วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นึกถึงเพลง “ดิ้นกันไหมลุง” ของ เพชรโอสถานุเคราะห์ ขึ้นมาเลย แต่เป็นคนละดิ้น และดิ้นแบบไม่ต้องมีใครชวน เมื่อเห็นคนระดับหัวๆ ของหน่วยราชการต่างๆ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ออกมาเปิดเผยผล “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ”
โดยคณะทำงานของ กกร.และกลุ่มเพื่อนไม่ทน “ได้สำรวจตัวอย่างผู้บริหาร และตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-10 เมษายน 2569 พบว่า ปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง” นอกจากนี้มีรายละเอียดอื่นๆ อีกมาก
แต่ส่วนที่ทำให้ดิ้น ไม่ใช่เพราะเจอดนตรี EDM จี๊ดใจ หรือเพลงประกอบออกกำลังกายแบบสวนลุมฯแต่เพราะ กกร. เอาชื่อหน่วยงานต่างๆ มาตีแผ่ (แม้จะมีการเผยแพร่ตามสื่อโซเชียลเยอะแล้ว แต่เอามาให้ดูอีกเพื่อความเพลิดเพลิน)
ส่วนหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาท / ครั้ง
2. กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาท / ครั้ง
3. กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาท / ครั้ง
4. กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาทต่อครั้ง
5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) เฉลี่ย 88,750 บาท /ครั้ง
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาท / ครั้ง
7. กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาท / ครั้ง
8. กรมโยธาธิการ และผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาท / ครั้ง
9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาท / ครั้ง
10. กรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาท / ครั้ง
ทันทีที่รายชื่อหน่วยงานเหล่านี้ถูกเปิดเผย ผู้นำระดับสูงของหลายหน่วยงานที่มีรายชื่อข้างต้นก็ดาหน้ากันออกมาโต้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ปกติก็ไม่เห็นหน้าเห็นตากันหรอกว่าใครเป็นใคร บ้างออกมาเรียกร้องขอข้อมูลโดยละเอียดจาก กกร. บ้างก็ตอบโต้อย่างมีอารมณ์ ตามที่เห็นจากการแถลงข่าว อาจเป็นเพราะกลัวเสียภาพลักษณ์องค์กร หรืออาจจะเสียวสันหลังว่าเรื่องจะมาถึงตำแหน่งแห่งหนที่นั่งครองอยู่ อันนี้ไม่มีใครทราบได้
แต่ฟังจากเสียงสะท้อนหลังจากการเผยรายชื่อหน่วยงานประดานี้ออกไป ดูเหมือนผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศไม่ได้แสดงเห็นอกเห็นใจอะไร เพราะการคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้มานานแล้ว ว่ามีอยู่แทบจะทุกพื้นที่ในขอบเขตประเทศไทย ตั้งแต่ริมถนนหน้าตลาดถึงรัฐสภา คนที่เจอเข้ากับตัวเองโดยถูกเรียกค่าความสะดวกพิเศษก็มี และพวกที่ไปเสนอสินบนให้เขาเองก็มี
อีกอย่างที่ต้องดิ้นกันหนักหน่อย เพราะ กกร. หรือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เสนอแนะนโยบาย และประสานงานกับภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
องค์กรใหญ่บึ้ม ส่งเสียงทีก็สะเทือน ไม่ใช่เสียงเล็กเสียงน้อยแบบชาวบ้านอย่างเราๆ
ไม่รู้ว่า เพราะแห่แหนกันออกมาแถลงตอบโต้กันพัลวันหรือเปล่า กกร. เลยหมั่นไส้ ปล่อยชื่อหน่วยงานต่างๆ ออกมาอีกระลอก ได้แก่ กรมที่ดิน, กรมศุลกากร, กรมทรัพยากรธรณี, การไฟฟ้าฯ, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), การประปา, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมขนส่งทางบก, กรมปศุสัตว์, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมการจัดหางาน, ตำรวจท้องที่,กรมชลประทาน, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และ ตำรวจทางหลวง/จราจร
หน่วยงาน 20 กว่าแห่งตามรายชื่อเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเรียกรับสินบน สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่คนทั่วไปและนักธุรกิจพูดกันมาตลอดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แบบว่า เกิดแล้ว, เกิดอยู่ และจะเกิดต่อไป
จริงๆ แล้ว ผมอยากให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีรายชื่อเหล่านี้ ฟ้องร้อง กกร. ในฐานะที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะข้อมูลต่างๆ ที่ถูกเก็บไว้ด้วยความเกรงใจ หรือเหตุผลใดก็ตาม จะได้ถูกนำมาเปิดเผยในชั้นการสอบสวน หรือในศาล ไม่ใช่แค่ออกมาแถลงความบริสุทธิ์แล้วก็จบไป
กลางปีที่แล้ว ป.ป.ช. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐป้องกันและปราบปรามการทุจริต แถลงข้อมูลว่า ตั้งแต่ปลายปี 2565 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2566 วงเงินงบประมาณรวมของคดีความที่มีการกล่าวหามายังสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 2,784 เรื่องนั้นสูงกว่า 13,430,226,237 ล้านบาท
นี่เป็นตัวเลขทางการ (ขนาด ป.ป.ช. เอง คนก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ) ยังมีตัวเลขไม่เป็นทางการอีกมหาศาลที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หรือไม่มีการร้องเรียน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เคยประเมินไว้คร่าวๆ ว่า เอาแค่สินบนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือที่เรียกกันว่า “ใต้โต๊ะ” หรือ “เงินทอน” ก็น่าจะปาเข้าไปถึง 2-3 แสนล้านบาทต่อปี! ซึ่งบรรดาคนที่ทำให้เกิดขบวนการเหล่านี้มักหนีไม่พ้นนักการเมือง, ข้าราชการ และนักธุรกิจเห็นแก่ได้ที่ไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมใดๆ
หลายสิบปีที่ผ่านมา มีการทำวิจัย วิเคราะห์กันมากมายถึงสาเหตุของการคอร์รัปชัน เอกสารน่าจะมากพอจะถมที่ได้หลายพันไร่ แต่การคอร์รัปชันก็ไม่ได้ลดลงมีความพลิกแพลงและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่มนุษย์จะสรรหาเล่ห์เหลี่ยมมาใช้ และที่น่าเศร้าคือ คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตนเองได้ประโยชน์ และชื่นชมกับคนคดที่มีอำนาจหรือมีชื่อเสียง เหมือนเห็นปลวกกินบ้านแล้วนั่งตบมือเชียร์ปลวก
เหตุการณ์หน้าคุกใหญ่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาคงพอจะบอกอะไรได้บ้าง
ทิวา สาระจูฑะ

ศาลแพ่งสั่งยึด-อายัดทรัพย์คดีฉ้อโกง 'แตงไทย-ยิม เลียก-เบน สมิท' เพิ่มอีก 8.1 พันล้าน
ปล่อยตัวพรุ่งนี้ 6 คน นักโทษคดีชุมชนการเมือง เข้าเกณฑ์อภัยโทษ
'ภาวุธ' เลื่อนพบ DSI ปมฟอเร็กซ์ เหตุติดประชุมสภา ด้าน 'กรุณพล' โต้ ปชน. บีบลาออก ชี้ไม่กระทบพรรค
น้าหงา คาราวาน ศิลปินแห่งชาติ ร่ายกลอนสลด ไว้อาลัยคณะพระธุดงค์มรณภาพ 9 รูป
'ประธานโสภณ' ย้ำสภาไร้อำนาจบังคับ รมต.ตอบกระทู้ ชี้เป็นสิทธิ-โยนฝ่ายค้านยื่นใหม่ 3 เรื่องสัปดาห์หน้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี