วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โลกนี้เป็นเวทีละครโรงใหญ่ ต่างคนต่างเล่นกันไปตามบทบาท ไม่ว่าจะ“พระเอก-ผู้ร้าย” หรือ“นางเอก-ตัวอิจฉา” หรือแม้แต่ตัวประกอบ ล้วนกำหนดจากความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมของตนเองทั้งสิ้น
“โดนัลด์ ทรัมป์”ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รับบทเป็น“จอมวายร้าย”แบบ“ปีศาจในคราบนักบุญ” ทำให้สงครามในตะวันออกกลางไม่สามารถกลับไปสู่สันติภาพได้อย่างแท้จริง โดยที่สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ได้มีการลงนามหยุดยิงขึ้นสู่โต๊ะเจรจากันแล้ว
จนถึงขณะนี้ สหรัฐฯได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านมานานกว่า 1 สัปดาห์ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีครอบคลุมหลายประเทศซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย เช่น บาห์เรน, คูเวต, จอร์แดน, ซีเรีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย
ทางกองทัพสหรัฐฯ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ “เซนต์คอม” (Centcom) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าเมื่อคืนวันเสาร์ต่อเช้าวันที่ 19 กรกฏาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอีกระลอกตามคำสั่งของ“โดนัลด์ ทรัมป์” หลังจากถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีและโดรนใส่ฐานทัพสหรัฐฯในจอร์แดนเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคมก่อนหน้านี้ ทำให้ทหารของสหรัฐฯเสียชีวิต 2 นาย โดยกองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิต และอีก 1 นายยังคงสูญหาย
จากแถลงการณ์ดังกล่าวของ“เซนต์คอม“ยังระบุด้วยว่า การปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่แปด ก็เพื่อ“บั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม” และเพื่อ“ลงโทษกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่เปิดฉากโจมตีทหารอเมริกันในจอร์แดน”
สถานการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากการสู้รบกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่ทางการอิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้นล่มสลายลง จากที่เริ่มมีผลบังคับใช้มาได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน
ขณะที่ ทางฝั่งอิหร่านนั้น “โมจตาบา คาเมเนอี”ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะ นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านแทน“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”ผู้บิดาที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุในแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อช่วงดึกของคืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฏาคมที่ผ่านมาว่า
“การละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอเมริกาได้เปิดเผยความจริงพื้นฐานประการหนึ่ง นั่นคือ ลายเซ็นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไร้ค่าและปราศจากความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง”
แต่อะไรก็ไม่สำคัญ เมื่อสงครามระหว่าง“สหรัฐฯ-อิหร่าน”ยังดำเนินต่อไป ก็ทำให้วิกฤตด้านพลังงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก ไม่มีทางที่จะคลี่คลายลงได้เช่นกัน เพราะตราบใดที่สถานการณ์บริเวณ“ช่องแคบฮอร์มุซ”ยังตึงเครียด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานโลกก็ย่อมต้องพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เนื่องจาก“ช่องแคบฮอร์มุซ”เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานที่สำคัญของโลก
ตามไปดูต่อบน“เวทีละครโรงใหญ่” โดยนายโซห์รานมามดานี (Zohran Mamdani) นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยจากการให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ “The Interview” ของ “The New York Times” เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายกฎหมาย ถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ต่อ“เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ถ้าหาก“เนทันยาฮู”มาร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
“โซห์ราน มามดานี” นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เชื้อสาย“ยูกันดา-อินเดีย”วัย 34 ปี กล่าวอย่างหนักแน่นโดยเชื่อมั่นว่า“เนทันยาฮู” ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ“ศาลอาญาระหว่างประเทศ” หรือ“ICC” ในฐานะบุคคลที่ถูก“ICC”ออกหมายจับในข้อหา“อาชญากรรมสงคราม” และข้อหา“อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” จากสถานการณ์ที่“ฉนวนกาซา” ในดินแดนปกครองตนเองของปาเลสไตน์ที่อยู่ติดกับอียิปต์และอิสราเอล
ทั้งนี้ “เนทันยาฮู” ผู้ซึ่งสุมหัวกับ“โดนัลด์ ทรัมป์”เปิดสงคราม“หมาหมู่”รุกรานอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ในช่วงต้นปี จนทำให้โลกปั่นป่วนจาก“วิกฤตพลังงาน”มาถึงทุกวันนี้ และเป็นบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็น“ความชั่วร้าย” จากการใช้นโยบายทางทหารที่รุนแรงในฉนวนกาซาเพื่อปราบปราม“กลุ่มฮามาส”อันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ได้ถูก“ศาลอาญาระหว่างประเทศ”ออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการตัดการเข้าถึงอาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์ในฉนวนกาซา
ผ่านมาเกือบ 2 ปี “เนทันยาฮู”ฆาตกรมือเปื้อนเลือดผู้นี้ ที่ยึดมั่นอุดมการณ์“ไซออนิสต์” (Zionism)แบบขวาจัดแห่ง“พรรคลิคุด”ของอิสราเอล แม้จะถูก“ศาลอาญาระหว่างประเทศ”ที่มีรัฐภาคีสมาชิกทั้งหมด 124 ประเทศออกหมายจับ แต่“เนทันยาฮู”ก็ยังลอยนวลอยู่ได้อย่างสบาย
ประการสำคัญก็เพราะ ไม่มีใครกล้าจับ“เนทันยาฮู”เจ้าของฉายา“แมวเก้าชีวิต”ที่ครองอำนาจบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอิสราเอลมายาวนานถึง 5 สมัยรวมทั้งหมด 15 ปีส่งขึ้นศาล และอิสราเอลก็ไม่ได้เป็นรัฐภาคีสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศที่ให้สัตยาบันยอมรับเขตอำนาจศาลนี้แต่อย่างใด เช่นเดียวกับสหรัฐฯซึ่งก็เหมือนกับอิสราเอล ที่ไม่ได้เป็นรัฐภาคีสมาชิกของ“ICC”
ดังนั้น พอสิ้นเสียงสัมภาษณ์ของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ทางอิสราเอลโดยนายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ก็ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียสวนกลับอย่างทันทีทันควันว่า “เนทันยาฮู”จะเดินทางไปปราศรัยต่อหน้าที่ประชุม UN ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งยังระบุว่า ถ้อยคำสัมภาษณ์ของ“โซห์ราน มามดานี” จะไม่เปลี่ยนแปลงความจริงใดๆ ทั้งสิ้น
บรรทัดนี้ก็ต้องย้ำคำเดิมว่า“โลกนี้คือละคร”บนเวทีละครโรงใหญ่ และ“ยิ่งดูก็ยิ่งเศร้าใจ” ตามเนื้อเพลงที่ว่า“เปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ..ครั้นแล้วไม่นาน..ปิดม่านเป็นความเศร้าใจ”!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

‘สเปน’แชมป์โลก!‘ตอร์เรส’ซัดชัยต่อเวลาโค่นอาร์เจนติน่า1-0
11ตัวจริงมาแล้ว!‘สเปน-อาร์เจนติน่า’พร้อมชิงฟุตบอลโลก
ฝนมรสุมถล่มอินเดีย! น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย
หมออ๋อง โพสต์ชวนเอ๊ะ! บอก ผมคิดว่าประเทศเราเจริญได้แค่นี้แหละครับ
รพ.ซานคามิลโล สั่งฟัน! ไล่ออก หมอวินิจฉัยพลาด-ปฏิเสธรักษาทำคนไข้เสียชีวิต มีผลทันที

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี