิน เหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง
ฟังการเสี่ยงทายแล้ว ต้องยกมือสาธุ เพราะในท่ามกลางสงครามที่ตะวันออกกลาง ซึ่งวิกฤตด้านพลังงานได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าการลงทุน และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมืองทั้งโลกต้องเดือดร้อนกันโดยถ้วนทั่ว ไม่มีประเทศไหนรอด แม้แต่ผู้ก่อสงครามรุกรานอิหร่าน คือสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ดังนั้น เมื่อผลการเสี่ยงทายปรากฏออกมาว่า พระโคกินน้ำ และหญ้า “ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี” จึงต้องเชื่อไว้ก่อนว่า เราคนไทยไม่อดตายแน่
พร้อมกันนี้พระโคก็ยังกินเหล้า เหมือนกับเป็นการหยั่งรู้ล่วงหน้าว่า “การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง” เพราะฉะนั้น นอกจากจะไม่อดตายแล้ว เศรษฐกิจก็ยังจะรุ่งเรืองอีก โดยเฉพาะการค้าขายกับต่างประเทศจะดีขึ้น ซึ่งอย่างน้อยก็เห็นผลแล้วเกี่ยวกับทุเรียนไทยที่ส่งออกไปยังประเทศจีนในปีนี้ ที่แค่ไตรมาสแรกก็มีปริมาณสูงขึ้นกว่าปีก่อน
ทั้งนี้ จากข่าวของสำนักข่าวซินหัวรายงานก่อนหน้านี้ เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา ด่านโหย่วอี้กวน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน มียอดนำเข้าทุเรียนสูงถึง 5.5 หมื่นตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สรุปโดยรวมจากรายงานของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ก็คือ การนำเข้าผลไม้ไทยทุกชนิดที่ผ่านด่านโหย่วอี้กวนซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้หลักนั้น ในไตรมาสแรกนี้มีมูลค่ารวมถึง 2.53 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 1.1 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งหมดนี้ ก็ต้องให้เครดิต“Super G” หรือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ลงไปล้วงลูกเล่นตั้งแต่ต้น ใช้ทุกสรรพกำลัง ทั้งใช้เอกชน ใช้การตลาด และใช้ความเร็ว บุกทะลวงไปข้างหน้าก่อนปัญหาจะเกิด เช่นตลาดในประเทศจีน ก็ได้รุกคืบไปบุกเบิกตลาดทางฝั่งตะวันตกของจีน เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกให้ได้มากกว่าเดิม จากปีที่แล้วไทยส่งออกทุเรียนไปจีนประมาณ 9.3 แสนตัน มูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดถึงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมวานนี้ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ลุย“เกาะพะงัน-หาดฟรีด้อม” เพื่อติดตามแก้ปัญหา“นอมินีต่างชาติ”รุกพื้นที่สาธารณะและประกอบกิจการทางธุรกิจ ที่อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่หาดฟรีด้อม อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต
ที่เกาะพงันนั้น มีการร้องเรียนเรื่องการใช้“นอมินีต่างชาติ”ถือครองที่ดิน ทำการก่อสร้างผิดกฎหมาย, ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งโรงเรียนตลอดจนสถานรับเลี้ยงเด็กเถื่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอาชีพของคนไทยในท้องถิ่น โดยเป้าพุ่งไปที่“ชาวยิว”จากประเทศอิสราเอล ซึ่งถูกกล่าวถึงกันมาก เพราะวิตกกันว่าชาวยิวหรือขบวนการ“ไซออนิสต์”จะเข้ายึดครองเกาะพะงันเป็น“ดินแดนพันธสัญญา”
จากกระแสข่าวที่ปรากฏออกมาเป็นระยะ พบว่าชาวอิสราเอลเข้ามากว้านซื้อที่ดินทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการด้านท่องเที่ยว ทั้งปลูกบ้าน สร้างโรงแรม สร้างรีสอร์ต สร้างวิลล่า สร้างบ้านให้เช่า สร้างชุมชน เปิดโรงเรียน เปิดร้านอาหาร ร้านให้เช่ารถ จัดปาร์ตี้ ฯลฯ
และจากข้อมูลที่เป็นทางการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าที่อำเภอเกาะสมุยและอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ในจำนวนบริษัทที่ประกอบกิจการทั้งหมด 16,811 ราย มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 67.79 แยกเป็นที่อำเภอเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และที่อำเภอเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย
ที่อำเภอเกาะพะงัน จากบริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุน 3,213 ราย พบว่า สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก คือ อิสราเอล 720 ราย, ฝรั่งเศส 426 ราย, อังกฤษ 359 ราย, รัสเซีย 306 ราย, เยอรมนี 194 ราย, สหรัฐอเมริกา 144 ราย, อิตาลี 89 ราย, ยูเครน 69 ราย, ออสเตรเลีย 58 ราย และเบลเยียม 56 ราย
ส่วนที่อำเภอเกาะสมุย จากบริษัทที่ชาวต่างชาติลงทุน 8,213 ราย พบว่า สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก คือ ฝรั่งเศส 1,937 ราย, อังกฤษ 1,077 ราย, 359 ราย, รัสเซีย 885 ราย, จีน 478 ราย, อิสราเอล 419 ราย, เยอรมนี 406 ราย, สหรัฐอเมริกา 291 ราย, ออสเตรเลีย 273 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 173 ราย และอิตาลี 169 ราย
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะยิวหรือหรือต่างชาติประเทศไหน เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านเราและละเมิดกฎหมาย หรือ ก็ต้องจัดการให้หมด และต้องจัดการอย่างเด็ดขาดจริงจังด้วย รวมทั้งไม่ใช่เฉพาะที่อำเภอเกาพะงัน อำเภอเกาะสมุย หรืออำเภอกระทู้ ต้องเอ็กซ์เรย์ให้หมดทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดและเมืองที่มีการพูดถึงกันมาก ทั้งที่เชียงใหม่, พัทยา และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น
สำคัญที่สุดก็คือ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องกล้าฟัน“ข้าราชการ”ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีส่วนทำให้ชาวต่างชาติสามารถใช้“นอมินี” และอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย จนทำให้เกิดปัญหาอันเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของชาติ และภัยคุกคามทางด้านเศรษฐกิจ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี