วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“ลูกคือภาพสะท้อนของพ่อแม่ เขาคือเราในเวอร์ชันตัวเล็กกว่า ถ้าพ่อแม่มีแนวคิด พฤติกรรมการเงินอย่างไร ลูกก็จะเป็นอย่างนั้น”
ในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทักษะต่างๆ ที่เราเคยมีอาจไม่สามารถพาเราไปต่อได้เมื่อ AI เข้ามา แต่ความรู้ทางการเงิน (Financial literacy) ยังเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนเอาตัวรอดในโลกใบนี้ได้ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่กังวลว่าลูกจะมีเงินใช้ไม่พอ เมื่อพวกเขาจากไป
เมื่อพูดถึงการปลูกฝัง ‘ความรู้ทางการเงิน’ ให้ลูก พ่อแม่มักคิดว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังผ่านหลักสูตรการเงินในโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่หลายคนคาดหวังยังไม่เกิดขึ้น แต่ความจริงแล้วการปลูกฝังทักษะการเงินจากครอบครัวเป็นวิธีที่จะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุด ดังนั้นการเงินจึงเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของพ่อแม่ หรือสมาชิกคนใดคนหนึ่ง
ทั้งนี้การจะสร้างทักษะการเงินให้เกิดขึ้นได้ในครอบครัว เพื่อส่งต่ออนาคตทางการเงินที่ดีจากรุ่นสู่รุ่น ต้องประกอบด้วย 4 เสาหลักที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่
ลูกเก่งเรื่องเงินได้ ต้องเริ่ม ‘การเงิน’ ในบ้าน
การมี ‘Money Conversation’ หรือการเปิดอกพูดคุยเรื่องการเงินภายในบ้าน ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กเรียนรู้ทักษะการเงินได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
มากกว่าการบังคับให้ลูกเรียนทฤษฎีการเงิน เข้าใจการลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสั่งสมประสบการณ์ สอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่า ลูกเรียนรู้เรื่องเงินจากบ้านก่อนที่จะเรียนรู้จากที่อื่น
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่คุยเรื่องการเงินกับลูก เพราะติดกับดักความกังวลว่าในฐานะพ่อแม่ยังไม่เก่งหรือมีความรู้ทางการเงินเพียงพอที่จะสอนลูกได้ หรือมองว่าลูกยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจสถานะการเงิน
ของครอบครัว ทั้งที่ความจริงแล้วผลวิจัยพบว่า ครอบครัวที่สื่อสารเรื่องเงินกับลูกตรงๆ เด็กมีแนวโน้มเปิดรับและยินดีปรับตัว เพื่อภาระลดการเงินของครอบครัว
“พ่อแม่ต้องค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นครูทางการเงิน เป็นที่พื้นที่ปลอดภัย คุยเรื่องเงินได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งแต่ต้องเรียนรู้ไปกับลูก เมื่อพ่อแม่เรียนรู้ไปพร้อมกัน เด็กจะรู้สึกว่าเรื่องเงินเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้”
3 เทคนิค สอนลูกอย่างไรให้ใช้เงินเป็น
กลไกการปลูกฝังเรื่องการเงิน (Financial Socialization) คือเทคนิคการสอนเรื่องเงิน ที่ช่วยทำให้เด็กมีความรู้ทางการเงินและปฏิบัติได้จริง โดยผ่านกระบวนการที่ครอบครัวถ่ายทอดความรู้ ทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมทางการเงิน สู่ลูกในแต่ละวัน ทั้งที่ตั้งใจและไม่รู้ตัว
ประกอบด้วย 3 เทคนิค
สอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่า การนั่งฟังเลกเชอร์อย่างเดียว เด็กจะเรียนรู้จากการจดจำได้เพียง 10%-20% แต่การเรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง ที่ทำให้เด็กต้องคิด ต้องตัดสินใจ จะเพิ่มระดับการเรียนรู้ได้มากถึง 80%-90%
“หัวใจสำคัญเวลาคุยเรื่องเงินกับลูก คือต้องเปิดใจรับฟังมากกว่าสอน ให้เด็กเรียนรู้จากความผิดพลาด โดยไม่รีบตำหนิ และ เข้าไปช่วยหาทางออก เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เรารู้จักวิธีคิดและพฤติกรรมการใช้เงินของลูกมากขึ้น”
ทุกครอบครัวสามารถสร้างทักษะทางการเงินให้กับลูกหลานได้ โดยไม่ต้องรอหลักสูตรการเงินในโรงเรียนครับ
#TheMoneyCoachTH

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 'หมอเจด'เผยอาการปวดหัวบ่อยๆ แบบไหนที่ไม่ควรกินยา แล้วปล่อยผ่าน
พิเรนทร์จัด สวนสนุกดังสั่งแบนตลอดชีวิต ยูทูบเบอร์แสบ แอบกินนักเก็ตไก่บนรถไฟเหาะ
ลูกศร ธนาภรณ์ หัวใจจะวายกลางดึก โพสต์เล่านาทีระทึกลูกชายติดลิฟต์ในบ้าน
สธ.สั่งจับตาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เสียชีวิตแล้ว 16 ราย เตือนเข้าฤดูฝนระบาดหนักกว่าเดิม
โอมานเตือน พบวัตถุต้องสงสัยโผล่กลางช่องแคบฮอร์มุซ สั่งเรือเลี่ยงด่วน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี