คนไทยเป็นหนี้กันมากแค่ไหน? ตัวเลขล่าสุดจากแบงก์ชาติบอกว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 85.9% ของ GDP (ไตรมาส 1 ปี 2569) ต่ำสุดตั้งแต่ช่วงโควิด ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ช้าก่อน... ตัวเลขที่ลดลงไม่ได้แปลว่าเราเป็นหนี้น้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจโตขึ้นและแบงก์ปล่อยกู้น้อยลงต่างหาก
ที่น่ากังวลกว่าคือ “คุณภาพหนี้แย่ลง” ดูจาก หนี้เสีย (NPL) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.85% ของสินเชื่อทั้งหมด
และถ้าดูว่าคนไทยเป็นหนี้อะไรกันบ้าง จะพบว่า สินเชื่อส่วนบุคคล ครองสัดส่วนมูลค่าสูงถึง 27% เป็นรองแค่สินเชื่อบ้านเท่านั้น แถมข้อมูลเครดิตบูโร (NCB) ยังบอกว่ายอดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลแซงหน้าสินเชื่อรถยนต์ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้านับเป็นจำนวนบัญชี สินเชื่อส่วนบุคคลกินไปเกือบ 4 ใน 10 บัญชี (39.28%) ตามด้วยบัตรเครดิตอีกราว 1 ใน 4 (24.68%)
แปลง่าย ๆ ว่า หนี้ของคนไทยส่วนใหญ่คือ "หนี้กินหนี้ใช้" - หนี้ที่ไม่ได้สร้างทรัพย์สินหรือรายได้กลับมา แถมดอกเบี้ยยังแพงกว่าหนี้บ้านหนี้รถ พอเศรษฐกิจสะดุดหรือรายได้ไม่มาตามนัด ก็เสี่ยงกลายเป็นหนี้เสียได้เร็วมาก
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "มีหนี้เท่าไหร่" แต่คือ "จะจัดการหนี้ยังไงไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย" วันนี้ขอชวนทำตาม 3 ขั้นตอนง่าย ๆ
1. ป้องกัน - ใช้สินเชื่อให้เป็น อย่าให้สินเชื่อใช้เรา
บัตรเครดิต
• จ่ายเต็มจำนวนทุกครั้ง (ถ้าทำได้) ดอกเบี้ยจะได้ไม่มาเยือน
• ถ้าจ่ายเต็มไม่ไหว อย่างน้อยจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำ
• จำไว้ว่าบัตรเครดิตมีไว้เพื่อ "ความสะดวก" ไม่ใช่ "เพิ่มกำลังซื้อ" - ถ้าไม่มีเงินสดพร้อมจ่าย ก็อย่าเพิ่งรูด
สินเชื่อส่วนบุคคล
• กู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ (ที่ดีควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน)
• เปรียบเทียบดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมก่อนตัดสินใจเสมอ
• เช็กภาระผ่อนต่อเดือนว่าไหวไหมเมื่อเทียบกับรายได้
• อย่ากู้มาช้อป กิน เที่ยว - นั่นคือทางลัดสู่หนี้ท่วม
2. เฝ้าระวัง - จับสัญญาณ "หนี้เกินตัว" ให้ทัน
• ลองเช็กตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้บ้างไหม
• จ่ายขั้นต่ำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัย
• ผ่อนหลายบัญชีจนเงินเดือนแทบไม่เหลือ
• กู้ก้อนใหม่มาโปะหนี้ก้อนเก่า
• เริ่มจ่ายช้า เริ่มผิดนัดชำระ
• รายได้ไม่พอทั้งค่าใช้จ่ายและค่างวด
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง นั่นคือไฟเหลืองกะพริบแล้ว อย่ารอให้เป็นหนี้เสีย (NPL) แล้วค่อยแก้ เพราะถึงตอนนั้นทางเลือกจะน้อยลงมาก
3. แก้ไข - เริ่มมีปัญหาเมื่อไหร่ รีบคุยกับเจ้าหนี้ทันที
หลายคนพอเริ่มจ่ายไม่ไหวก็เลือกเงียบหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วเรามีทางออกหลายทาง
• ติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็ว ยิ่งคุยเร็ว ยิ่งมีทางเลือกเยอะ
• ปรับโครงสร้างหนี้ ขอลดค่างวด ลดดอกเบี้ย หรือยืดระยะเวลาผ่อน
• รวมหนี้เป็นก้อนเดียว รีไฟแนนซ์ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่า
• ขอเงื่อนไขผ่อนใหม่ ที่เหมาะกับรายได้ปัจจุบัน
• เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ภาครัฐและสถาบันการเงินมีให้
หนี้เพื่อการบริโภคไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถ้าใช้เป็นก็เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่ดี แต่ถ้าใช้พลาด มันคือหนี้ที่ดอกแพงและลากเราลงเหวได้เร็วที่สุด ป้องกันไว้ก่อน เฝ้าระวังให้ดี และถ้าพลาดแล้วก็รีบแก้ - สามคำนี้จำไว้ แล้วหนี้จะไม่มีวันควบคุมชีวิตเรา

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี