วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
คนไทยเป็นหนี้กันมากแค่ไหน? ตัวเลขล่าสุดจากแบงก์ชาติบอกว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 85.9% ของ GDP (ไตรมาส 1 ปี 2569) ต่ำสุดตั้งแต่ช่วงโควิด ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ช้าก่อน... ตัวเลขที่ลดลงไม่ได้แปลว่าเราเป็นหนี้น้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจโตขึ้นและแบงก์ปล่อยกู้น้อยลงต่างหาก
ที่น่ากังวลกว่าคือ “คุณภาพหนี้แย่ลง” ดูจาก หนี้เสีย (NPL) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.85% ของสินเชื่อทั้งหมด
และถ้าดูว่าคนไทยเป็นหนี้อะไรกันบ้าง จะพบว่า สินเชื่อส่วนบุคคล ครองสัดส่วนมูลค่าสูงถึง 27% เป็นรองแค่สินเชื่อบ้านเท่านั้น แถมข้อมูลเครดิตบูโร (NCB) ยังบอกว่ายอดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลแซงหน้าสินเชื่อรถยนต์ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้านับเป็นจำนวนบัญชี สินเชื่อส่วนบุคคลกินไปเกือบ 4 ใน 10 บัญชี (39.28%) ตามด้วยบัตรเครดิตอีกราว 1 ใน 4 (24.68%)
แปลง่าย ๆ ว่า หนี้ของคนไทยส่วนใหญ่คือ "หนี้กินหนี้ใช้" - หนี้ที่ไม่ได้สร้างทรัพย์สินหรือรายได้กลับมา แถมดอกเบี้ยยังแพงกว่าหนี้บ้านหนี้รถ พอเศรษฐกิจสะดุดหรือรายได้ไม่มาตามนัด ก็เสี่ยงกลายเป็นหนี้เสียได้เร็วมาก
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "มีหนี้เท่าไหร่" แต่คือ "จะจัดการหนี้ยังไงไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย" วันนี้ขอชวนทำตาม 3 ขั้นตอนง่าย ๆ
1. ป้องกัน - ใช้สินเชื่อให้เป็น อย่าให้สินเชื่อใช้เรา
บัตรเครดิต
• จ่ายเต็มจำนวนทุกครั้ง (ถ้าทำได้) ดอกเบี้ยจะได้ไม่มาเยือน
• ถ้าจ่ายเต็มไม่ไหว อย่างน้อยจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำ
• จำไว้ว่าบัตรเครดิตมีไว้เพื่อ "ความสะดวก" ไม่ใช่ "เพิ่มกำลังซื้อ" - ถ้าไม่มีเงินสดพร้อมจ่าย ก็อย่าเพิ่งรูด
สินเชื่อส่วนบุคคล
• กู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ (ที่ดีควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน)
• เปรียบเทียบดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมก่อนตัดสินใจเสมอ
• เช็กภาระผ่อนต่อเดือนว่าไหวไหมเมื่อเทียบกับรายได้
• อย่ากู้มาช้อป กิน เที่ยว - นั่นคือทางลัดสู่หนี้ท่วม
2. เฝ้าระวัง - จับสัญญาณ "หนี้เกินตัว" ให้ทัน
• ลองเช็กตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้บ้างไหม
• จ่ายขั้นต่ำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัย
• ผ่อนหลายบัญชีจนเงินเดือนแทบไม่เหลือ
• กู้ก้อนใหม่มาโปะหนี้ก้อนเก่า
• เริ่มจ่ายช้า เริ่มผิดนัดชำระ
• รายได้ไม่พอทั้งค่าใช้จ่ายและค่างวด
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง นั่นคือไฟเหลืองกะพริบแล้ว อย่ารอให้เป็นหนี้เสีย (NPL) แล้วค่อยแก้ เพราะถึงตอนนั้นทางเลือกจะน้อยลงมาก
3. แก้ไข - เริ่มมีปัญหาเมื่อไหร่ รีบคุยกับเจ้าหนี้ทันที
หลายคนพอเริ่มจ่ายไม่ไหวก็เลือกเงียบหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วเรามีทางออกหลายทาง
• ติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็ว ยิ่งคุยเร็ว ยิ่งมีทางเลือกเยอะ
• ปรับโครงสร้างหนี้ ขอลดค่างวด ลดดอกเบี้ย หรือยืดระยะเวลาผ่อน
• รวมหนี้เป็นก้อนเดียว รีไฟแนนซ์ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่า
• ขอเงื่อนไขผ่อนใหม่ ที่เหมาะกับรายได้ปัจจุบัน
• เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ภาครัฐและสถาบันการเงินมีให้
หนี้เพื่อการบริโภคไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถ้าใช้เป็นก็เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่ดี แต่ถ้าใช้พลาด มันคือหนี้ที่ดอกแพงและลากเราลงเหวได้เร็วที่สุด ป้องกันไว้ก่อน เฝ้าระวังให้ดี และถ้าพลาดแล้วก็รีบแก้ - สามคำนี้จำไว้ แล้วหนี้จะไม่มีวันควบคุมชีวิตเรา

'เป็กกี้ ศรีธัญญา' เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว
เช็กก่อนจะสาย! เจ็บแน่นหน้าอก แบบไหน...สัญญาณเตือน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน
ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน
อุทาหรณ์! นักธุรกิจหนุ่ม รักสุขภาพ กินคลีน-ออกกำลังกาย ช็อกตื่นมาเป็นอัมพาต หมอเผยปม
รัฐบาลทรัมป์เอาจริง ออกกฎเหล็กจำกัดเวลาวีซ่านักเรียน-ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน-สื่อมวลชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี