วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้อ่านบทความ “โรคโควิด-19 บทเรียนย้อนกลับ กว่า 5 ปีที่ผ่านมา” เขียนโดย นพ.ยง ภู่วรวรรณ เป็นการมองย้อนหลังไปยังสังคมไทยขณะนั้นและก็ยังเป็นอยู่ในขณะนี้
คัดบางตอนมาตัดต่อให้อ่านง่ายๆ สำหรับคนที่ยังไม่ผ่านตา
“ผมพยายามให้ข้อมูลมาตลอด และศึกษาวิจัยอย่างเร่งด่วน และให้ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่ทุกคนมีความรู้เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างความรู้ และชี้แจงสังคมขณะนั้นทุกคนเก่งหมด ติดตามข้อมูลสังคมตะวันตก แล้วก็จะเชื่อฝังหัว
“ในบ้านเรา เมื่อมองย้อนกลับ หลายคนบอกว่า ผมทนอยู่ได้อย่างไร ทั้งถูกก้าวร้าว ทางคำพูด bully ต่างๆ มากมาย กล่าวหาถึงกับว่าได้รับผลประโยชน์เป็นผู้แทนของวัคซีน และหรือมีส่วนร่วมกับการจัดซื้อ ทั้งในความเป็นจริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ นอกจากขอทุนมาทำการวิจัยอย่างเร่งด่วนและให้ข้อมูลกับประชาชนที่ถูกต้องเสมอ มาโดยตลอดตามหลักวิทยาศาสตร์
“เมื่อดูวิดีโอย้อนกลับมีการกล่าวหาค่อนข้างรุนแรง ถึงกับจะถอดถอน ผ่าน Change.orgโดยแพทย์ท่านหนึ่งเป็นหัวหน้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจะถอดถอนอะไร เพราะผมก็เกษียณมานาน และทำงานหลังเกษียณ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอะไร ก็อยู่เฉยๆ สบายดี”
อีกบางท่อน หมอ“ยง” เขียนว่า
“ผลข้อมูลการศึกษา การฉีดวัคซีนเชื้อตายและสูตรการฉีดแบบไขว้ได้ผลดี จนองค์การอนามัยโลก ใช้ข้อมูลของเรา ประกาศเป็นคำแนะนำให้ทั่วโลก ในส่วนลึกผมยังคิดว่าการศึกษาของเรามีประโยชน์มากสำหรับประชากรทั่วโลก...แต่มาจนปัจจุบัน เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ก็ได้แต่เศร้าใจกับการสูญเสียทางอ้อม โดยเฉพาะเรื่องของเงินทองของประเทศมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน”
และ หมอ“ยง” ปิดท้ายว่า
“สื่อสังคมออนไลน์เปรียบเสมือนดาบสองคมจริงๆ ความเชื่อในการบอกต่อๆ กันกับความจริงกลับกลายเป็นว่า ความเชื่อเสียงดังกว่าความถูกต้องและความเป็นจริงจากการค้นคว้าตามหลักวิทยาศาสตร์”
ช่วงระบาดของ โควิด-19 แม้โลกจะไม่ถึงกับหยุดหมุน แต่วิถีชีวิตของมนุษย์ก็เปลี่ยนแปลงรุนแรง ยากลำบากในการจะขยับทำอะไรต่ออะไรที่เคยชิน บริษัทห้างร้านต้องปิดชั่วคราวนิตยสารที่ผมทำก็ต้องพักไว้ก่อน ช่วงนั้นผมเลยมีเวลามากในการอ่านหนังสือ, ติดตามข่าวสาร และเพื่อไม่ให้ว่างมาก ผมจึงเขียนไทม์ไลน์แต่ละวันโพสต์ในเฟซบุ๊ก บอกเล่าถึงการกินอยู่ง่ายๆ และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ เจตนาก็เพื่อผ่อนคลายตัวเองและผู้อ่าน แต่บางครั้งก็มีกระตุกแรงๆ บ้าง
ผมได้เห็นสิ่งที่หมอเขียนมาทั้งหมด และบางวันผมก็เขียนลงไปในไทม์ไลน์ เช่น
วันที่ 21 มีนาคม 2564 ผมบันทึกไว้ว่า
“คนที่รู้ตัวว่าเสี่ยงติดเชื้อแล้วไม่กักตัวเอง, พวกกักตุนสินค้าเก็งกำไร, คนที่ปล่อยข่าวปลอม และสื่อสารมวลชนที่เสนอข่าวปลอม บิดเบือน เหล่านี้คือคนที่ทำบาปต่อสังคมในสถานการณ์วิกฤต แต่พวกบาปหนักที่สุดคือ สื่อที่เสนอข่าวปลอม นรกขุมสุดท้ายยินดีต้อนรับ”
หรือวันที่ 24 มีนาคม 2564 ก็เขียนถึงสิ่งที่ประสบในขณะนั้นว่า
“ระหว่างการทำสงครามกับ โควิด-19 ประเทศไทยยังต้องตั้งรับกับคนกลุ่มเสี่ยงที่ไร้ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม, คนเห็นแก่ได้, นักเล่นการเมืองขาดกาลเทศะ, สื่อมวลชนไร้จรรยาบรรณ และหมออยากดังบางตัวที่เข้าข่ายไร้จรรยาแพทย์”
แต่ส่วนใหญ่ที่สร้างข่าวบิดเบือนและสร้างความสับสนในสังคม ไม่เฉพาะแต่เรื่องโควิด-19เกิดจากการจ้องจะโค่นล้มกันทางการเมือง มีขบวนการที่จัดตั้งต้นทาง ปลายทางที่พร้อมจะเผยแพร่ส่งต่อกันไปโดยมีอคติในใจเป็นเชื้อเพลิง โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง, ความสูญเสียในชีวิตของผู้คน และความเสียหายของชาติบ้านเมือง
ผมไม่ใช่คนเคร่งศาสนาแน่นอน อันนี้รู้ตัวดี แต่ผมค่อนข้างเชื่อเรื่องเวรกรรม เพราะหลายอย่างก็เจอกับตัวเองมาแล้วเวลาทำอะไรไม่ค่อยดี เอาแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่าง กินเหล้ามากเกินพอดี สนุกจนเลยเถิด เช้าอีกวันก็ปวดหัวปวดตัว สมองตื้อน้องๆควายนั่นก็กรรมตามมาแล้ว แต่เป็นกรรมเฉพาะตัว ไม่เดือดร้อนใครนอกจากตัวเอง
ผมเชื่อว่า ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการทำร้ายสังคม ไม่ว่าจะเป็นทางตรง คือพวกที่เป็นต้นคิด สรรพบริวารที่ร่วมมือ หรือทางอ้อม พวกที่ส่งเสริมแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ จะด้วยปากบอกต่อหรือใช้สื่อโซเชียลในมือตนก็ตาม ทุกคนจะต้องได้รับกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
ส่วนจะมาช้าหรือเร็ว จะทรมานมากหรือน้อย ก็แล้วแต่น้ำหนักของกรรมที่ทำไว้...คอยดูกันไป
ทิวา สาระจูฑะ

คุณแหน: อังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
ชัชชาติ ยันคดี เครื่องออกกำลังกาย กทม. ยังไม่จบ รับไม่ได้ โทษเบาเกิน จ่อลุยส่ง ป.ป.ช. ตรวจคู่ขนาน
ด่วน อิหร่านยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว กร้าวพร้อมซัดหนักกว่าเดิมหากยังรุกรานเลบานอน
ทำไมอ้วนแล้ว มีปัญหานอนหลับมาก เผยวงจรอุบาทว์ที่คนอยากผอมต้องรู้
อิสราเอลหยุดโจมตีอิหร่านตามคำขอทรัมป์ พร้อมขยี้เบรุตหากฮิซบอลเลาะห์ไม่หยุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี