วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เรื่องโครงการแลนด์บริจด์“เมกะโปรเจกต์ไทย” โครงการที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นเรื่องใหญ่ที่มีทั้งข้อดีข้อเสีย ดังนั้น ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจอะไรลงไป ต้องคิดให้รอบคอบและรอบด้านถึงผลได้ผลเสีย เพราะถ้าตัดสินใจผิดพลาดไปแล้ว เราไม่อาจเรียกอะไรกลับคืนมาได้
เฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ต้องคิดให้จงหนัก เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งป่าไม้ ป่าชายเลน เกาะ แก่ง ทะเล อากาศ สัตว์ พืช ฯลฯ ที่มีความสำคัญทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ตลอดจนอาชีพประมงพื้นบ้าน อันเป็นวิถีการทำมาหากินของคนในพื้นที่ที่สืบต่อและดำรงอยู่กันมายาวนาน
แน่นอนว่า ด้วยความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ในการเปลี่ยนผ่านระเบียบโลกจาก“ขั้วอำนาจเดียว”ไปสู่“สองขั้วอำนาจ” ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการส่งออกเป็นวงกว้าง โดยจะเห็นได้จากสงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางในเวลานี้ ที่บริเวณ“ช่องแคบฮอร์มุซ”
จึงทำให้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อมองในแง่ดี “โครงการแลนด์บริดจ์”อาจจะมีศักยภาพต่อการประหยัดต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้า ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกผ่านฝั่งอ่าวไทย ด้วยการลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา ซึ่งทุกวันนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญและแออัดที่สุดของโลก
แต่นั่นก็อาจจะเป็น“ภาพลวงตา” ดังที่“ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธาน TDRI หรือประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เคยเสนอข้อคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะ“ภาพฝัน”ของการพลิกโฉมประเทศ หากต้องเริ่มจากคำถามพื้นฐานว่า แลนด์บริดจ์คุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเพียงใด และตัวเลขที่ใช้ผลักดันนโยบายมีความน่าเชื่อถือมากพอหรือยัง
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ได้ยกตัวอย่างถึงผลการศึกษาเกี่ยวกับโครงการนี้อย่างน้อยมี 2 ชุด ที่ให้ข้อสรุปต่างกันมาก โดยผลศึกษาของกระทรวงคมนาคมมองว่า แลนด์บริดจ์มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิและผลตอบแทนทั้งทางการเงินและเศรษฐกิจอยู่ในระดับน่าสนใจ ขณะที่ผลศึกษาที่สภาพัฒน์จ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับให้ภาพระมัดระวังกว่า ด้วยผลการศึกษาของจุฬาฯเห็นว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีแนวโน้มขาดทุน แม้รวมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นๆ แล้ว ผลตอบแทนก็ยังอยู่ในระดับเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้“นิด้าโพล”ได้ทำการสุ่มความคิดเห็นและและแถลงผลสำรวจออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากหัวข้อ“คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน 14 จังหวัดภาคใต้ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,455 หน่วยตัวอย่าง พบว่า“คนใต้หนุนแลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส”
“คนใต้”ใน 14 จังหวัดประกอบด้วย ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, กระบี่, ตรัง, พังงา, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล, นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา ซึ่ง“นิด้าโพล”ได้ตั้งคำถามว่า “เคยได้ยินและเข้าใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่” โดยมีคำตอบออกมาว่า ร้อยละ 54.43 เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการฯ, รองลงมา ร้อยละ 26.67 ระบุว่า เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง เกี่ยวกับโครงการฯ ขณะที่คนใต้ที่เคยได้ยินและเข้าใจโครงการฯดีมากมีเพียงแค่ร้อยละ 10.52 เท่านั้น
ตามไปดูต่อจากผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ที่ถามคนภาคใต้ว่า มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์อย่างไรบ้าง พบว่า ร้อยละ 38.03 มีความกังวลใจว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล, รองลงมาร้อยละ 33.16 ระบุว่า ไม่กังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น, ร้อยละ 29.71 ระบุว่า มีความกังวลใจต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป, ร้อยละ 25.81 ระบุว่า มีความกังวลใจต่อการทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการฯ
นอกจากนั้น ก็ยังพบอีกว่า ร้อยละ 15.30 ระบุว่า มีความกังวลใจต่อความคุ้มค่าในระยะยาว, ร้อยละ 12.08 ระบุว่า มีความกังวลใจว่าโครงแลนด์บริดจ์จะถูกต่อต้านจากชุมชนคนในพื้นที่, ร้อยละ 11.78 ระบุว่า คนใต้จะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการฯ, ร้อยละ 11.40 ระบุว่า กังวลใจว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร, ร้อยละ 10.50 ระบุว่า กังวลใจต่อปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้, ร้อยละ 7.58 ระบุว่า กังวลใจต่อปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุนทำโครงการฯเอง
และอีก 5 คำถาม 5 คำตอบเรื่องความกังวลใจของคนภาคใต้จากผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ซึ่งพบว่า ร้อยละ 6.30 กังวลใจต่อปัญหาผู้ลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์, ร้อยละ 6.15 มีความกังวลใจว่า ในอนาคตประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ, ร้อยละ 4.35 กังวลใจว่าโครงการครงการนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นจริง, ร้อยละ 3.98 กังวลใจว่าจะถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 กังวลใจว่าจะถูกต่อต้านจากต่างประเทศ
สุดท้ายเมื่อ“นิด้าโพล”ถามเจาะคนใน 14 จังหวัดภาคใต้ ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งพบว่า ร้อยละ 34.21 ระบุว่าเห็นด้วยมาก, รองลงมา 33.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 19.43 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง เมื่อฟังเสียงจากบุคคลวงการต่างๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศ
แต่ฝ่ายที่คัดค้าน เห็นว่าโครงการแลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่คำตอบของประเทศ เมื่อความเจริญที่ถูกหยิบยื่นมาพร้อมกับคำถามตัวโตถึงความคุ้มค่าและผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เพราะการมาถึงของอุตสาหกรรมก็คือการล่มสลายของทรัพยากรทางทะเล ซึ่งแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจในภาพรวมระดับประเทศอาจดูสูงขึ้น แต่ในความเป็นจริงรายได้เหล่านั้นกลับกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ในขณะที่คนในพื้นที่ต้องสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดทางให้ทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดินได้ยาวนานถึง 99 ปี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายที่คัดค้านยังเห็นว่า “แลนด์บริดจ์”อาจไม่ได้ช่วยลดต้นทุน แต่กลับเพิ่มต้นทุนจากการเปลี่ยนถ่ายสินค้าและการขนส่งหลายช่วง เมื่อเทียบกับการเดินเรือต่อเนื่องผ่านเส้นทางเดิม
จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำการศึกษาอย่างจริงจัง ในสองประเด็นใหญ่ คือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ ว่าสิ่งไหนคือความจีรังยั่งยืนที่แท้จริง
สุดท้ายก็ต้องถามตรงไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เจ้าของวลี“รวยไม่ไหวแล้ว พอแล้วๆ” ว่าโครงการแลนบริดจ์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทนี้“ แรงจูงใจที่สำคัญเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทย“มีได้มีเสีย”หรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อวยกันจนเวอร์! อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ยัน รายรับสูงกว่ารายจ่ายเรื่องปกติ
คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว
อิหร่านอ้างยิงเรือสหรัฐฯ สกัดเข้าฮอร์มุซ อเมริกาโต้ไม่โดนโจมตี
อ.อัจฉราวดี เตือนสติรัฐ! แลนด์บริดจ์พ่วงกฎหมาย SEC คือใบเบิกทางเสียดินแดน
สายฟ้าฟาดโรงกลั่นชลบุรี ไฟไหม้ฝาถัง Crude Oil ระดมฉีดโฟมคุมเพลิงวุ่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี