ตามวิถีปฏิบัติของผมและเพื่อนฝูงกลุ่มเล็กๆ คือ จะพบปะกันวันอาทิตย์ เดือนละหนหรือสองหน ไม่ได้กำหนดตายตัว เอาเวลาที่ว่างพร้อมกันเป็นหลัก มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ถ้าใส่จริตแบบฝรั่งปนไทยที่นิยมกัน ก็ต้องบอกว่า “มาอัปเดตชีวิตกัน”
เผอิญสัปดาห์นี้วันอาทิตย์ตรงกับวันวิสาขบูชา วงเสวนาที่มักจะมียาบำรุงบางชนิดเป็นองค์ประกอบก็เลยต้องเลื่อนไป ไม่ได้หมายความว่าพวกเราเป็นพุทธศาสนิกชนเคร่งครัดอะไรนักหรอก แต่เป็นเพราะร้านที่ใช้นัดหมายเขาไม่เปิด
ตามที่รับรู้มาตั้งแต่จำความได้ วันวิสาขบูชาจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 พระจันทร์เต็มดวง แต่ปีนี้มีคนบอกว่าเป็น “บลูมูน” คือวันที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนเดียวกัน ผมก็อยากรู้จึงเข้าไปอ่านโน่นนี่นั่นเกี่ยวกับพระจันทร์
ปกติพระจันทร์จะเต็มดวงเดือนละครั้ง หรือปีหนึ่งมีพระจันทร์เต็มดวง 12 ครั้ง แต่บางปีก็จะมีบางเดือนที่พระจันทร์เต็มดวง 13 ครั้งเพราะเวลามันวนมาชนรอบ ส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นในเดือนที่มี 31 วัน สถิติบอกว่า บลูมูนจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในรอบ 2 ปีกว่า
บลูมูนยังแบ่งเป็น “ไมโครบลูมูน” ที่พระจันทร์โคจรอยู่ไกลจากโลกมากที่สุด ดูด้วยตาเปล่าจึงเห็นพระจันทร์เต็มดวงขนาดเล็กที่สุด และ “ซูเปอร์บลูมูน” พระจันทร์หมุนมาใกล้โลกมากที่สุด ทำให้ดูดวงใหญ่และสว่างกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินหรอก สีขาวอมเหลืองตามธรรมชาติของพระจันทร์นั่นแหละ เข้าใจว่ากวีสมัยโบราณเรียกให้มันฟังดูพิเศษสักหน่อย
ที่ว่าไปข้างต้นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ แต่ทางโหราศาสตร์ก็ให้ความสำคัญด้วยเช่นกันเพราะโหราศาสตร์จะเกี่ยวพันกับดวงดาว แม้พระจันทร์จะเป็นแค่ดาวบริวารของโลก และมีนักบินอวกาศลงไปเหยียบมาแล้วก็ตาม แล้วยิ่งการเกิดบลูมูน 2 ปีกว่าต่อครั้ง ไม่ได้มีบ่อยๆ ทางโหราศาสตร์ก็ย่อมไม่พลาดที่จะเอามาคิดคำนวณด้วย
ผมไม่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ใดๆ เลยแม้แต่น้อยแต่ไปอ่านเจอมาเห็นว่าน่าสนใจ และเตือนสติคนเราได้ดีเหมือนกัน นักโหราศาสตร์บางสายเชื่อว่า วันพระจันทร์เต็มดวงระดับบลูมูนจะเป็นช่วงที่มีพลังงานสูงสุดส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึก และจิตใจมนุษย์
น่าจะจริงตามเขาว่า เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เป็นแรงบันดาลใจให้ ริชาร์ด ร็อดเจอร์ส และ ลอเรนซ์ฮาร์ท แต่งเพลง “Blue Moon” เมื่อปี 1934 และกลายเป็นเพลงอมตะของโลกมาถึงทุกวันนี้ เพลงที่ร้องว่า“Blue moon / You saw me standin’ alone / Without a dream in my heart / Without a love of my own…”
แต่บลูมูนของโหราจารย์ทั้งหลาย คือช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้เรื่องราวต่างๆที่เคยซ่อนเร้นอยู่ได้ปรากฏขึ้นและกระตุ้นผู้คนให้สะสางสิ่งที่ยังค้างคาในชีวิต หรือยืดเยื้อมายาวนาน ต้องสิ้นสุดลง แต่การยุติสิ่งเก่าๆ ก็ต้องระมัดระวังในการตัดสินใจให้มาก และพยายามรักษาความสงบในจิตใจ มีสมาธิ ตั้งมั่นในสติ และตั้งจิตอธิษฐาน เพราะเป็นช่วงที่พลังงานต่างๆ ขยับขยายแรงมากขึ้น
นักโหราศาสตร์สายแขกอินเดียคนหนึ่ง ชื่อถอดเป็นไทยน่าจะอ่านแบบนี้ - บูชา ส. วิศวกรรม (Poojaa S. Vishwakarma) บอกว่า ช่วงบลูมูนเป็นช่วงที่บางคนอาจจะมีอารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้นขึ้น และความรู้บางอย่างเกิดกระจ่างขึ้นมาอย่างกะทันหัน เป็นช่วงที่สัญชาตญาณจะมีความเฉียบคมมากขึ้น และทำให้คนเราเกิดความตื่นรู้ทางจิตวิญญาณมากขึ้น
แต่บลูมูนไม่ได้ใช้กฎเกณฑ์เดียวกันกับทุกคนเสมอไปสามารถให้คุณและให้โทษได้ทั้งสองทาง เหตุการณ์นี้มักจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดความตระหนักรู้ มากกว่าที่จะส่งผลกระทบในแง่บวกหรือแง่ลบเพียงอย่างเดียว คนที่กำลังเครียดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ มีนิสัยใจร้อน ใจเร็วด่วนได้ ก็ควรควบคุมสติอารมณ์ให้ดี
สิ่งที่ควรทำในช่วงบลูมูน ไม่ใช่จัด “ฟูลมูนปาร์ตี้” (อันนี้ผมบอกเอง) แต่เป็นการฝึกสมาธิ เจริญสติ ใครชอบสวดมนต์ก็ทำอย่างนั้นไปตามถนัด ลองทบทวนเป้าหมายและเรื่องราวที่ยังค้างคา เขียนบันทึกความคิด อารมณ์ และความเข้าใจสิ่งต่างๆ ของตน
นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงเวลาที่ดีในการแสดงความขอบคุณใครต่อใคร และอะไรต่ออะไร ปลดเปลื้องภาระทางอารมณ์ด้านลบที่แบกไว้ แค่นั่งอยู่กับตัวเองและไตร่ตรองถึงสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต การฝึกสมาธิอาจจะช่วยให้จิตใจสงบลง มีความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น และทำให้สภาวะจิตใจแข็งแกร่ง คิดไปในเชิงบวกมากขึ้น (ไม่ใช่คิดจะไป “บวก” ใคร)
ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำในช่วงนี้คือ การตัดสินใจด้วยความหุนหันพลันแล่น เพราะอาจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายก็เป็นได้ ยิ่งกว่านั้น พึงอยู่ให้ห่างจากความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากันที่ไม่จำเป็น และอย่าแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงเกินไปต่อสถานการณ์ที่อ่อนไหว อันนี้พวกเสพติดการเมืองน่าจะฟังไว้
ความจริงสิ่งที่นักโหราศาสตร์แขกบอกไว้ในช่วงบลูมูนแม้ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใดมารองรับ แต่ก็เป็นหลักที่สามารถนำใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว และใช้ได้ทุกวันไม่ต้องรอให้บลูมูนวนกลับมาอีกรอบ
ทิวา สาระจูฑะ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี