วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ตามวิถีของคนไทย ไม่ว่าจะเทศกาลอะไร ทั้งปีใหม่ สงกรานต์ คริสต์มาส ตรุษจีน ตรุษแขก ฮาโลวีน หรือวาเลนไทน์ พี่น้องไทยสามารถรื่นเริงบันเทิงใจ เฉลิมฉลองแบบจัดหนักจัดเต็มได้หมดทุกเทศกาล
ขนาดว่าสงกรานต์ปีนี้ เพิ่งจะอื้ออึงก่นด่ารัฐบาลเรื่องราคาน้ำมัน จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง นึกว่าคนไทยส่วนใหญ่จะ“อยู่บ้าน-หยุดเดินทาง”เพื่อประหยัดพลังงาน เหมือนกับช่วง“อยู่บ้าน-หยุดเชื้อ-เพื่อชาติ”ตอนเกิดการแพร่ระบาดของ“โควิด-19” เพื่อหยุดการแพร่เชื้อออกไปในวงกว้าง ปรากฏว่าเหมือนเดิม ถนนทุกสายยังแน่นขนัด สายเหนือสายอีสานรถยังติดยาวเหมือนปีก่อนๆ
นอกจากนั้น อุบัติเหตุบนท้องถนนตัวเลขก็ไม่ได้แผ่วลงแม้แต่น้อย ดูจากสถิติการรณรงค์“7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์” ซึ่ง 5 วันแรกระหว่างวันที่ 10-14 เมษายน ที่ผ่านมา มียอดผู้เสียชีวิตถึง 191 ศพ บาดเจ็บ 911 คน เหลืออีก 2 วันตัวเลขคงเพิ่มขึ้นมาอีก โดยประเมินจากสถิติในแต่ละวันที่มีผู้เสียชีวิต 20-30 ศพ
สาเหตุแห่งอุบัติเหตุก็ยังเหมือนเดิมเช่นเดียวกับปีก่อนๆ ถึงจะรณรงค์กันอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยได้ ทั้งนี้ ช่วง 5 วันแรกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด 951 ครั้ง พบว่าเกิดจากขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13
และยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88 ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติสูงสุด อยู่ระหว่างเวลาบ่ายสามโมงถึงหกโมงเย็นซึ่งก็พอจะมองเห็นภาพ ว่าเป็นช่วงที่“ร่ำสุรายาเมา”กันได้ที่ เนื่องจากตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่ อยู่ในวัย“ห้าวเป้ง” มีอายุระหว่าง 20-29 ปี
สำหรับในแง่บวกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จากการแถลงของนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 เมษายนวานนี้ เปิดเผยว่า สื่อชั้นนำของโลก เช่น สำนักข่าว AP, Reuters, Euronews และ Xinhua ได้รายงานข่าวพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากการยกย่องของ“UNESCO” ว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน และการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย
ขณะที่สี่อ “Newswire” ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย เป็น “World Water Festival”ในระดับสากล และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย โดยก่อนหน้านี้ จากการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11- 15 เมษายนปีนี้ จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี วันนี้ 16 เมษายน เป็นวันแรกที่ข้าราชการและพนักงานบริษัทห้างร้านในกิจการต่างๆ ต้องกลับมาทำงานกันตามปกติ หลังจากหยุดยาวตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11-วันพุธที่ 15 เมษายนเมื่อวานนี้หลายคนบอกว่า“โชคดีที่ยังมีชีวิตรอด” ราวกับว่าเพิ่งกลับจากการรบทัพจับศึก หรือเพิ่งกลับจากสมรภูมิรบที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ก็มิปาน
บางคนก็บอกว่า คนที่“ไปแล้วไปลับ”จากอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์นั้น ถือว่าโชคดีกว่าคนที่มีชีวิตอยู่ เพราะ“วิกฤตพลังงาน”จากสงครามรุกรานอิหร่านของสหรัฐฯและอิสราเอล ยังจะคงเป็นปัญหาต่อไป และส่งผลกระทบบีบรัดชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมืองทุกประเทศทั่วโลก ทั้งเรื่องอยู่และเรื่องกิน
บ้านเรานอกจากปัญหาราคาน้ำมัน และปริมาณน้ำมันสำรอง ตลอดจนราคาค่าไฟ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อ“ห่วงโซ่อุปทาน”ทุกภาคส่วนแล้ว เรื่องปุ๋ย และเรื่องเม็ดพลาสติกที่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง ก็เป็นปัญหาใหญ่ด้วยเช่นกัน
เฉพาะอย่างยิ่ง ปุ๋ยเคมีสำหรับใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งเรานำเข้าจากต่างประเทศมีปริมาณสูงถึงร้อยละ 98 โดยมีสัดส่วนการนำเข้าจากตะวันออกกลาง คือ ซาอุดีอาระเบีย, โอมาน และกาตาร์ ร้อยละ 35-45 ของปริมาณการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมดจากต่างประเทศ
เวลานี้“ช่องแคบฮอร์มุซ”มีการตั้ง“ด่านลอย”โดยกองเรือรบของสหรัฐฯ ซ้อนด่านของอิหร่านที่เป็นเจ้าถิ่น ทำให้“ช่องแคบฮอร์มุซ”กลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่มี“ด่านซ้อนด่าน” โดยสหรัฐฯที่เป็น“นักเลงใหญ่”อันธพาลโลกมาสร้างปัญหาให้ยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อย่าว่าแต่“ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” หรือ“ครัวโลก” ที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายเอาไว้ต่อรัฐสภา จะมองไม่เห็นอนาคต อันเนื่องมาจากปัญหาปุ๋ยเท่านั้น ความมั่นคงเรื่องอาหารภายในประเทศของเราเองก็ลำบากไม่แพ้กัน
ก็ได้แต่หวังว่า คำประกาศของ“โดนัลด์ ทรัมป์”เมื่อวันที่ 15 เมษายนวานนี้ ที่บอกว่า ภายใน 2 วันนี้จะส่งคณะผู้แทนของสหรัฐฯกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาที่ปากีสถานอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ก่อนเส้นตายหยุดยิง“2 สัปดาห์”จะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า
วันนี้ คนไทยรอดตายจาก“สงครามสงกรานต์”กลับมาใช้ชีวิตตามปกติกันได้ ก็ต้องลุ้น“ชีวิตปกติใหม่”จาก“สงครามอิหร่าน”กันต่อไปอีก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี