วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เรื่องเงินเป็นเรื่องที่อยู่กับเราตลอดชีวิต ตั้งแต่ตื่นเช้ายันเข้านอน ตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นเวลาคิดแก้ปัญหาทางการเงิน เราจึงควรคิดและหาวิธีที่แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ไม่ทำให้ปัญหานั้นกลับมาอีก
จากการทำงานเรื่องการเงินมาตลอดระยะเวลา 20 ปี ผมมีความเชื่อมั่นใน “ความรู้การเงิน” อย่างมาก เพราะผมได้พิสูจน์ทั้งจากตัวเองและคนที่ผมให้คำปรึกษาแล้วว่า ความรู้นี้สามารถช่วยแก้ปัญหาได้จริง และทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ถ้าเรามีความรู้การเงิน เราจะสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร ซึ่งจะทำให้เราผ่านพ้นปัญหาได้เร็วกว่า (เพราะไม่ต้องรอใคร) และยั่งยืนกว่า (เพราะสร้างและทำได้ด้วยตัวเอง)
แนวทางในการจัดการปัญหาทางการเงินอย่างยั่งยืน ที่ผมมักจะแนะนำให้กับผู้มาขอคำปรึกษา มีดังนี้
1) ยึดหลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
เอาเข้าจริง ปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นได้ การเลือกรอความช่วยเหลือ ในอีกมุมหนึ่ง คือ การหยุดคิด หยุดสู้ หยุดดิ้นรน ซึ่งนั่นเป็นทางของคนที่หมดแล้วซึ่งความเชื่อและความศรัทธาในตัวเอง
ดังนั้น ทางออกแรกที่ใช่ คือ ทางออกที่เราบอกกับสมองของเราว่า “อนาคตการเงินของฉัน ขึ้นอยู่กับตัวฉันเอง” เมื่อคิดเช่นนี้ ประตูแห่งการรอคอยทั้งหมดก็จะหยุดและปิดตาย ความพยายามและความขวนขวายที่จะสู้ด้วยหนึ่งสมองและสมองมือก็จะเริ่มต้นขึ้น
2) ปลดกับดักรายได้ปานกลาง ด้วยรายได้หลายทาง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่รายได้ติดกับดักรายได้ปานกลาง รายได้ในแต่ละปีเพิ่มขึ้นช้า เติบโตไม่ทันรายจ่ายและค่าครองชีพ ดังนั้นเราจะไปคอยไปหวังว่าวันหนึ่งรายได้จะเพิ่มขึ้น จนสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายรอบตัวที่พุ่งสูงขึ้นตลอดเวลา รับรองว่าเราไม่มีทางหลุดกับดักชีวิตปานกลางไปได้
วิธีเดียวที่จะทำลายพันธนาการรายได้ปานกลางก็คือ “ทำให้ชีวิตเรามีรายได้หลายทาง” (Multi-Income Stream) โดยเริ่มต้นสร้าง “งานที่ 2 อาชีพที่ 3 ธุรกิจที่ 4” จากทุนชีวิตที่สะสมมา ความรู้ทักษะและประสบการณ์ เครือข่ายสายสัมพันธ์ และไอเดีย เหล่านี้ คือ สิ่งที่จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ทั้งหมดอาศัยเพียงหลักคิด “เปลี่ยนคุณค่า ให้กลายเป็น มูลค่า” เท่านั้น
3) พยายามเปลี่ยน “รายได้” เป็น “ทรัพย์สิน”
เมื่อเริ่มมีรายได้หลายทาง ก็อย่าหลงกับรายได้ที่มาก และเพลิดเพลินกับการใช้จ่าย จนลืมสะสม สั่งสม “ความมั่งคั่ง” จำไว้ว่า “ทุกครั้งที่มีรายได้ไม่ว่าจะมาจากทางใด อย่าลืมแบ่ง อย่าลืมกันไว้สร้างที่สิ่งมีมูลค่าเพิ่ม หรือสร้างกระแสเงินสดต่อได้”
หากในทุกช่วงชีวิต (หรือในแต่ละเดือน) เราหมั่นที่จะแปรเปลี่ยนรายได้บางส่วนให้กลายเป็นทรัพย์สินอยู่ตลอด ชีวิตก็จะเริ่มจะสะสมความมั่งคั่ง ผ่อนแรง และทำให้ชีวิตของเราอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นไปอีก
เริ่มต้นจาก “เงินออม” แล้วเปลี่ยนเงินออมไปเป็นทรัพย์สินรูปต่าง ๆ อาทิ เงินฝาก สลากออมทรัพย์ พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นสามัญ หุ้นสหกรณ์ กองทุนรวม ประกันชีวิต ทองคำ บ้าน ที่ดิน บิตคอยน์ ฯลฯ (ต้องมีความรู้ในทุกทรัพย์สินที่ลงทุนด้วยนะ)
หรือบางคนอาจเปลี่ยนงานที่ทำเป็นเป็นทรัพย์สิน เช่น ภาพถ่าย งานเขียน งานสอนงานบรรยาย คลิปวิดีโอ เพื่อให้งานที่ทำ 1 ครั้ง ใช้งานได้มากกว่าหนึ่งครั้ง อันนี้ก็เป็นทรัพย์สินรูปแบบหนึ่งได้เหมือนกัน
เมื่อมีทรัพย์สิน เราจะเริ่มมีรายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income ในรูป ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า และค่าลิขสิทธิ์ ชีวิตที่มีความสุข มีเครื่องผ่อนแรงทางการเงิน ต้องมีรายได้ในรูปแบบนี้ ไม่ใช่มีแต่เงินเดือนและค่าจ้างไปตลอดชีวิต
ดังนั้น ทุกเดือนที่ได้เงินเดือนเข้ามา อย่าลืมจัดสรรเป็นเงินออม และแปลงมันเป็นทรัพย์สินในท้ายที่สุด ทำได้แบบนี้ทุกเดือน รับประกันว่าการเงินจะมั่งคั่งอย่างยั่งยืนแน่นอน
4) เรียนรู้เรื่องการเงิน
ด้วยโลกเศรษฐกิจและเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับชีวิตคนเราในแต่ละช่วง ก็มีเรื่องราวทางการเงินเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด จึงมีความจำเป็นที่คนเราต้องเรียนรู้เรื่องการเงิน และวางแผนการเงินให้เป็น เพื่อให้ชีวิตสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินและพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ความรู้ทางการเงินที่คนเราทุกคนควรเรียนรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนการเงินและวางแผนชีวิตได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย
• การวางแผนสภาพคล่อง
• การวางแผนใช้สินเชื่อและวางแผนชำระเงินคืน
• การวางแผนจัดการความเสี่ยง
• การวางแผนภาษี
• การวางแผนสู่ความมั่งคั่ง (เกษียณ)
• การวางแผนการออมและการลงทุน
• การลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ
และ ฯลฯ
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจจะมีชีวิตการเงินที่ดีอย่างยั่งยืน การหาความรู้เหล่านี้ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป (ช่องทางหนึ่งคือ ติดตามมันนีโค้ชทางเฟซบุ๊กและยูทูป The Money Coach)
ทั้งนี้เรื่องใดที่ท่านเรียนรู้และทำได้ดีอยู่แล้ว ก็ขอให้รักษาวินัยและลงมือทำต่อไป เรื่องใดที่ยังทำไม่ได้ ก็ขอให้ยอมรับกับตัวเอง ว่าไม่รู้ และเริ่มต้นศึกษาหาความรู้กันนะครับ
หวังว่าทุกท่านจะได้แนวทางในการปรับปรุงชีวิตทางการเงินให้ดีขึ้น จากทั้ง 4 แนวทางนี้ และขอให้ทุกคนมีสุขภาพการเงินที่ดี (MONEY FITNESS) กันตลอดชีวิตนะครับ
#TheMoneyCoachTH

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?
‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย
กองทัพภาคที่ 2 ปลื้ม! กระแสเที่ยว นักท่องเที่ยวแห่เยี่ยมชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ทะลุเป้า
วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี