วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กรณีอภิมหาดีลซื้อคลังน้ำมันและที่ดินเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท
บริษัทลูกของบางจาก (BCPG) ซื้อจาก “กลุ่มเสี่ยตือ คอสโม” เมื่อปี 2565-2566
กำลังทวีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปรากฏข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเป็นลำดับ
1. บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG (บริษัทลูกของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด กลุ่มของ ‘เสี่ยตือ คอสโม’) เพื่อลงทุนในธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือที่จังหวัดเพชรบุรี
จำนวน 40 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
เป็นเงินกว่า 9,000 ล้านบาท
ปรากฏว่า มีการตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็น เช่น ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ แพงหรือถูกเกินจริง ทำไมหลังซื้อมาไม่กี่เดือน BCPG ต้องมีการปรับลดมูลค่าทรัพย์สินกว่า 2,400 ล้านบาท (สำนักข่าว Next News TH ฯลฯ)
2. ล่าสุด มีการเปิดเผยหลักฐาน กรณีที่อดีตผู้บริหารบางจาก เมื่อปี 2553 เคยเจรจาซื้อคลังน้ำมันและที่ดินเพชรบุรี จากบริษัทเพชรบุรีเทอร์มินัล
โดยข่าวประชาชาติธุรกิจ เมื่อปี 2553 รายงานบทสัมภาษณ์นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล (กรรมการผู้จัดการบางจากขณะนั้น) เปิดเผยว่า มีการเสนอขายให้บางจากในราคา 3,000 ล้านบาท
แต่สุดท้าย ผู้บริหารบางจาก “ล้มดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี” เพราะเห็นว่าแพงเกินไป ต้องลงทุนเพิ่มเติม
เป็นหลักฐานชัดเจนว่า เมื่อปี 2553 บางจากเคยเจรจาซื้อขายคลังน้ำมันแห่งนี้ แต่เห็นว่า “ราคา 3,000 ล้านบาท แพงเกินไป”
แต่ผ่านไป 13 ปี ในปี 2566 บริษัทลูกของบางจาก (BCPG) กลับไปซื้อคลังน้ำมันและที่ดินเพชรบุรีดังกล่าว มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท
เท่ากับว่า ราคาแพงกว่าเดิมมากถึง 6,000 ล้าน
น่าสนใจว่า เพราะเหตุใด?
อาจมีรายการทรัพย์สินอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจากเดิมบ้าง แค่ไหน อย่างไร? ทำไมราคาซื้อในปี 2565 จึงเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาท ? สมเหตุสมผลหรือไม่?
เป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นหรือไม่? บอร์ด BCPG ในปี 2565 ได้ข้อมูลครบถ้วนหรือไม่?
ซื้อแล้วทำไมปรับลดมูลค่าที่ดินและทรัพย์สินลงกว่า 2,400 ล้านบาท?
และในรายงาน BCPG ล่าสุด ประจำปี 2568 ข้อสังเกตประกอบงบการเงินยังระบุว่า ดีลคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือแห่งนี้“...อาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากการด้อยค่า..”
น่าสังเกตว่า ครั้งนี้ บางจากแม่ไม่ได้ซื้อเอง แต่เป็นบางจากลูก (BCPG) ซื้อ แล้วก็ค่อยมาให้บางจากแม่เช่าใช้บริการในปัจจุบัน
3. ปริศนาโคตรดีลคลังน้ำมันและที่ดิน 9,000 ล้านบาท?
จากการติดตามเรื่องนี้ มีปริศนาที่ผู้เกี่ยวข้อง ต้องอธิบายชี้แจงให้เกิดความกระจ่างชัด ดังนี้
3.1 ผู้บริหาร BCPG และบางจากแม่ ยังไม่ได้อธิบายชี้แจงว่า เมื่อปี 2553 เคยเจรจาจะซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีเทอร์มินัล ของบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด หรือบริษัทเพชรบุรีเทอร์มินัล
คุณอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ผู้บริหารในขณะนั้น) เคยให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อปี 2553 สุดท้าย หยุดการเจรจาเพื่อซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวแล้ว หลังจากเจรจากันมานาน แต่ไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายได้ มูลค่าที่มีการเสนอขายคลังน้ำมันเพชรบุรีเทอร์มินัลขณะนั้นเบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เห็นว่า ไม่น่าคุ้มค่ากับการลงทุน เพราะท่อน้ำมันภายในคลังมีอยู่ 3 ท่อนั้นไม่สามารถรองรับผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีอยู่ของบริษัทบางจากได้ทั้งหมด หากบริษัทตัดสินใจซื้อคลังน้ำมันดังกล่าว ก็จะต้องลงทุนเพิ่มอีกมาก จึงระบุว่า “3,000 ล้าน แพงไป ล้มดีล”
อันนี้ มีหลักฐานบันทึกชัดเจน
แต่ยังไม่มีคำอธิบาย ว่าทำไม BCPG จึงกลับมาซื้อในราคาสูงถึง 9 พันล้านบาท ในปี 2565
โดยในปี 2565 ประธานบอร์ดลงทุนของ BCPG ควบรองประธานบอร์ด ยังมีตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบางจากแม่ด้วย!!!
3.2 มีรายงานว่า หลังจากขายคลังน้ำมันเพชรบุรีให้บางจากแม่ในราคา 3,000 ล้านบาท ไม่สำเร็จ ในปี 2553
หลังจากนั้น 1 ปี เจ้าของเดิมของคลังน้ำมันเพชรบุรีนี้ เคยใช้บริษัทที่ปรึกษาการเงิน สมมติว่าชื่อ บริษัท A จัดการขายคลังน้ำมันดังกล่าวให้ “กลุ่มของเสี่ยตือ” ในมูลค่า 2,100 ล้านบาท
พูดง่ายๆ 3,000 ล้านบาท บางจากยุคปี 2553 ไม่ซื้อ เพราะเห็นว่าแพงไป
หลังจากนั้น จึงหันไปขายให้กลุ่มเสี่ยตือ 2,100 ล้านบาท ถูกลงกว่าเดิม
ต่อมา ปี 2565 กลุ่มเสี่ยตือ คอสโม ขายให้บริษัทลูกบางจาก BCPG ในราคาถึง 9,000 ล้านบาท !!!
ถ้าแบบนี้ จะมองว่า บางจากยุคคุณอนุสรณ์รู้ทัน รอบคอบไม่ซื้อของแพง
ส่วนกลุ่มเสี่ยตือที่ได้ไปครองในราคาถูกกว่าที่เจ้าของเดิมเคยเสนอขายให้บางจาก แถมยังขายเก่ง โดยขายต่อให้ BCPG ได้ราคาถึง 9,000 ล้านบาท
.png)
.png)
.png)
.png)
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ ผู้บริหาร BCPG และบางจากแม่ ยังไม่ได้ชี้แจงเช่นกัน ไม่ว่าจะตอบรับ ไม่ทราบ หรือปฏิเสธ ?
3.3 บอร์ดของ BCPG ที่อนุมัติซื้อคลังน้ำมันจากบริษัทกลุ่มของเสี่ยตือคอสโม เมื่อ 15 พ.ย. 2565 ในราคา 9,000 ล้านบาท ได้ทราบข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาเหล่านี้ หรือไม่?
บริษัทที่ปรึกษาการเงินเจ้าของเดิม นามสมมุติชื่อ บริษัท A ที่จัดการขายให้กลุ่มของเสี่ยตือสำเร็จ มูลค่า 2,100 ล้านบาทในวันโน้นคือใคร? รู้จักกับผู้บริหาร BCPG และบางจากแม่อย่างไร?
ประธานบอร์ดลงทุน BCPG เมื่อปี 2565 เคยรู้ หรือควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ หรือไม่? แล้วได้นำเสนอต่อบอร์ด BCPG ก่อนตัดสินใจอนุมัติการลงทุน หรือไม่?
ข้อมูลว่า คลังน้ำมันกับที่ดินดังกล่าว เคยดีลกันเท่าไหร่ อย่างไร แล้วทำไมราคามันเพิ่มกระโดดขึ้นมา 4 เท่าในเวลาไม่กี่ปี เป็นข้อมูลสำคัญในการดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้มีการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ต่อคณะกรรมการบริษัทก่อนจะอนุมัติบ้างหรือไม่? (แต่พอเราซื้อ ภายหลังกลับมีการปรับลดมูลค่าทรัพย์สินกว่า 2,400 ล้านบาท)
ลองไปดู... ผู้ถือหุ้น กรรมการของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน A ในปัจจุบัน ปรากฏว่า ยังนั่งเป็นบริหารระดับสูงของทั้งใน BCPG และบางจากแม่
3.4 BCPG ชี้แจงว่า การลงทุนคลังน้ำมันเพชรบุรี โปร่งใส-เน้นกำไรระยะยาว
ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการคลังน้ำมันและท่าเรือ ผ่านบริษัทเอเชียลิงค์ โดยเลือกรับเฉพาะสินทรัพย์และสิทธิบริหาร เพื่อตัดความเสี่ยงหนี้สินในอดีตของผู้ขายออกทั้งหมด
BCPG ยังชี้แจงด้วยว่า มีการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานบัญชี การประเมินมูลค่าการซื้อขาย และการประเมินมูลค่ายุติธรรม ตามหลักมาตรฐานบัญชี
ทั้งนี้ ในช่วงปิดงบการเงินของไตรมาสที่ 2/2566 บริษัทฯ อยู่ในระหว่างการจัดทำข้อมูลการปันส่วนราคาซื้อดังกล่าว ผู้สอบบัญชีได้ให้ข้อสังเกตตามกระบวนการวิชาชีพเกี่ยวกับการปันส่วนราคาซื้อที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งมิได้มีนัยยะถึงความผิดปกติในการดำเนินธุรกิจหรือการบันทึกบัญชี ต่อมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลการปันส่วนราคาซื้อแล้วเสร็จและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในงบการเงินไตรมาสที่ 2/2567 โดยข้อมูลการปันส่วนราคาซื้อไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสาระสำคัญจากข้อมูลที่ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ และได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชีเป็นที่เรียบร้อย ฯลฯ
ระบุว่า มีรายได้คงที่ประมาณ 900 ล้านบาท/ปี และมีสัญญาเช่าระยะยาว เป็นการดีลธุรกิจตามปกติ โปร่งใส ตามมาตรฐานบัญชี และยึดหลักธรรมาภิบาล
ขอขอบคุณที่ BCPG ชี้แจงเบื้องต้น แต่ข้อสังเกตต่อคำชี้แจงนี้มีดังนี้
(1) ประเด็นการประเมินมูลค่าซื้อ 9,000 ล้านบาท
BCPG พยายามอธิบายว่า ประเมินจาก “ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในอนาคต” และการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ไม่กระทบมูลค่าการลงทุน ไม่มีการด้อยค่าการลงทุน หรือไม่มีผลกระทบความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของโครงการแต่อย่างใด
เห็นว่า คำชี้แจงเช่นนี้ ยังไม่ครอบคลุม กระจ่างชัด
จริงอยู่... การประเมินว่า เราสามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินดังกล่าวได้เท่าไหร่ เป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แต่ยังต้องพิจารณาข้อมูลอื่นประกอบด้วย เพื่อความเป็นธรรมของผู้ถือหุ้น เช่น ราคาในท้องตลาด ข้อมูลที่มาที่ไปของคลังน้ำมันนั้นว่าเคยมีการเจรจาซื้อขายกันเท่าใด มูลค่าที่ควรจะซื้อได้ถูกที่สุดเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นควรเป็นเท่าใด มีการใช้ที่ปรึกษาอิสระมืออาชีพศึกษาเพื่อความรอบคอบรอบด้านหรือไม่ อย่างไร เพื่อป้องกันการซื้อสูงเกินจริง หรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด มิฉะนั้น ก็อาจเกิดกรณีซื้อราคาสูงเกินมูลค่าในท้องตลาด โดยอาศัยดุลพินิจของผู้บริหาร ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อธรรมาภิบาลอย่างยิ่ง
และความจริงในปัจจุบัน ที่คลังน้ำมันดังกล่าว ยังมีรายได้กระแสเงินไหลเข้า ก็เพราะบางจากแม่เข้าไปเช่าใช้บริการ (ผู้บริหารบางจากแม่ในปัจจุบัน ก็คือคนเดียวกับประธานคณะกรรมการลงทุนBCPG ในยุคโน้นนั่นเอง) ถ้านโยบายบางจากแม่เปลี่ยน คลังน้ำมันจะเหลือมูลค่าเท่าใด เสี่ยงกระทบผู้ถือหุ้น BCPG อย่างไร
(2) ประเด็นซื้อแล้วทำไม BCPG ปรับลดมูลค่าที่ดินและทรัพย์สินลงกว่า 2,400 ล้านบาท
BCPG ชี้แจงว่า ในงบการเงินไตรมาสที่ 2/2567 ข้อมูลการปันส่วนราคาซื้อไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นสาระสำคัญจากข้อมูลที่ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้
แต่ปรากฏว่า ล่าสุดกว่านั้น คือ ในรายงาน BCPG ประจำปี 2568 ข้อสังเกตประกอบงบการเงินยังระบุว่า ดีลคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือนี้ “...อาจทำให้เกิดผลขาดทุนจากการด้อยค่า เนื่องจากความมีสาระสำคัญของรายการ การใช้ดุลพินิจที่สำคัญของผู้บริหาร และมีความซับซ้อนในการประมาณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของค่าความนิยมซึ่งใช้วิธีประมาณการจากกระแสเงินสดที่จะได้รับในอนาคตคิดลดเป็นมูลค่าปัจจุบัน...”
น่าสังเกตว่า ครั้งนี้ บางจากแม่ไม่ได้ซื้อเอง แต่เป็นบางจากลูก (BCPG) ซื้อ แล้วก็ค่อยมาให้บางจากแม่เช่าใช้บริการในปัจจุบัน
.png)
.png)
4. ใครควรตรวจสอบ เพื่อความกระจ่างชัด ปกป้องประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หน่วยงานรัฐ และธรรมาภิบาล
ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อย BCP ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อดีเอสไอ และ ปปง. ขอให้มีการตรวจสอบ กรณีซื้อคลังน้ำมันและที่ดินดังกล่าวแล้ว ว่าเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริง ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียหายหรือไม่ และขอให้สืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายสมคบคิดสร้างมูลค่าทรัพย์ให้สูงเกินจริง เพื่อให้เกิดการซื้อขายหรือไม่? หากเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงและอาจมีผู้หนึ่งผู้ใดได้รับผลประโยชน์ในส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่ ธุรกรรมที่เกิดจากการดําเนินการดังกล่าวทั้งหมด ถือว่าเป็นธุรกรรมอันต้องสงสัยที่เป็นมูลฐานฟอกเงินหรือไม่? หากพบว่าเป็นธุรกรรมที่เข้าข่ายมูลฐานฟอกเงิน ขอให้ดําเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ ต่อไป ฯลฯ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและมิให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในวงกว้างต่อ BCP และBCPG
เรื่องนี้ นายกฯ อนุทิน ร่วมกับภาคเอกชน กกร. เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน ฯลฯ ประกาศต่อต้านทุจริต พร้อมสอบสวนเรื่องที่มีครหา ไม่ควรปล่อยผ่านกับเรื่องนี้
ประธาน และบอร์ดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ในการกำกับดูแลตรวจสอบการบริหาร ไม่ควรนั่งรอผลทางอาญา ควรสอบสวนเรื่องในบ้านตัวเอง เพื่อทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า ไม่ปกป้องใคร ไม่นิ่งเฉยต่อเรื่องดังกล่าว
ประธานบอร์ด BCP หรือบางจากแม่ ยุคปัจจุบัน คือ“พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” อดีตผบ.ตร. เป็นผู้มีความน่าเชื่อถือในสังคม จะดำเนินการให้เกิดความกระจ่างอย่างไร?
ประธานบอร์ด BCPG ยุคปัจจุบัน คือ “คุณประสงค์ พูนธเนศ” อดีตอธิบดีกรมสรรพากร เป็นผู้ไม่เคยมีข้อด่างพร้อย มีความน่าเชื่อถือ จะดำเนินการให้เกิดความกระจ่างชัดอย่างไร?
กลต. ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะเพิกเฉยต่อดีล 9,000 ล้านบาท ได้อย่างไร?
สันติสุข มะโรงศรี

ลอรี่ โต้ ดรามาลดราคาน้ำมัน ดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่น ไม่เพิ่มภาระกองทุน
ก้าวแรกสู่ความปรองดอง! สุริยะใส ขอบคุณสภาฯ เห็นชอบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข ฉลุย 306 เสียง
แห่แชร์นาทีระทึก ดินโคลนถล่มใกล้ไซต์ก่อสร้างอุโมงค์ในอินเดีย คนงานวิ่งหนีตายระทึก
ภาพจุกอก แม่ลูกอ่อนหอบลูก2คน ขี่มอเตอร์ไซค์ คนเล็ก7เดือนนอนกอดขวดนมในกระเป๋าเสื้อผ้า
ยธ. แจง ย้าย พงษ์สวาท ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นไปตามกฎหมายและมติครม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี