วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ช่วงเวลาที่ผ่านไม่นานมานี้ มีโจทย์ยากๆ เกี่ยวกันออกมาเป็นระลอก และทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เริ่มจากคดีลอบยิงสส.คนหนึ่งลามไปถึงความพยายามแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมาก็เป็นโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะเชื่อมระหว่างทะเลฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย, การบุกจับโรงเรียนเถื่อนที่เปิดสอนลูกยิวบนเกาะพะงัน และการค้นเจออาวุธสงครามระดับคลังแสงย่อยๆ ในที่พักของคนจีนในเขตชลบุรี
แลนด์บริดจ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความคิดกันมานานพอสมควร เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต แต่ก็เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้วยในแง่ภูมิศาสตร์ เพียงแต่ทันทีที่รัฐบาลประกาศว่าจะทำ เพราะเป็นหนึ่งนโยบายที่ประกาศไว้เสียงคัดค้านก็ดังอื้ออึง เสียงสนับสนุนก็มีอยู่ แต่จำต้องแผ่วลงไปก่อน เมื่อกระแสค้านมาแรงราวกับพายุเกย์ถล่มชุมพรในอดีต
ผมยังไม่รู้ข้อเท็จจริงรอบด้าน เพราะส่วนมากที่ออกมามักจะเป็นความเห็นที่มาพร้อมกับอารมณ์หรืออุดมการณ์ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ในฐานะที่ผมไม่ใช่พวกซ้ายจัด ขวาจัด หรือเขียวจัด จึงนั่งดูไปพลางๆ ก่อน และอีกอย่าง ถ้าแลนด์บริดจ์ได้ลงมือทำจริงๆ นับจากระยะเวลา กว่าโครงการจะสร้างเสร็จใช้งานได้ ผมก็คงไม่มีชีวิตได้อยู่ดูว่า ผลลัพธ์ตามที่ถกเถียงกันจะดีหรือร้ายอย่างไร
ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นมานานมาก มีคนตายและบาดเจ็บพิกลพิการไปไม่รู้เท่าไหร่ งบประมาณถูกใช้ไปในการรักษาความสงบและพัฒนาไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนล้าน การสั่งสมความเกลียดชังปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีการแทรกคำสอนอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาบางแห่ง หรือหลายแห่ง พอแม่ทัพภาค 4 พูดแตะเข้าไป ก็มีคนบางพวกเกิดอาการไส้เดือนถูกขี้เถ้า
ผมเคยคิดเล่นๆ ถึงทางเลือก 2 ทาง โดยให้กระทรวงมหาดไทยสำรวจอย่างละเอียด สอบถามไปทุกครัวเรือนในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้และอีกบางอำเภอในสงขลา ใครสมัครใจจะเป็นประชาชนไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย หรือใครอยากเป็นคนของรัฐปาตานี ก็แจ้งมาให้ชัดเจน แต่คิดแล้วก็พบว่าจะมีปัญหาทั้งสองทาง
อย่างแรก ใครอยากเป็นคนของรัฐปาตานี ต้องออกจากเขตประเทศไทย จะไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่มาเลย์จะยอมแบ่งที่ดินให้อยู่อาศัยหรือเปล่า อันนี้ไม่ทราบได้ ซึ่งการสำรวจก็จะไม่ได้ความจริงอย่างแน่นอน เพราะแม้แต่แกนนำแบ่งแยกดินแดนที่เรียกตัวเองเป็นชาวปาตานี ก็คงจะบอกว่าเป็นคนไทยเมื่อถูกสอบถาม
อย่างที่ 2 ยอมเฉือนดินแดนนิดหน่อย อาจจะยกจังหวัดปัตตานีให้ก็ได้ ใครอยากเป็นชาวปาตานีให้ไปอยู่กันที่นั่น แล้วจัดหาที่ดินให้คนที่สมัครใจเป็นประชาชนไทยอยู่อาศัยทำมาหากินในเขตประเทศไทย รัฐปาตานีก็จะมีทางออกด้านหนึ่งติดทะเล อีกด้านติดประเทศไทย เก็บภาษีเลี้ยงดูตัวเองกันไป ถ้าจะเข้าประเทศไทยก็เหมือนคนประเทศอื่น คือต้องมีพาสปอร์ต แต่อย่างหลังนี้ก็มีปัญหา คือ ติดที่รัฐธรรมนูญมาตรา 1 “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้”
สรุปว่า ความคิดเพ้อเจ้อของผมก็ตกไปด้วยตัวเอง แต่ถ้ารัฐไม่มีไอเดียอะไรใหม่ๆ จังหวัดชายแดนใต้ก็จะยังอยู่กันไปเหมือนเดิม ตายก็เอาไปฝังเท่านั้นเอง
ส่วนเรื่องโรงเรียนเถื่อนที่เปิดสอนลูกยิวบนเกาะพะงัน และการค้นเจออาวุธสงครามระดับคลังแสงของคนจีน ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่เขียนบทความชื่อ “สแกนประเทศ” เมื่อต้นปี 2568 ซึ่งตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า
“ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องทำการสแกนประเทศกันครั้งใหญ่ การสแกนไม่ใช่เฉพาะอาชญากรข้ามชาติที่มักทำเป็นมื้อเป็นคราว พอผ่านช่วงครึกโครมของข่าวก็เฉยๆ กันไป เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาเลย แต่ควรสแกนองค์กรต่างๆที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติด้วย ทำกิจกรรมอะไรบ้าง บ่อนเซาะความมั่นคงภายในของประเทศไทยหรือเปล่า ถ้าเอาจริงเอาจัง อาจจะถึงขั้นขนหัวลุกเมื่อพบความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง”
ไม่ต้องไปพูดถึงนิคมยิวตามที่ต่างๆ มาเฟียหลากสัญชาติในจังหวัดต่างๆ หรือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเอาแค่ ไอ้หมิงเฉิน ซัน ที่ถูกจับได้ต่อเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถยนต์ คนคนเดียวมีอาวุธมากมายขนาดนั้น มันคงไม่ได้มีไรเฟิ่ลจู่โจมไว้แคะฟัน หรือสะสมระเบิดลูกเกลี้ยงไว้เล่นเปตอง แถมยังมีบัตรประชาชนไทยอีกด้วย ยังมีคนแบบนี้อีกมากมายเท่าไหร่ไม่รู้ในเมืองไทย
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและเป็นไป ฟันธงได้เลยว่า ต้นทางของปัญหาหมักหมมเหล่านี้เป็นเรื่องของผลประโยชน์, ความเห็นแก่ได้ และคอร์รัปชัน พอเขียนถึงตรงนี้ สำนวนไทย “ลูบหน้าปะจมูก” และ “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ” ก็ลอยขึ้นมาทันทีพร้อมกับคำถาม“ใครจะจัดการได้?”
ทิวา สารจูฑะ

ฮอร์มุซระอุซ้ำ โดรนถล่มเรือสินค้า แผนอพยพคนสะดุด
ดีเอสไอเรียกสอบ2ก.ค. เค้นคอภาวุธ โยงเส้นเงินโอน28ล้าน ชี้ผิดวิสัยธุรกรรมปกติ
ในหลวง-ราชินีเสด็จฯ ปัณรสมวาร 15วันพระศพ‘องค์ภา’
JICอัดสื่อเขมร บิดเบือนข้อมูล จี้ให้ยุติปลุกปั่น ขัดแย้งชายแดน
‘มท.2’ เล็งนัด ’รมว.พลังงาน’ หาทางออก ปมค่าไฟสาธารณะ ออกจากบิล ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี