เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันแล้ว ระบบราชการของไทยเราที่มีมายาวนาน มีประสิทธิภาพไม่เป็นรองใคร และถึงแม้ว่าการเมืองของไทยจะมีความผันผวนไม่ค่อยมีเสถียรภาพ แต่ระบบราชการของไทยเราก็ยังทำงานไปได้อย่างแข็งขัน ช่วยประคับประคองประเทศชาติให้ดำเนินไปได้ ไม่ก่อให้เกิดสภาวะการเป็นรัฐล้มเหลวแต่อย่างใด
แต่อย่างไรก็ตามระบบราชการไทยก็มีการขยายตัว เพิ่มกรม กอง และองค์กรต่างๆ อยู่ตลอดเวลาก่อให้เกิดการซับซ้อนในภารกิจหน้าที่และประเด็นปัญหาของการประสานงาน ก่อให้เกิดปัญหาประสิทธิภาพในการบริการประชาชนพลเมืองอีกทั้งหน่วยราชการต่างๆ สามารถออกกฎเกณฑ์กติกา ระเบียบขั้นตอนได้รวมทั้งการปรับและการลงโทษตามช่องทางที่กฎหมายแม่ หรือกฎหมายหลักได้เปิดให้ไว้ มีผลให้หน่วยราชการต่างๆ โดยเฉพาะในระดับกรม เป็นทั้งผู้ให้บริการผู้กำกับ และผู้ลงโทษ โดยที่กฎเกณฑ์กติกาดังกล่าวมักจะมิได้มีการพิจารณาหรือตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ หรือรัฐสภา เสมือนว่าหน่วยราชการประจำต่างๆ มีอำนาจนิติบัญญัติเสียเอง อีกทั้งยังมีอำนาจที่จะลงโทษประชาชนพลเมืองได้อีกด้วย ซึ่งหน้าที่นี้ควรจะเป็นของฝ่ายตุลาการมากกว่า
แต่ถ้าจะมาทบทวนเรื่องราวพินิจพิจารณาให้ระบบราชการเป็นผู้ให้บริการ และรับใช้ประชาชนมากกว่าจะเป็นผู้ปกครอง หรือเป็นเสมือน “เจ้าเหนือหัว” ของประชาชนพลเมืองแล้ว เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ระบบราชการเล็กลง หรือบทบาทน้อยลง (Small and less government) ซึ่งก็หมายความว่าประชาชนพลเมืองต้องมีความรับผิดชอบกับตัวเองมากขึ้น นั่นคือ การที่จะให้องค์กรธุรกิจเอกชนองค์กรวิชาชีพ องค์กรภาคประชาสังคม ดูแลรับผิดชอบและจัดการกันเองโดยมีกฎหมายเฉพาะของตัวเอง และไม่ต้องพึ่งพาหรืออยู่ในอาณัติของหน่วยราชการอีกต่อไป อาทิ
สภาหอการค้า รวมทั้งสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศเป็นผู้รับจดทะเบียนบริษัทห้างร้านต่างๆ กำกับดูแลกันเองภายใต้กฎหมายสภาหอการค้า และฉะนั้นก็จะมีการยุบกรมทะเบียนการค้าในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ไปได้เลยโรงงานอุตสาหกรรมก็ไปขึ้นทะเบียนกับสภาอุตสาหกรรม โดยมีการยุบกรมโรงงานอุตสาหกรรมในสังกัดของกระทรวงอุตสาหกรรมสมาคมวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอาชีพสถาปัตยกรรม หรือวิศวกรรม การบัญชีการแพทย์ฯ เป็นต้น ก็มีสมาคมวิชาชีพเป็นการเฉพาะของตน ภายใต้กฎหมายเพื่อการนี้
ในการนี้นอกจากจะเป็นการลดความเป็นรัฐราชการแล้ว ในแง่กลับก็เป็นการเพิ่มหลักประชาธิปไตย ว่าด้วยการดูแลปกครองตนเอง และรับผิดชอบต่อตนเอง และอีกนัยหนึ่งก็เป็นการกระจายอำนาจจากระบบราชการสู่ประชาชนและองค์กรภาคประชาชน
ในขณะเดียวกันกิจการงานทางด้านสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษาการรักษาพยาบาล การดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาสการจัดหาที่อยู่อาศัยต่างๆ และงานด้านวัฒนธรรม ที่งานการบริการจะอยู่ในอาณัติของระบบราชการก็ควรจะได้รับการถ่ายโอนไปยังองค์กรที่มิใช่รัฐ หรือองค์กรภาคประชาชน หรือองค์กรเพื่อสังคม (Non-Governmental Organization หรือ Civil Society Organization) โดยมีกฎหมายควบคุม และการจัดสรรงบประมาณโดยตรงจากรัฐสภา โดยไม่ผ่านมือหน่วยราชการหนึ่งใด ทั้งนี้ ก็อาจจะมีการจัดตั้งสมัชชาเฉพาะกิจการสังคมต่างๆ ให้คำปรึกษาหารือและกำกับดูแลทั้งองค์กรวิชาชีพและองค์กรภาคประชาชนต่างๆ
นอกจากนั้นแล้ว เรื่องการกระจายอำนาจการปกครองประเทศจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นนั้น ประเทศไทยยังตกอยู่ในสภาวะครึ่งๆ กลางๆ และสภาวะความกระอักกระอ่วนของการที่ในจังหวัดหนึ่งๆ (ยกเว้นกรุงเทพฯ) มีผู้ปกครองอยู่ 2 คน เสมือนเป็นนกสองหัว คนหนึ่งเป็นข้าราชการประจำ (ผู้ว่าราชการจังหวัด) อีกคนหนึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน (นายก อบจ.) เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ และความร่วมมือประสานงานกันเพื่อรับใช้ชาวบ้านไม่มีความชัดเจน อีกทั้งฝ่าย อบจ. อปท. อบต. แม้จะมาจากการเลือกตั้งแต่ก็ยังอยู่ในอาณัติของกรมพัฒนาการปกครองท้องถิ่น ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ ยับยั้งหลักประชาธิปไตยของการกระจายอำนาจ และการเป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของจังหวัด
ประเทศไทยเรากำลังเดินหน้าเพื่อจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนความเป็นประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทยให้ก้าวไกลขึ้นไปอีก ฉะนั้นการที่จะลดรัฐราชการให้เล็กลง และเพิ่มพูนการมีส่วนร่วมของประชาชนพลเมืองก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทยให้มั่นคง ลึกซึ้ง และกว้างขวางยิ่งขึ้น
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี