วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
บัดนี้ก็น่าจะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปได้แล้วว่า เกาหลีเหนือนั้นเป็นรัฐพลังอาวุธนิวเคลียร์ ประเทศที่ 8 ของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส อินเดีย และปากีสถาน (ทั้งนี้ก็ยังไม่มีข้อยืนยันเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลหรือไม่แต่อย่างไร)
การที่เกาหลีเหนือได้ผงาดเป็นรัฐพลังอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วคน และทั้งๆ ที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ค่อนข้างยากจน ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะน่าทึ่งในแง่หนึ่ง แต่ก็สะท้อนว่าบรรดาทรัพยากร ทั้งทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรทางธรรมชาติต่างๆ ได้ถูกหันเหไปทุ่มเทที่การพัฒนาเสริมสร้างแสนยานุภาพทางด้านทหารแต่เพียงอย่างเดียว โดยประชาชนพลเมืองถูกจำกัดจำเขี่ยในเรื่องปัจจัย 4 จนสังคมเกาหลีเหนือตกอยู่ในสภาพของความเหลื่อมล้ำเป็นอย่างยิ่งระหว่างกลุ่มผู้นำประเทศที่กระจุกตัวอยู่ที่พรรคแรงงานที่มีอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่เป็นเสมือนกลุ่มอภิสิทธิ์ชน ขณะที่ประชาชนพลเมืองโดยทั่วไปเป็นแค่ตัวเลขและเป็นแรงงานที่ไร้ซึ่งสิทธิเสรีภาพพื้นฐานแต่อย่างใด
ความสำเร็จของเกาหลีเหนือในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ เกิดขึ้นมาด้วยการตัดสินใจทางการเมืองของผู้นำเกาหลีเหนือที่ว่า การที่จะประกันความอยู่รอดของเกาหลีเหนือจากการแทรกแซงจากภายนอกหรือจากการคุกคามจากภายนอกนั้นเกาหลีเหนือจะต้องครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ให้ได้เท่านั้น ซึ่งระบอบการเมืองการปกครองจะต้องมีความเด็ดเดี่ยว มั่นคงภายใต้การนำพาของพรรคแรงงานพรรคเดียว บวกกับความเชื่อมั่นในลัทธิการบูชา เคารพและเชื่อฟังผู้นำ (Personality Count)
ล่าสุด ผู้นำเกาหลีเหนือก็ได้ออกมาประกาศว่า จะไม่พูดจาพาทีกับฝ่ายเกาหลีใต้อีกต่อไป เพราะเห็นว่าไม่มีความสำคัญ อีกทั้งระบอบการเมืองการปกครองของเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้เป็นระบบระบอบที่อยู่ตรงข้ามกันฉะนั้น การจะรวมประเทศจึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องมาเสียเวลาเจรจากันแต่อย่างใดอีกทั้งเกาหลีใต้ก็ตกอยู่ในอาณัติของสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายเกาหลีเหนือมองว่า ความเป็นไปในคาบสมุทรเกาหลีนั้นเป็นเรื่องระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ โดยตรงเป็นสำคัญ
ประเด็นปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ การลดความตึงเครียด เช่น การทดลองขีปนาวุธ และการเร่งพัฒนาเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ และการลดหรือชะลอการซ้อมรบร่วมระหว่างกองกำลังของสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ซึ่งฝ่ายเกาหลีเหนือเห็นว่า เป็นการคุกคามและยั่วยุฝ่ายเกาหลีเหนือ รวมไปถึงการที่สหรัฐฯ เป็นรัฐปกป้องเกาหลีใต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Umbrella) ฉะนั้น ก็เป็นเรื่องที่เกาหลีเหนือและสหรัฐฯ จะหาวิธีลดความตึงเครียดและการเผชิญหน้ากันได้อย่างไร เพื่อความผาสุกของคาบสมุทรเกาหลี และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ เกาหลีเหนือก็มีอำนาจต่อรองมากขึ้น เพราะได้เสริมสร้างการเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย และการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการทหารและระบบไซเบอร์
ทั้งหมดนี้ทั้งเกาหลีเหนือ และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเกาหลีใต้ ก็มีพันธกรณีกับประชาคมโลกในการควบคุม ระมัดระวังมิให้ความสำคัญดำเนินไปในทิศทางของการเพิ่มความตึงเครียดและไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่ควรจะมีช่องทางการพูดจาและปรึกษาหารือ เพื่อลดความตึงเครียดและร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนกำลังการลาดตระเวนการซ้อมรบ และการทดลองอาวุธ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์และนายคิม จอง-อึน ก็เคยได้พบปะกันแล้ว 2 ครั้ง ก็เป็นที่หวังว่าจะมีการพบปะหารือเป็นครั้งที่ 3 และต่อๆ ไป ทั้งเพื่อปรับความสัมพันธ์ และทั้งเพื่อตอบสนองการรับผิดชอบต่อความสงบและสันติสุขของชาวโลกและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยไทย และเพื่อนประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนก็อยู่ในวิสัยที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียฝ่ายหนึ่ง กับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้อีกฝ่ายหนึ่ง ด้วยการแสดงจุดยืนแห่งความเป็นกลางและความปรารถนาที่จะให้ได้เห็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นการเฉพาะ และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นการทั่วไปปลอดซึ่งอาวุธนิวเคลียร์
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
จตุรงค์โพสต์โมเมนต์อบอุ่น เคียงข้าง เด๋อ ดอกสะเดา ในวันที่คิดถึงสุดหัวใจ
อย่าทึกทักเอาเอง! โฆษก ภท. โต้ เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยมีใครในพรรคเชิญ เสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล
เอดีบี ยัน เศรษฐกิจเอเชียรับมือไหว หลังเผชิญสงครามอิหร่าน-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สดุดีหัวใจนางฟ้า! น้องแป้ง นิสิตชั้นปีที่ 1 บริจาคหัวใจ ตับ ไต ดวงตา สร้างบุญกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี