วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คงต้องติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์กันแบบเรียลไทม์รายชั่วโมงเพราะนี่ไม่ใช่ความขัดแย้งธรรมดา แต่มันถูกยกระดับให้เป็นสงครามเต็มรูปแบบไปแล้วและกำลังเป็นตัวชี้วัดชะตากรรมของคนทั้งโลกใบนี้
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า จะใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์เพื่อจบศึกอิหร่านแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงก็คือการโค่นล้มรัฐบาลและเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้นเราจึงเห็นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่พุ่งเป้าสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด พร้อมคณะเกือบ 50 คน ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
กระนั้นก็ตาม เมื่อสถานการณ์สู้รบล่วงมาหนึ่งสัปดาห์เศษ นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถบรรลุเป้าหมายเข้ายึดครองอิหร่านได้ภายใน4 สัปดาห์ แม้จะมีแสนยานุภาพทางทหารและกองทัพที่เหนือกว่ามากก็ตาม และมันกำลังกลายเป็นข้อกังวลอย่างแรงว่า ถ้าสงครามลากยาวกว่านั้น มันจะเกิดอะไรขึ้น
ประเด็นความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง กำลังถูกประเมินอย่างจริงจัง คู่ขนานไปกับมาตรการรับมือในฉากทัศน์ที่จบเร็ว ไปจนถึงฉากทัศน์ที่เลวร้ายสุดที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากสัญญาณตอนนี้ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย จับท่าทีได้จากคำพูดของ เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลว่าอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่จะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลาหลายปี
ขณะที่อิหร่านเองใช้วิธีการตอบโต้อย่างดุเดือด ขยายวงสงครามไปยังชาติอาหรับพันธมิตรอเมริกาในภาคตะวันออกทั้งหมดเปิดฉากโจมตีแบบไม่เลือกหน้า ทั้งฐานทัพ สถานทูต และทรัพย์สินของสหรัฐ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โดยมีเป้าประสงค์เพื่อยกระดับความขัดแย้ง เพิ่มมิติความซับซ้อนแห่งไฟสงคราม ให้ดับยากยิ่งขึ้นไปอีก
ที่เห็นเด่นชัดสุดตอนนี้คือ ที่ประชุมสมัชชาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้แล้วคือ โมจตาบา คาเมเนอีบุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตหลังถูกลอบสังหาร โดยถูกมองว่า นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่า อำนาจระบอบเก่ายังอยู่ และพร้อมจัดทัพตอบโต้อิสราเอลและสหรัฐระลอกใหม่ โดยไม่ยอมถอยหลังเข้าสู่โต๊ะเจรจา
นอกจากนี้ อิหร่านยังใช้ไพ่ตายปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พร้อมประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า จะยิงใส่เรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน นั่นหมายความว่า น้ำมันดิบราว 20% ของโลก และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อีกประมาณ 20% ถูกปิดตาย และกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอยู่ในเวลานี้
เมื่อหันมาสำรวจความพร้อมในการรับมือวิกฤตสงคราม ประเทศส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ในเอเชียก็ตาม มีขีดจำกัดต่างกัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคงทางพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบด้านอื่นๆ ที่จะตามมา ล้วนสาหัสทั้งสิ้น ดังนั้น หากจะให้กัดฟันในอีก 4-5 สัปดาห์อาจยังพอไหว แต่ถ้าลากยาวไปมากกว่านั้นนึกภาพไม่ออกว่ามันจะล้มทับโลกให้พังทลายและหายนะขนาดไหน

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี