วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ขบวนการนักการเมืองพรรคสีส้มนั้น เป็นประเภท“หัวมังกุท้ายมังกร” มีอุดมการณ์อุดมคติที่ไม่ชัดเจน จะเป็นฝ่ายก้าวหน้านิยม“ลัทธิคอมมิวนิสต์”ก็ไม่ใช่ หรือจะเป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยก้าวหน้า ประเภท“Progressive Liberal Democracy” ก็เป็นได้แค่“กาก-กาก”
สำหรับฝ่ายก้าวหน้านิยม“ลัทธิคอมมิวนิสต์” ถึงที่สุดแล้วไม่ใช่แน่นอน เพราะนักการเมือง“สายพันธุ์สีส้ม” ไม่นิยมทั้งจีนและรัสเซีย แต่ไปฝักใฝ่ถึงขั้นให้ประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐฯครอบงำและชี้นำ กลายเป็น“สมุนรับใช้”ของประเทศ“ล่าอาณานิคมยุคใหม่” ที่เป็นปฏิปักษ์กับ“สถาบันพระมหากษัตริย์”อยู่ในที
ภาพลักษณ์ภายนอกที่ทำให้คนรุ่นใหม่“หลงเคลิ้ม”กับนักการเมืองพรรคส้ม ก็คือ แนวคิดและนโยบายที่มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของ“คนเล็กคนน้อย”ที่อยู่ชั้นล่างของสังคมไทย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมกัน
ดูได้จากคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองพรรคประชาชน ซึ่งตั้งเข็มมุ่งจะทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนมี“เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ” ด้วยความเชื่อมั่นว่า “มนุษย์มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า มนุษย์มีสิทธิในการใฝ่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่า และมนุษย์มีความชอบธรรมสูงสุดในการกำหนดอนาคตของตนเองและสังคม” และเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ว่า “โลกยุคใหม่ สังคมใหม่ และการเมืองแบบใหม่”สามารถทำให้“แสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ”บังเกิดขึ้นได้
สำคัญที่สุด พรรคประชาชนยืนยันหลักการ ว่า“ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด การใช้อำนาจรัฐต้องสัมพันธ์ยึดโยงกับประชาชน การดำเนินกิจกรรมของพรรคยึดหลักการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคเป็นสำคัญ โดยส่งเสริมประชาธิปไตยภายในพรรคพร้อมไปกับประสิทธิภาพในการทำงาน”
ดังนั้นจึงไม่แปลก ในห้วงเวลานี้พรรคประชาชนจึงจุดกระแสเรื่อง“ระบอบสีน้ำเงิน” อันมีนัยซ่อนเร้นไกลว่า “พรรคสีน้ำเงิน”หรือพรรคภูมิใจไทย รวมทั้ง “สว.สีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ชุดปัจจุบัน ที่มีความเชื่อมโยงทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยอันเป็นที่มาของ“สว.สีน้ำเงิน” แต่นัยซ่อนเร้นที่ว่านี้ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า หมายถึง“สถาบันพระมหากษัตริย์”
ดังคำประกาศหลักการของพรรคประชาชนที่ว่า “ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด การใช้อำนาจรัฐต้องสัมพันธ์ยึดโยงกับประชาชน” และยังสามารถอ่าน“ระหว่างบรรทัด”ที่“เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน จุดกระแสเกี่ยวกับ“ระบอบสีน้ำเงิน”โดยเกี่ยวโยงกับ“องคมนตรี” และ“ปิยบุตร แสงกนกกุล”ผู้นำจิตวิญญาณของนักการเมืองพรรคส้ม ที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นต้นคิด ได้ออกมาขยายประเด็นเรื่อนการยกเลิก“คณะองคมนตรี”ซ้ำเข้าไปอีก-ซึ่ง“เท้ง-ณัฐพงษ์”แสดงความคิดเห็นไว้อย่างนี้
“ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน พวกเขาจัดวางสถาบันทางการเมืองและระบบกฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้อำนาจของชนชั้นนำที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน อยู่เหนือกว่าอำนาจที่มาจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ พวกเขาจัดวางสถาบันทางการเมือง และระบบกฎหมายใหม่เพื่อทำให้ผลประโยชน์ของชนชั้นนำอยู่เหนือกว่าผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ฯลฯ”
อีกทั้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่า“ระบอบสีน้ำเงิน”ที่พรรคประชาชนจุดกระแสนั้น มีนัยถึง“สถาบัน” ยังยืนยันได้จากความคิดเห็นของนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ที่กล่าวไว้ใน“เฟซบุ๊กไลฟ์รายการ-ประเทศไทยต้องมาก่อน”เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมวานนี้ ซึ่งนายจตุพรมองว่า “เมื่อพรรคประชาชนขยายนิยามระบอบสีน้ำเงินใหญ่เกินกว่าพรรคภูมิใจไทย เท่ากับปลุกความขัดแย้งรอบใหม่ในสังคมโดยไม่จำเป็น และยิ่งจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ไม่สำเร็จ ดังนั้น จึงเป็นความเพลี่ยงพล้ำของพวกไร้เดียงสา”
นอกจากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ“กลุ่มคนเสื้อแดง” ที่รู้เช่นเห็นชาติคนอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ “นายทุนพรรคส้ม”ตัวจริง และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นอย่างดี ยังได้ระบุว่า“เมื่อพรรคประชาชนไปปลุกระบอบสีน้ำเงินขึ้นมา พร้อมมีข้อเสนอยกเลิกองคมนตรี จากนั้นนิยามระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคิดเป็นอื่นไม่ได้ ดังนั้น สถานการณ์ทางการเมืองจึงเริ่มร้อนแรงขึ้น จึงน่าสงสัยว่า หากการปั่นความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องสร้างกระแสเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ก็คงเป็นเกมเปิดประตูสำหรับล้มกระดาน เพราะปั่นให้ร้อนเกินความจำเป็น..เมื่อเล่นเกมใหญ่ เพื่อให้ได้ใหญ่ อาจเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด และถ้าเสียก็เสียใหญ่ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวเหมือนกัน”
พรรคประชาชนจะสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างไรนั้น ประการแรก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมวานนี้ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำ“กลุ่มพิราบขาว 2006” ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนไต่สวน ยื่นคำร้องยุบพรรคประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความและให้สัมภาษณ์พาดพิงองคมนตรีและรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และอาจนำไปสู่การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
อีกประการหนึ่ง นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล ยังได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งเป็น“1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล”ที่ถูกศาลฎีกาฯพิจาราณาเรื่อง“ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส.ในทันที จากกรณีให้สัมภาษณ์ส่อไปในทาง“เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน”อย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง“องคมนตรี”และเรื่อง“ระบอบสีน้ำเงิน”
อย่างไรก็ดี ทั้ง“เท้ง”และนักการเมืองพรรคส้มนั้น ว่าไปก็เหมือนกับ พวก“ฝ่ายซ้ายไร้เดียงสา” แต่เป็น“ฝ่ายซ้ายเทียม”ที่มีความคิด“สุดโต่ง”ปฏิเสธการประนีประนอมทุกรูปแบบ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

จับบิ๊กเครือข่าย 'นักบิน ชนแดน' ขนยาบ้าลอตมหึมาเฉียด 7 ล้านเม็ด
ดร.ประยูร ครองยศ ลงชิงผู้ว่าฯกทม. ประกาศ ขอโอกาส นำประสบการณ์บริหารพัฒนาเมืองหลวง
สื่อรัฐบาลเตหะราน หลุดร่างดีล MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน เดิมพันด้วยกฎหมายสากล
'อุ้ม'ซ้ายฟ้าสั่ง! ซัดชัยพาบุรีรัมย์แชมป์อาเซียนคัพ
พีคกว่านี้มีอีกไหม เปิดคำตอบการบ้านนักเรียนวิชาสังคมฯ ที่ทำเอาทำชาวเน็ตแห่เอ็นดู

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี