วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ผ่านมามีการประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเป็นเวลาเบื้องต้น2 สัปดาห์ เพื่อเจรจาหาข้อสรุปร่วมกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็บอบช้ำกันไปมิใช่น้อย
แต่ไม่ได้หมายความว่า จู่ๆ ทั้งโลกก็ได้พบแสงสว่างขึ้นมาฉับพลัน อาจจะเป็นเพียงแสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์อันเกิดจากหิ่งห้อยสองสามตัวบินอยู่แถวนั้น
เพราะหลังจากคำประกาศหยุดยิงออกไปแล้ว เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรียิวอิสราเอล ก็สั่งโจมตีเข้าไปในเลบานอน จนมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่มีอาวุธและไร้ทางสู้ต้องตายไป โดยอ้างว่าเลบานอนไม่ได้อยู่ในข้อตกลงหยุดยิง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีชาติมหาอำนาจเบอร์หนึ่งก็ออกมาสำนองรองรับทันที ราวกับว่าอยู่ใต้ฝ่าตีนของ เนทันยาฮู
แต่ถึงเลบานอนจะอยู่หรือไม่อยู่ในข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว มันเป็นเรื่องที่สงครามสมัยใหม่ที่เขามีกฎกติกามารยาทว่า จะไม่ทำลายพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือน แต่ผู้นำยิวอิสราเอลก็ไม่สนจริยธรรมและคุณธรรมใดๆทั้งสิ้น ควรได้รับคำชมว่าชั่วร้ายเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
ส่วนการเจรจาวันแรก ตอนที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ล้มเหลวไปแล้วระดับหนึ่ง เมื่อเงื่อนไขของแต่ละฝ่ายไม่เป็นที่ยอมรับของฝั่งตรงข้าม เพราะทีมที่ส่งไปเจรจาของอเมริกาคือเด็กแว้นบ้าอำนาจที่อยู่รอบๆ ตัว ทรัมป์ โอกาสสำเร็จก็ยิ่งยาก แต่ยังไงการเจรจายังต้องดำเนินต่อไป จนกว่าทั้งสองฝายจะสะสมอาวุธพร้อมกะซวกกันอีกรอบ
ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับใครเลยก็คือ ไทยแลนด์แดนสำราญ รถราแน่นขนัดบนถนนทุกสายเพื่อไปฉลองเทศกาลสงกรานต์ เครื่องเสียงเปิดกระหน่ำเพลงเต้นรำตื๊ดๆตั้งอยู่ทั่วทุกหัวระแหง, สาวๆแต่งตัวยั่วอารมณ์เหมือนทั้งบ้านมีผ้ารวมกันไม่ถึง 2 ตารางฟุต (จริงๆ อันนี้ผมก็ชอบดูอยู่บ้าง เพราะดูฟรีไม่มีค่าบัตร), กินเหล้าต่อยตีสำแดงพลานุภาพกัน ฯลฯ ทำให้การรดน้ำอย่างนุ่มนวลและสุภาพเป็นเรื่องของคนแก่ไปแล้ว
ผมเลยคิดว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่าเขียนเรื่องหนักๆ มาคุยกันขำๆ ดีกว่า และไม่มีอะไรจะชวนขำแบบตลกแอ็บเสิร์ดมากเท่าการเมืองบ้านเราอีกแล้ว
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีสาบานปฏิญาณตนเรียบร้อย ธรรมเนียมถัดมาคือการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปรากฏว่ามีการให้เวลาสมาชิกรัฐสภาถึง 2 วันเต็มๆในการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายผมทำงานไปด้วยก็นั่งฟังไปด้วย บางตอนอาจจะขาดหายไปบ้าง เพราะต้องกิน ต้องถ่าย ต้องมีกิจธุระส่วนตัวบ้าง แต่บางตอนที่หายไปก็มาฟังย้อนหลังกลัวว่าจะพลาดทีเด็ดอะไรไป
แต่เท่าที่ได้ฟังก็มีบ้างบางคนที่ตั้งข้อสังเกตของนโยบายรัฐบาล มิคกี้เมาส์ มีข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้านบางคนที่กระตุกให้คิด และชี้ให้เห็นประเด็นที่เป็นข้ออ่อน หรืออาจล่อแหลมต่อกฎหมาย ซึ่งผู้เป็นประชาชนอย่างเราๆและตัวรัฐบาลเอง ก็ควรชื่นชมและสำเหนียกไว้ให้มาก
แต่ที่ผมขำคือ ส่วนใหญ่ที่ได้ฟัง รู้สึกว่าเป็นเรื่องของคนเหงา เหมือนอยู่บ้านไม่มีคนคุยด้วย หรือเป็นคนที่เพื่อนระอาไม่อยากคบหา ทำให้การรับฟังนโยบายรัฐบาลที่เพิ่งเริ่มทำงานได้วันสองวัน กลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเสียอย่างนั้น ลองสกรีนแบบคั้นหัวกะทิจากที่พูดกัน 2 วันเต็มๆ บางทีเหลือเนื้อหาที่จับต้องและน่านำไปคิดต่อได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง
อีกเรื่องที่น่าขำคือ การที่รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศว่า จะเชื้อเชิญคนมีฝีมือด้านต่างๆมาร่วมกันระดมสมองและความสามารถมาช่วยเหลือในการทำงาน หนึ่งในนั้นมีชื่อ วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับการจับตาว่าเป็นดาวรุ่งมากความสามารถคนหนึ่ง
เท่านั้นแหละ บรรดาแฟนคลับประเภท “die-hard”ของประชาธิปัตย์ก็ออกมาหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันเป็นสามารถ กล่าวในทำนองว่าไร้มารยาทไปก่อนแล้ว แต่ออกมาในรูปของการทวงถามเรื่องมารยาท จากนั้นค่อยหาเหตุผลล้อมหน้าล้อมหลังเพื่ออธิบายทีหลัง ก็น่าสงสัยว่า ทำไมไม่ไปถามรองหัวหน้าพรรคที่ตัวเองชื่นชมให้สะเด็ดน้ำเสียก่อนว่า “ไปจริงหรือเปล่า” บ้านตัวเองแท้ๆ
ป้าแต๋ม ที่เป็นคนเชิญได้บอกใครในพรรคฝ่ายค้านหรือเปล่า? น้องอาร์ท รองหัวหน้าพรรค ได้แจ้งทางพรรคหรือไม่? พี่มาร์ค หัวหน้าพรรค รู้เรื่องมาก่อนหรือเปล่า กว่าหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคจะออกมาโพสต์ก็เสียหายกันไปหมดแล้ว ทั้งคนชวน คนถูกชวน และพรรคซึ่งเป็นที่อยู่ของคนถูกชวน
ตลอดมาตั้งแต่ผมมีสิทธิเลือกตั้งได้ครั้งแรก จนผ่านมากี่ครั้งก็ขี้เกียจจำ เพราะเมืองไทยเลือกตั้งบ่อย แต่มีแค่ 2 ครั้งเท่านั้นที่ผมไม่ได้เลือกคนของพรรคประชาธิปัตย์ในเขตเลือกตั้งของผม เพราะผมเชื่อตามแนวคิดของประชาธิปไตยว่า ถ้าไม่มีคนดีให้เลือก ก็พึงเลือกคนที่เลวน้อยที่สุด
ระยะหลังๆ ผมรู้สึกว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยลดทอนความรักความชอบพรรคประชาธิปัตย์ไปเยอะมาก (อย่าถึงขนาดใช้คำว่า “เสื่อมศรัทธา” เลย แรงเกินไป) แต่จะด้วยสาเหตุอะไร คนในพรรคต้องทำการวิจัยค้นหาคำตอบกันเอง คนที่ไม่ชอบประชาธิปัตย์อยู่แล้วก็ไม่ชอบอยู่ดี อันนั้นไม่เอามานับ หรือคนที่ไม่เกี่ยวอะไรได้แต่นั่งดูขำๆไป อันนี้ก็ไม่ต้องนับเช่นกัน
ส่วนที่ผมขำแบบดูละครแอ็บเวิร์ดก็คือ คนเก่งๆในพรรคประชาธิปัตย์มีตั้งเยอะ จะเสียคนเก่งไปแค่คนเดียว ไม่น่าจะระคายผิวของพรรคที่มีอายุยืนยาวที่สุดของเมืองไทยการตีโพยตีพายหรือเกรี้ยวกราด แง่มุมหนึ่งในทางจิตวิทยามาจากความกลัว แต่ผมไม่รู้หรอกว่า พวกเขากลัวจริงหรือเปล่า และกลัวอะไร
แต่พวกแฟนคลับ die hard ของประชาธิปปัตย์ไม่ต้องมาท้าดีเบตอะไรกับผมหรอกนะ เพราะผมรู้ตัวเองดีว่าเถียงสู้แรงปากไม่ได้ และก็จะไม่เถียงด้วย ถ้าคราวหน้าประชาธิปัตย์ส่งคนมาลงแถวบ้านผม เมื่อเทียบกับคนของพรรคอื่นๆ แล้วเลวน้อยที่สุด ผมก็คงจะเลือกอยู่ดี
เอาล่ะครับ คราวนี้เบาๆ ขอพรพระอำนวยให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญในเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทยครับ
ทิวา สาระจูฑะ

อั้นไว้ก่อน!!! พรุ่งนี้ น้ำมันเบนซิน-โซฮอล์91,95 ลด 70 สต. พรีเมียมดีเซลลด 1 บาท
รวบผัวเมียแสบ ใช้ความไว้ใจยืมรถ จยย. คนรู้จัก ก่อนเชิดขายกลุ่มเฟซบุ๊ก 5 คันรวด!
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ค.-3 มิ.ย.69
หนุ่มอุดรฯผวา เสียงปริศนากระซิบข้างหู'รถขนยา' เช็กประวัติอึ้งรถของกลางยาบ้า3.2ล้านเม็ด
สภาฯเสียงแตก ปมตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ นัดโหวตพรุ่งนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี