วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
ตามวิถีของคนไทย ไม่ว่าจะเทศกาลอะไร ทั้งปีใหม่ สงกรานต์ คริสต์มาส ตรุษจีน ตรุษแขก ฮาโลวีน หรือวาเลนไทน์ พี่น้องไทยสามารถรื่นเริงบันเทิงใจ เฉลิมฉลองแบบจัดหนักจัดเต็มได้หมดทุกเทศกาล
ขนาดว่าสงกรานต์ปีนี้ เพิ่งจะอื้ออึงก่นด่ารัฐบาลเรื่องราคาน้ำมัน จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง นึกว่าคนไทยส่วนใหญ่จะ“อยู่บ้าน-หยุดเดินทาง”เพื่อประหยัดพลังงาน เหมือนกับช่วง“อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ-เพื่อชาติ”ตอนเกิดการแพร่ระบาดของ“โควิด-19” เพื่อหยุดการแพร่เชื้อออกไปในวงกว้าง ปรากฏว่าเหมือนเดิม ถนนทุกสายยังแน่นขนัด สายเหนือสายอีสานรถยังติดยาวเหมือนปีก่อนๆ
นอกจากนั้น อุบัติเหตุบนท้องถนนตัวเลขก็ไม่ได้แผ่วลงแม้แต่น้อย ดูจากสถิติการรณรงค์“7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์” ซึ่ง 5 วันแรกระหว่างวันที่ 10-14 เมษายน ที่ผ่านมา มียอดผู้เสียชีวิตถึง 191 ศพ บาดเจ็บ 911 คน เหลืออีก 2 วันตัวเลขคงเพิ่มขึ้นมาอีก โดยประเมินจากสถิติในแต่ละวันที่มีผู้เสียชีวิต 20-30 ศพ
สาเหตุแห่งอุบัติเหตุก็ยังเหมือนเดิมเช่นเดียวกับปีก่อนๆ ถึงจะรณรงค์กันอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยได้ ทั้งนี้ ช่วง 5 วันแรกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด 951 ครั้ง พบว่าเกิดจากขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13
และยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88 ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติสูงสุด อยู่ระหว่างเวลาบ่ายสามโมงถึงหกโมงเย็นซึ่งก็พอจะมองเห็นภาพ ว่าเป็นช่วงที่“ร่ำสุรายาเมา”กันได้ที่ เนื่องจากตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่ อยู่ในวัย“ห้าวเป้ง” มีอายุระหว่าง 20-29 ปี
สำหรับในแง่บวกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากการแถลงของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 เมษายนวานนี้ เปิดเผยว่า สื่อชั้นนำของโลก เช่น สำนักข่าว AP, Reuters, Euronews และ Xinhua ได้รายงานข่าวพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากการยกย่องของ“UNESCO” ว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน และการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย
ขณะที่สี่อ “Newswire” ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย เป็น “World Water Festival”ในระดับสากล และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย โดยก่อนหน้านี้ จากการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11- 15 เมษายนปีนี้ จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี วันนี้ 16 เมษายน เป็นวันแรกที่ข้าราชการและพนักงานบริษัทห้างร้านในกิจการต่างๆ ต้องกลับมาทำงานกันตามปกติ หลังจากหยุดยาวตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11-วันพุธที่ 15 เมษายนเมื่อวานนี้หลายคนบอกว่า“โชคดีที่ยังมีชีวิตรอด” ราวกับว่าเพิ่งกลับจากการรบทัพจับศึก หรือเพิ่งกลับจากสมรภูมิรบที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ก็มิปาน
บางคนก็บอกว่า คนที่“ไปแล้วไปลับ”จากอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์นั้น ถือว่าโชคดีกว่าคนที่มีชีวิตอยู่ เพราะ“วิกฤตพลังงาน”จากสงครามรุกรานอิหร่านของสหรัฐฯและอิสราเอล ยังจะคงเป็นปัญหาต่อไป และส่งผลกระทบบีบรัดชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมืองทุกประเทศทั่วโลก ทั้งเรื่องอยู่และเรื่องกิน
บ้านเรานอกจากปัญหาราคาน้ำมัน และปริมาณน้ำมันสำรอง ตลอดจนราคาค่าไฟ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อ“ห่วงโซ่อุปทาน”ทุกภาคส่วนแล้ว เรื่องปุ๋ย และเรื่องเม็ดพลาสติกที่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง ก็เป็นปัญหาใหญ่ด้วยเช่นกัน
เฉพาะอย่างยิ่ง ปุ๋ยเคมีสำหรับใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเรานำเข้าจากต่างประเทศมีปริมาณสูงถึงร้อยละ 98 โดยมีสัดส่วนการนำเข้าจากตะวันออกกลาง คือ ซาอุดีอาระเบีย, โอมาน และกาตาร์ ร้อยละ 35-45 ของปริมาณการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมดจากต่างประเทศ
เวลานี้“ช่องแคบฮอร์มุซ”มีการตั้ง“ด่านลอย”โดยกองเรือรบของสหรัฐฯ ซ้อนด่านของอิหร่านที่เป็นเจ้าถิ่น ทำให้“ช่องแคบฮอร์มุซ”กลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่มี“ด่านซ้อนด่าน” โดยสหรัฐฯที่เป็น“นักเลงใหญ่”อันธพาลโลกมาสร้างปัญหาให้ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อย่าว่าแต่“ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” หรือ“ครัวโลก” ที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายเอาไว้ต่อรัฐสภา จะมองไม่เห็นอนาคต อันเนื่องมาจากปัญหาปุ๋ยเท่านั้น ความมั่นคงเรื่องอาหารภายในประเทศของเราเองก็ลำบากไม่แพ้กัน
ก็ได้แต่หวังว่า คำประกาศของ“โดนัลด์ ทรัมป์”เมื่อวันที่ 15 เมษายนวานนี้ ที่บอกว่า ภายใน 2 วันนี้จะส่งคณะผู้แทนของสหรัฐฯกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาที่ปากีสถานอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ก่อนเส้นตายหยุดยิง“2 สัปดาห์”จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า
วันนี้ คนไทยรอดตายจาก“สงครามสงกรานต์”กลับมาใช้ชีวิตตามปกติกันได้ ก็ต้องลุ้น“ชีวิตปกติใหม่”จาก“สงครามอิหร่าน”กันต่อไปอีก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กู้หน้าหมองให้กลับมาใส! 5 วัตถุดิบก้นครัว เปลี่ยนผิวไหม้เป็นผิวปังหลังสงกรานต์
จับตาเจรจารอบ2! ทรัมป์ ลั่นมั่นใจสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุด
สาวช็อก! จอดรถทำธุระ เจอแขกไม่ได้รับเชิญ 'งูเหลือม 4 เมตร' เลื้อยซุกซุ้มล้อ
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อภิสิทธิ์ โต้พวกบิดเบือนไล่ วีระพงษ์ จากประชาธิปัตย์ บอกการทำหน้าที่ต้องชัดเจน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี