วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวรบที่ตะวันออกกลางยังไม่จบ วันนี้นับเป็นวันที่ 38 ของสงครามรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯกับอิสราเอลและวันนี้ 6 เมษายน หรือเช้าวันที่ 7 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย เป็นวันสิ้นสุดการขีดเส้นตายของ“โดนัลด์ทรัมป์”ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะปฏิบัติการถล่มโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านให้กลับไปสู่“ยุคหิน” หากอิหร่านยังไม่ยอมเปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”
คำพูดของ“ทรัมป์”นั้น ก็เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า“สัจจะไม่มีในหมู่โจร” เพราะกลับกลอกมาโดยตลอด การประกาศถล่มอิหร่านเลื่อนมาแล้ว 3 ครั้งจากครั้งแรกจะถล่มอิหร่านในเช้าวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา ด้วยการขู่ว่าจะถล่มโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านเป็นอันดับแรก แต่ก่อนจะถึงวันกำหนดหนึ่งวัน“ทรัมป์”ก็ได้ประกาศเลื่อนเวลาออกไปอีก 5 วัน และสุดท้ายเพิ่มเป็น 10 วัน โดยจะครบกำหนดในวันนี้ 6 เมษายน
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา “ทรัมป์”ก็ยังยืนยันคำเดิม และเตือนให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงหรือเปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” ก่อนที่เส้นตาย 10 วันจะสิ้นสุดลง หาไม่เช่นนั้นสหรัฐฯจะโจมตีโรงไฟฟ้า แหล่งน้ำมัน และโรงผลิตน้ำจืดของอิหร่าน ซึ่งถ้าหากสหรัฐฯปฏิบัติการตามคำขู่จริง ก็เท่ากับว่า สหรัฐฯละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หรือ“กฎแห่งสงคราม” อันมีข้อห้ามตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 (ค.ศ.1949) ที่ห้ามโจมตีพลเรือนและเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร เข้าข่ายเป็นผู้“ก่ออาชญากรรมสงคราม” และ“ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”
แต่ก็อย่างว่า สหรัฐฯซึ่งเป็น“ซาตานในคราบนักบุญ”ไม่เคยเคารพกฎกติสากลใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งจากสงครามกลางเมืองรบราฆ่าฟันกันเองเมื่อ 250 ปีก่อน และส่งกองกำลังเข้าทำสงครามรุกรานครอบครองดินแดนประเทศอื่น รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 230 ครั้ง และการรุกรานอิหร่านในครั้งนี้เพียงแค่ 1 เดือนผ่านไป ไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน และโรงพยาบาลที่มิใช่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น เด็กนักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาของโรงเรียนสตรีในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน สหรัฐฯก็ได้ก่อ“อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ”ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มาแล้ว จากการถล่มด้วยขีปนาวุธทางอากาศ มีนักเรียกหญิงเสียชีวิตถึง 168 ศพ เป็น“โศกนาฎกรรมของมนุษยชาติ”ที่สังเวยสงครามรุกร่านอิหร่านในวันแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ถึงกระนั้นก็ตาม การรุกรานอิหร่านก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่สหรัฐฯโดย“โดนัลด์ ทรัมป์” และอิสราเอลโดย“เนทันยาฮู”คิด ว่าจะสามารถเอาชนะได้อย่างรวดเร็วสุดท้ายก็ได้กลับกลายเป็นฝันร้ายของสหรัฐฯและอิสราเอล โดย ณ นาทีนี้ อิหร่านได้สั่งสอนบทเรียนให้“ผู้กระหายสงคราม”เห็นแล้ว จากการสอยเครื่องบินรบ“F-15E Strike Eagle” (F-15E)ตก1 ลำในดินแดนอิหร่าน เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury”ของสหรัฐฯทำให้นักบิน 2 นายต้องใช้“เก้าอี้ดีดตัว”ออกจากเครื่องบิน และในเบื้องต้นสหรัฐฯสามารถช่วยนักบินไว้ได้ 1 นาย ส่วนอีก 1 นายยังคงสูญหาย
นอกจาก “F-15E”เครื่องบินรบลำดังกล่าวจะถูกอิหร่านสอยร่วงแล้ว เครื่องบินโจมตี “A-10 Warthog”ของสหรัฐฯอีกหนึ่งลำ ก็ยังถูกอิหร่านยิงตกบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งยังมีรายงานด้วยว่า เฮลิคอปเตอร์ “Blackhawk”จำนวน 2 ลำที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหานักบิน“F-15E”ที่สูญหาย 1 นาย ถูกอิหร่านยิงเช่นกัน แต่สามารถบินหลบหนีออกจากน่านฟ้าอิหร่านไปได้
อย่างไรก็ดี สำหรับนักบิน“F-15E”ที่สูญหาย 1 นายนั้น เมื่อวันที่ 5 เมษายนวานนี้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “WE GOT HIM!” โดยเปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือนักบินที่สูญหายจากกรณีเครื่องบินรบ“F-15E”ได้สำเร็จ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น พร้อมกับระบุว่า นักบินรายนี้เป็นนายทหารระดับพันเอก ได้รับบาดเจ็บ แต่ปลอดภัยแล้วทั้งนี้“ทรัมป์”ยังได้ยกย่องปฏิบัติการค้นหานักบินในครั้งนี้ว่า“เป็นปฏิบัติการค้นหาที่กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์”
ทั้งนี้ ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า ตามที่“ทรัมป์”จอมกลับกลอกเปิดเผยนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวจากสำนักข่าว“Tasnim”ของอิหร่านอ้างว่า นักบิน 1 นายที่สูญหาย ถูกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งข่าวนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเตหะราน
ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ นัยสำคัญทางการทหารจากการที่เครื่องบินรบ“F-15E”ของสหรัฐฯ ถูกอิหร่านยิงตกในดินแดนของอิหร่านเป็นลำแรกนับตั้งแต่สงครามดำเนินมากว่า 1 เดือน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า ตามที่“ทรัมป์”บอกว่า ปฏิบัติการจากการก่อสงครามรุกรานอิหร่านที่เปิดฉากมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์2569 นั้น ใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว และการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ได้ทำลายกองทัพเรือของอิหร่านลงหมดแล้ว รวมทั้งกองทัพอากาศอิหร่านก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง ต้องถือว่าเป็นเรื่อง“โกหกคำโต”
เพราะนอกจากเครื่องบินรบ“F-15E” จะถูกยิงตกแล้ว ก่อนหน้านี้สหรัฐฯก็ยังสูญเสียโดรน “MQ-9 Reaper”,“F-35” ถูกยิงได้รับความเสียหายแต่ลงจอดฉุกเฉินได้เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา, เครื่องบินตรวจการ“AWACS”รุ่น “E-3 Sentry” ซึ่งจอดอยู่บนรันเวย์ถูกยิงจนเสียหายยับเยิน และรวมทั้งการตกของเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศที่สหรัฐฯปิดข่าวไม่อยู่ มีนักบินประจำเครื่อง “KC135” เสียชีวิตยกลำจำนวนทั้งหมด6 นาย
ดูกันต่อไปว่า เมื่อถึงกำหนดเส้นตาย“ทรัมป์”จะทำตามที่ประกาศไว้จากการโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา โดยขู่สำทับอิหร่านว่า “เวลากำลังจะหมดลง เหลือ 48 ชั่วโมงก่อนที่นรกทั้งหมดจะกระหน่ำใส่พวกเขา ขอพระเกียรติจงมีแด่พระเจ้า”
มีบางเสียงที่ไม่ได้ดังออกมาจากเรือนจำกลางคลองเปรม พนันว่า“ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว” คนอย่าง“ทรัมป์”คงไม่กล้า แต่จะใช้วิธีการพลิกลิ้นหาทางกลบเกลื่อนเป็นข้ออ้างเพื่อ“ดิ้นแถก”ต่อไป !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
ดร.ธนพร เข้าขอโทษ ภูมิธรรม หลังเจอฟ้อง ยกเป็นบทเรียนเตือนสตินักวิพากษ์วิจารณ์
จุดธูปขอเลขสร้างเจดีย์ อึ้งผลลัพธ์ตรงเป๊ะ ทะเบียนรถช่าง-อายุคนตาย!
ทรัมป์ คุยกับ สี จิ้นผิง ปมอิหร่านแค่ย้ำจุดยืน ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากจีน
ทร.ลุ้นรัฐบาลไฟเขียวแจงงบ ฟริเกตลำที่ 2 ปี 70 ผบ.ทร.ระบุ นายกฯ กำชับให้เลือกสิ่งที่ที่ดีที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี