วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“อนุทิน ชาญวีรกูล” ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง โดยการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)ด้วยคะแนนเสียง 293 ต่อ 119 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 498 คน และเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 สรุปรวมแล้วจนถึงวันนี้ทำงานมาได้ 3 เดือน 13 วัน ปรากฏว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น สื่อเสี้ยม และไทยมุง ทั้งกดดันทั้งไล่ส่งเพื่อให้นายอนุทินลงจากอำนาจด้วยสารพัดข้อกล่าวหา
เรียกว่าทั้งข้อกล่าวหารายวันและข้อหาเก่าซ้ำซาก เช่น “เขากระโดง” และ“ฮั้ว สว.” ที่อยู่ในกระบวนการของศาลและระบบยุติธรรม คือจะให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงจากตำแหน่งให้ได้ แบบว่าแค่“อนุทิน”หายใจก็ผิด ขณะที่นักการเมืองชั่วร้าย“โกงชาติโกงแผ่นดิน”กลับถูกละเลย
เป็นต้นว่า คน“ขี้คุก”อย่าง“ทักษิณ ชินวัตร”และอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของ“ตระกูลชินวัตร” 2 คน คือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กับ“แพทองธาร ชินวัตร” มีเรื่องที่สังคมไทยจะต้อง“เอาเรื่อง” แต่บรรดาคนเหล่านั้นกลับไม่ส่งเสียงแม้สักแอะเดียว ไม่ว่าจะเรื่องภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทจากการขาย“หุ้นชินคอร์ป”ให้กับ“กลุ่มเทมาเส็ก”ประเทศสิงคโปร์ ที่“ทักษิณ”จะต้องจ่ายคืนให้แก่รัฐ
และ 1 หมื่นล้านบาทที่“ยิ่งลักษณ์ ยิ่งลักษณ์”จะต้องชดใช้ให้แก่รัฐจากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งเรื่องที่ดิน“สนามกอล์ฟอัลไพน์” ที่โยงใยกับ“แพทองธาร ชินวัตร” และกรณี“ตั๋ว P/N” หรือ“ตั๋วสัญญาใช้เงิน”มูลค่ากว่า 4.4 พันล้านบาท หรือตัวเลขกลมๆ 4,434.5 ล้านบาท ซึ่ง“แพทองธาร”จ่ายให้แก่ญาติพี่น้องเพื่อชำระค่าหุ้น อันทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็น“นิติกรรมอำพราง”ในการ“สร้างหนี้ปลอม”เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี และทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินมากกว่า 200 ล้านบาท
หรือแม้แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในสมัย“เศรษฐา ทวีสิน” กับ“แพทองธาร ชินวัตร” ถ้าไม่มีอคติใดๆ ก็จะเห็นเป็นประจักษ์ว่า เวลา 2 ปีของ“รัฐบาลเศรษฐา” กับ“รัฐบาลแพทองธาร” ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้พูดถึงได้แม้แต่เรื่องเดียว จะมีก็แต่การล้างผลาญงบประมาณแผ่นดิน ทั้งโครงการประชานิยม“แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท” และการถลุงเงินหลายพันล้านบาทจากการเดินสายทัวร์ต่างประเทศของ“เศรษฐา”และ“แพทองธาร” ด้วยข้ออ้างเพื่อไปเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในบ้านเรา สุดท้ายสลึงเดียวก็ไม่เห็นมีนักลงทุนต่างชาติที่ไหนเข้ามาลงทุน
เฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ“แพทองธาร ชินวัตร” ที่นอกจากจะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการสนทนาทางโทรศัพ์กับ“ฮุน เซน”ที่เข้าข่าย“ขายชาติ”ให้แก่อริราชศัตรูแล้ว เงินอีกกว่า 5 พันล้าน ซึ่ง“แพทองธาร”นำไปล้างผลาญในโครงการ“ซอฟต์พาวเวอร์”โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น และควรจะต้องถูกตรวจสอบ ก็อีกเช่นกัน ที่บรรดาฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น สื่อเสี้ยม และไทยมุง ต่างเงียบ“เป็นเป่าสาก”
การเดินทางไปเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตามเทียบเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมประชุม“ปัญญาประดิษฐ์โลก 2026” (WAIC) รวมทั้งเข้าพบปะหารือประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ แทนที่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น สื่อเสี้ยม และไทยมุง จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเดินทางไปเยือนจีนของนายอนุทินครั้งนี้ พร้อมกับคณะชุดใหญ่ทั้งรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับนักธุรกิจนักลงทุนภาคเอกชนของไทย ว่าไทยได้อะไรติดไม้ติมือกลับมาบ้าง โดยเฉพาะ“MOU” 15 ฉบับ ที่ได้มีการลงนามร่วมกันนั้น ไทยได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไรบ้าง
แต่ที่ไหนได้กลับไปติดใจเหมือนพวก“มีอารมณ์ค้าง” จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้องเพลง”เถียนมี่มี่” ของ“เติ้งลี่จวิน”ราชินีเพลงจีนระดับตำนานชาวไต้หวัน ที่เสียชีวิตในประเทศไทยด้วยโรคประจำตัวหอบหืดกำเริบ ขณะมาพักผ่อนที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2538 โดยนายอนุทินได้ร้องเพลงนี้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งนายหลี่ เฉียง ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะผู้แทนจากประเทศไทย ในช่วงท้ายของงานเลี้ยง นายอนุทินได้รับเชิญให้ร่วมขับร้องเพลง และเมื่อนายอนุทินร้องเพลงจีนยอดนิยม“เถียนมี่มี่” นายกรัฐมนตรีจีนและแขกผู้ร่วมงานต่างก็สนุกสนานครึกครื้นกันอย่างชื่นมื่น
บุคคลที่เกิดอาการ“อารมณ์ค้าง”ซึ่งเสียงดังที่สุด 3 คน โดย 2 คนเป็น“ขาประจำ”ที่“ฟัด”นายอนุทิน ชาญวีรกูล มาโดยตลอด คือ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านการเมืองจาก“นิด้า” และนายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” หรือที่รู้จักกันในนาม“ทูตนอกแถว” และอีกคนหนึ่ง คือ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือเจ้าของฉายา“สิงห์สนามหลวง”นักเขียนนักวิจารณ์วรรณกรรมอาวุโส ที่ถูกคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติปลดจากการเป็น“ศิลปินแห่งชาติ”เมื่อปี 2564
“ทูตนอกแถว”ที่มีพื้นฐานชอบเล่นกีตาร์ และชอบแอบซุ่มไปดื่มกินและฟังเพลงบลูส์ที่สถานบันเทิงย่านบางลำพูในยามราตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงสองครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาโพสต์ข้อความโดยสรุปว่า “เพลงเถียนมี่มี่เป็นเพลงไต้หวันที่เคยถูกแบน และเติ้งลี่จวินนักร้อง ซึ่งเป็นลูกสาวของนายทหารใหญ่พรรคก๊กมินตั๋ง ก็ถูกห้ามเข้าประเทศจีน ถามว่าเพลงจีนมีเป็นล้าน ถ้าจะร้องเอาใจเขา แล้วไปร้องเพลงนี้ทำไม? ให้แสลงใจเขาเปล่าๆ ? เปิ่นก็คือเปิ่น เชยก็คือเชย ก็แค่นั้น ไม่รู้ก็จะได้รู้ เตือนมาให้ทีหลังทำการบ้านระวังหน่อย ไม่ใช่นึกอยากจะร้องอะไรก็ร้อง ในทางการต่างประเทศมันมีความละเอียดอ่อนอยู่ ถ้าทำการบ้านบ้างจะได้ไม่ไปเปิ่นเชย ป่านนี้ไม่รู้ไต้หวันนั่งหัวร่ออยู่ไหม”
ส่วน“สิงห์สนามหลวง” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าไว้อย่างนี้ “ร้องเพลง ‘เถียนมีมี่’ (หวานปานนํ้าผึ้ง) เพื่ออะไร ทำไมไม่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ‘เราสู้’” พร้อมกันนี้ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ“สิงห์สนามหลวง” ยังได้ตั้งข้อสังเกตพาดพิงถึงข้อตกลงความร่วมมือ หรือ“MOU” 15 ฉบับ และเม็ดเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาทจากทางการจีนว่า อาจมีผลประโยชน์แอบแฝงที่ส่งผลกระทบต่อประชากรคนรุ่นใหม่ (Gen Y, Gen Z, Gen A) อันอาจทำให้ต้องการย้ายประเทศ
และอีกคนหนึ่ง รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “บางทีอาชีพนักดนตรีอาจจะเหมาะกับคุณอนุทิน แต่การร้องเพลงก็ต้องดูกาละเทศะด้วยเหมือนกัน เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศได้”
อย่างไรก็แล้วแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้โพสต์ข้อความและโพสต์เพลง “Thank You For The Music” ของวง “ABBA” ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นการโต้กลับเช่นกัน โดยอันเชิญวรรคทองจากบทละครพูดคำกลอนเรื่อง“เวนิสวาณิช” พระราชนิพนธ์ใน“พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 6 ดังนี้ :-
ชนใดไม่มีดนตรีกาล
ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์
รุ่งเรือง ปรีชากุล

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 22-28 ก.ค.69
ภราดร ซัด ยิ่งชีพ เชื่อคนปล่อยข่าว จี้ถามตกลง เขา ที่ว่าน่ะใคร
พบกระบะต้องสงสัย ถูกเผาทำลายหลักฐาน ในอ.ศรีสาคร ห่างจุดคนร้ายปาระเบิด-กราดยิงไม่ไกล
ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ
เปิดชนวนเหตุ ดรามา 'คัลแลน-พี่จอง' เยือน อุทยานฯ ตาดโตน หลังแฟนคลับติงสปอยล์คลิปก่อนออนแอร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี