วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนวนโบราณ “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” น่าจะเป็นอาการของรัฐบาล มิคกี้เมาส์ และสภาวะของประเทศ ในช่วงนี้ พอหยุดยิงกับเขมรไปได้ไม่เท่าไหร่ อเมริกากับยิวอิสราเอลก็โจมตีอิหร่าน ทำให้เกิดภาวะวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจปั่นป่วนไปทั่วโลก
เมืองไทยย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้นผลกระทบนี้เช่นกัน ยังดีที่ได้นักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์มาหยอดเงินไว้ 5-6 แสนล้านบาท ประคับประคองกันไป
แต่ก็มาเกิดความคุกรุ่นขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกแล้ว หลังจากแม่ทัพภาค 4 คนใหม่ย้ายไปประจำการและเกิดวิวาทะกันขึ้น จากนั้นก็มีการแห่แหนออกมาโจมตี ถึงขนาดกดดันให้มีการสั่งย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่ โดยมีผู้คนเหล่าต่างๆที่ทำตัวเหมือนเป็นที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของ บีอาร์เอ็น ออกมาช่วงตีฟูให้เรื่องมันบานปลายขยายออกไปอีก
ผมคงไม่มาบอกเล่ารายละเอียดประวัติศาสตร์ให้เสียเวลา เพราะมีข้อมูลให้อ่านอยู่มากแล้ว และขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่า รวบรัดตัดตอนเสียเลยว่า จังหวัดชายแดนใต้ของไทย คือ ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา เดิมเป็นรัฐสุลต่านปาตานี แต่สนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม พ.ศ. 2452 ก็ยืนยันการปกครองของสยาม และหลังจากนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทยมาจนปัจจุบัน
นับถึงตอนนี้ รวม 3 จังหวัดและอ.จะนะ สงขลา พื้นที่ 12,439.488 ตร.กม. และประชากรประมาณ 2,210,625 คน
แต่ยุคก่อนหน้านี้ก็มีคนเชื้อสายมลายูต้องการประกาศอิสระ ก่อตั้งขบวนการประชาชนปาตานี ในปีพ.ศ. 2490 ต่อมาในปี 2502 ก่อตั้งขบวนการแนวร่วมปลดแอกแห่งชาติปัตตานี (BNPP) และ องค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี (PULO) ในปี 2511 ความขัดแย้งและการใช้กำลังอาวุธก็เริ่มมาตั้งแต่นั้น (ขบวนการหลังนี้เมื่อก่อนดังสุด แต่ตอนหลังแผ่วๆไปเยอะแล้ว)
จนมาถึงยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกับบรรดาทหารหัวใหม่ (ในขณะนั้น) เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.หาญ ลีนานนท์, พล.ต.ระวี วันเพ็ญ ฯลฯ มีแนวคิดการเมืองนำการทหารเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ออกนโยบาย 66/2523 จนประสบความสำเร็จ
ต่อมาจึงพยายามแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ด้วยโมเดลคล้ายๆกัน ก่อตั้ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ขึ้นในปี พ.ศ. 2524 ให้ใช้การพัฒนานำการปราบปราม และมีนโยบายการแก้ปัญหาอย่างเข้าถึง ทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างมีน้ำมีนวล แม้จะยังมีการปะทะกันบ้าง แต่พอมาถึงยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ดันออกคำสั่งยุบ ศอ.บต. ไปเสียอย่างนั้น ความรุนแรงยิ่งถูกกระพือขึ้นอีกเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ปล้นกองพันพัฒนาที่ 4 อำเภอเจาะไอร้อง เมื่อต้นปี 2547 ตามด้วยเหตุการณ์กรือเซะและตากใบ ในปีเดียวกัน คนตายไปเยอะแยะ
หลังจาก ทักษิณ ถูกถีบ เอ๊ย! ถูกปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน 2549 ถัดจากนั้นไม่ถึง 2 เดือน รัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ก็รื้อฟื้นจัดตั้งหน่วยงาน ศอ.บต. ขึ้นอีกครั้ง เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะควรแล้ว แต่ความรุนแรงและความไม่สงบก็บานทะโรคไปแล้ว โดยมีไม่รู้กี่ขบวนการที่เกี่ยวข้อง แต่ใหญ่ที่สุดคือ แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) มีทั้งสมาชิกและแนวร่วมเกือบ 10,000 คน และก่อความไม่สงบมากที่สุด
ข้อมูลทางข่าวกรองชี้ให้เห็นว่า การโจมตีแรกๆ เน้นที่ทหาร/ตำรวจ แต่ตอนหลังๆ ไม่เลือกกันแล้ว วัด, โรงเรียน, ตลาด,ร้านสะดวกซื้อ, พระ, ครู, เด็ก และชาวบ้านทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นพุทธหรือมุสลิม - โดนหมด
ข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงยังชี้ว่า มีโรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนสอนศาสนา บางโรงเรียน กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะสมาชิกของกลุ่มต่างๆ ให้เชื่อเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีคำร่ำลือว่า การฝึกฝนอาวุธต่างๆ มีทั้งการอิมพอร์ตครูฝึกจากต่างประเทศ และเอกซ์พอร์ตคนหนุ่มๆข้ามไปเรียนวิชาก่อการร้ายแถวๆ ประเทศเพื่อนบ้าน
ผมก็เหมือนคนอื่นๆ ที่ติดตามข่าว แต่สังเกตว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นคราวนี้น่าจะไม่ธรรมดา เพราะนายกฯ อนุทิน รีบลงไปภาคใต้ทันที และคงมีการขอให้แม่ทัพภาค 4ออกมาขอโทษ เพื่อให้นรกที่เริ่มจะร้อนมันเย็นลง และแน่นอน ต้องไปเยี่ยม วันมูหะมัดนอร์ มะทา คนคุ้นเคยที่ยะลา
ผมลองมองย้อนดูความเชื่อมโยงในอดีตเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา พรรคความหวังใหม่ ถูกตั้งขึ้นในปี 2533 ซึ่งบิ๊กจิ๋ว แปลชื่อพรรคมาจาก ‘ฮารับปันบารู’ เป็นภาษายาวีท้องถิ่น เดิมเป็นชื่อโครงการพัฒนาความมั่นคงใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ บิ๊กจิ๋ว ดูแลในสมัย ป๋าเปรม เป็นนายกฯโครงการนี้ใช้ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหารอย่างที่บอกไปแล้ว พยายามดึงมวลชนเข้าร่วมพัฒนาพื้นที่ พัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม เป้าหมายคือ ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และลดการปะทะกันด้วยอาวุธ
นักการเมืองสำคัญระดับหัวๆ ของ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ บิ๊กจิ๋ว ดึงเข้ามาร่วมพรรค คือ เด่น โต๊ะมีนา และวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทั้งคู่เป็นแกนนำกลุ่มวาดะห์ ที่มีอิทธิพลอย่างสูงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับขบวนการอื่นๆ หรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ แต่ว่ากันว่าการได้ 2 คนมาไว้ใกล้ๆ ทำให้เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ลดความรุนแรงลงไปมาก และ เด่น โต๊ะมีนา ก็คือลูกชายของ หะยีสุหลง ผู้ก่อตั้งขบวนการประชาชนปาตานี
ยิ่งกว่านั้น ปู่จิ้น-ชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของ อนุทิน ก็เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในรัฐบาลของ พล.อ.ชวลิต เมื่อปี 2539 ต่อมาทั้งหมดก็ย้ายไปอยู่ ไทยรักไทย ความรู้จักมักคุ้นสนิทสนมไปต้องถาม ส่วนการไปถึงยะลาของ อนุทิน นอกจากเหตุของความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดแล้ว จะไปเยี่ยมเยียนเฉยๆ แบบว่า “ตอนนี้คุณอาสุขภาพดีไหมครับ ข้อเข่าโอเคนะครับ” หรือจะไปแอบกระซิบว่า “คุณอาช่วยบอกเด็กให้เบาๆ หน่อย” หรือเปล่า อันนี้ก็ไม่ทราบได้อีกเช่นกัน
ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่า นายกฯ อนุทิน และฝ่ายความมั่นคง จะทำอย่างไรต่อไป ถ้าสถานการณ์ไม่จบลงแค่คำขอโทษของแม่ทัพภาค 4 แต่ถูกปลุกปั่นให้ขยายตัวมากขึ้นโดยบรรดา สส., สว., สื่อผู้ยิ่งใหญ่ และเอ็นจีโอผู้ไม่เคยรับผิดชอบต่อความฉิบหายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้น
ทิวา สาระจูฑะ

สกสค.ตรึงราคาสินค้า ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ลดภาระผู้ปกครอง
เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คลิป จนท.กระโดดตัวปลิวกลางสายฝน ดีใจช่วยบรรเทาดับไฟป่าได้
หนุ่มซิ่ง จยย.ฝ่าไม้กั้น ล้มคารางรถไฟ พลเมืองดีช่วยทันเสี้ยววินาที
ญี่ปุ่น ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว แต่ยังเสี่ยง Mega-quake หลังแผ่นดินไหว 7.7
อัษฎางค์ ชำแหละช็อต ถุย นายกฯ เดิมพันแบรนด์ จริงใจ หรือ วุฒิภาวะ ถูกกัดเซาะ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี