วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับ“ฟุตบอลโลก 2569” ทีม“กระทิงดุ-สเปน”คว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองหลังจากการรอคอยมานานถึง 16 ปี นับตั้งแต่เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 2553 โดยเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 19 ที่ผ่านมา ทีมชาติเสปนสามารถเอาชนะทีม“ฟ้าขาว-อาเจนตินา”แชมป์เก่าสามสมัย ด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0
ทีม“กระทิงดุ”เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 2553 จากการเป็นเจ้าภาพของประเทศแอฟริกาใต้ โดยเอาชนะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 และเป็นชัยชนะที่คล้ายกันกับครั้งนี้ คือเอาชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งในครั้งนี้ หลังจากทีมชาติอาร์เจนตินาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เพราะ“เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ”ถูกใบแดงให้ออกสนาม ปรากฏว่าในนาทีที่ 106 “นิโก้ วิลเลียมส์”ทีมกระทิงดุได้โหม่งลูกชงให้ “เฟร์ราน ตอร์เรส”ซัดบอลเข้าไปเสียบตาข่ายขึ้นนำ“อาร์เจนตินา”ได้อย่างสวยงาม และเป็นลูกเดียวที่ได้รับชัยชนะ
การลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศของทีมชาติสเปนกับอาร์เจนตินาในครั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีเลติเซีย, เจ้าหญิงเลโอนอร์ และ เจ้าหญิงโซเฟีย เสด็จทอดพระเนตรการแข่งขันที่สนาม“สนามนิว ยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดี้ยม” รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐฯ โดยที่“โดนัลด์ ทรัมป์”ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ร่วมชมอยู่ในสนามนี้ด้วย
และภายหลัง“หลังทัพกระทิงดุ”คว้าชัย ราชสำนักสเปนได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีโดยระบุว่า “นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันลืม อีกหนึ่งดาวบนเสื้อ และอีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริง” พร้อมทั้งยกย่องนักเตะ, ทีมงาน และแฟนบอล ที่ร่วมกันสร้างตำนานบทใหม่ให้กับวงการฟุตบอลสเปนจากชัยชนะในครั้งนี้
อย่างไรก็ดี การแข่งขัน“ฟุตบอลโลก 2569” หรือ “FIFA World Cup 2026” โดยประเทศแคนาดา, เม็กซิโก และ สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วม ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคนทั้งโลกหลายพันล้านคนเฝ้าติดตามชมมาเป็นเวลาเดือนกว่า นอกจากจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีทีมเข้าร่วมแข่งขันในรอบสุดท้ายมากถึง 48 ทีม ก็ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เงินรางวัลมีจำนวนสูงที่สุดถึง 871 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 29,310 ล้านบาท
เมื่อจบการแข่งขัน ทั้ง 48 ทีมชาติที่เข้ามาสู่รอบสุดท้าย ต่างก็“วิน-วิน”กันโดยถ้วนทั่ว โดย“ทัพกระทิงดุ-สเปน”ที่ครองแชมป์ ได้รับเงินรางวัล 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,682 ล้านบาท ขณะที่“ทัพฟ้าขาว-อาร์เจนตินา”รองแชมป์ ได้รับเงินรางวัล 33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,110 ล้านบาท
อันดับที่ 3 “ทัพสิงโตคำราม-อังกฤษ” ได้ 29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 975 ล้านบาท, อันดับ 4 “ทัพตราไก่-ฝรั่งเศส”ได้ 27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 908 ล้านบาท และอันดับ 5-8 คือ ทีมชาตินอร์เวย์, เบลเยียม, โมร็อกโก และ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็น 4 ทีมที่สามารถผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้รับเงินรางวัลทีมละ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 640 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 9-16 คือทีมที่ตกรอบในรอบ 16 ทีมสุดท้าย มีทั้งหมด 8 ทีม ประกอบด้วย ทีมชาติเม็กซิโก, โคลอมเบีย, บราซิล, สหรัฐฯ, โปรตุเกส, สวิตเซอร์แลนด์, อียิปต์ และปารากวัย ได้รับเงินรางวัลทีมละ 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 505 ล้านบาท
อันดับ 17-32 ซึ่งตกรอบในรอบ 32 ทีมสุดท้าย คือ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, โกตดิวัวร์, โครเอเชีย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, คองโก, กานา, เอกวาดอร์, แอฟริกาใต้, สวีเดน, ออสเตรีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, แอลจีเรีย, เซเนกัล และกาบูเวร์ดี ได้รับเงินรางวัลทีมละ 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 370 ล้านบาท
สุดท้าย อันดับ 33-48 ที่ตกรอบในรอบแบ่งกลุ่ม เป็น 16 ชาติแรกที่เก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนใครเพื่อน คือ ทีมชาติอิหร่าน, เกาหลีใต้, ตุรกี, สกอตแลนด์, อุรุกวัย, ซาอุดีอาระเบีย, เช็กเกีย, นิวซีแลนด์, กาตาร์, กูราเซา, ปานามา, จอร์แดน, เฮติ, อุซเบกิสถาน, ตูนิเซีย และอิรัก ได้เงินรางวัลทีมละ 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 302 ล้านบาท
นอกเหนือจากนั้น ทุกทีมที่เข้าร่วมแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยังได้รับเงินโบนัสจากผลงานในแต่ละรอบที่สามารถทำได้ โดยที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการฝึกซ้อมตลอดการแข่งขันอีกทีมละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 336 ล้านบาท
ตามไปดูต่อว่าทีมชาติไหนได้รางวัลยอดเยี่ยมในแต่ละตำแหน่งที่เป็นเกียรติยศอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ทีมชาติสเปนแชมป์ฟุตบอลโลกซึ่งท็อปฟอร์มที่สุดสมกับชัยชนะสมัยที่สองในครั้งนี้ คว้าไปถึง 3 รางวัล คือ “เปา กูบาร์ซี่”ปราการหลังวัย 19 ปีจากทีม“บาร์เซโลน่า”ได้รับรางวัล “ดาวรุ่งยอดเยี่ยม”, “อูไน ซิม่อน” ได้รับรางวัล“ถุงมือทองคำ”ในฐานะผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หลังเก็บ“คลีนชีท”คือ การที่ทีมชาติสเปนไม่เสียประตูเลยตลอดการแข่งขันถึง 7 นัดจาก 8 เกม เสียเพียงประตูเดียวให้แก่ทีมชาติเบลเยียมในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จากการยิงประตูของ“ชาร์ลส์ เดอ เกเตอลาเรอ”ที่เล่นในตำแหน่งแนวรุกของทีมชาติเบลเยียม โดยนัดนี้ทีมชาติสเปนชนะเบลเยียม 2 ประตูต่อ 1
และคนสุดท้ายของ“ทีมกระทิงดุ” ที่คว้ารางวัล คือ“โรดรี”ซึ่งเล่นในตำแหน่งกองกลางและเป็นกัปตันทีมชาติสเปน โดยคว้ารางวัล“โกลเด้นบอล” ในฐานะ“นักเตะยอดเยี่ยม” และแม้ว่า“โรดรี”จะยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวจากศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการคุมจังหวะเกมและการครองบอลของทีม จนทำให้“ทัพกระทิงดุ”เดินทางมาถึงฝั่งฝันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สองได้
มีอีก 4 รางวัลที่ถูกบันทึกไว้ คือ “คีลิยัน เอ็มบัปเป้”ทีมชาติฝรั่งเศส คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุด (Golden Boot) พ่วงด้วยรางวัลรองบอลทองแดง (Bronze Ball), “ลิโอเนล เมสซี่” ทีมชาติสเปน คว้ารางวัลลูกบอลเงิน (Silver Ball) พร้อมกับรางวัลรองเท้าเงิน (Silver Boot), “จู๊ด เบลลิงแฮม” ทีมชาติอังกฤษ คว้ารางวัลรองเท้าทองแดง (Bronze Boot) และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ คว้ารางวัล“แฟร์เพลย์” (FIFA Fair Play Trophy)
บรรทัดนี้บันทึกไว้เอง เป็นรางวัลที่“FIFA”ไม่กล้าให้ในศึกฟุตบอลโลก“FIFA World Cup 2026” คือรางวัล“ไร้เกียรติยศ“ ที่“โดนัลด์ ทรัมป์” หรือ“ทรัมป์บ้า”สมควรได้รับ จากการแสดงพฤติกรรม“เสือกและสถุล”ตลอดทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่วันเปิดพิธีจนถึงวัดปิดพิธีการแข่งขัน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ไผ่ ลิกค์ โพสต์เดือด แฉมีปิดห้องคุยแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมจริง
ลองนาคาเฟ่ EP.11 พาชมวิธีพลิกดินเสีย ให้เป็นดินสวย! สร้างพื้นที่สีเขียวด้วยสองมือ
วัส ติงสมิตร ชี้คดี หมอสรณ ไม่ใช่แค่เรื่องคุณสมบัติ แต่คือปัญหาอำนาจ และบททดสอบกฎหมายมหาชนไทย
เตือนภัยด่วน! มิจฉาชีพแฝงตัวในมหาวิทยาลัย อ้างขายคอร์สซัมเมอร์ ลวงนิสิตขึ้นรถเรียกค่าไถ่
งงมาก! เอ็ดดี้ ข้องใจปม เนติวิทย์ ปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร ถาม แบบนี้ คนอื่นๆ ไม่ทำตามกันหรือ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี