วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
ณ วันนี้ดินแดนสุวรรณภูมิแหลมทองได้มีกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคอยู่ 4 กรอบด้วยกันคือ
กรอบประชาคมอาเซียน (ASEAN Community),กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ / BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation)กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง-MLC (Mekong-Lancang Cooperation/lower Mekong),กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง / ACMECS (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy)
นอกจากนั้นเราก็ยังมีกรอบที่เกี่ยวข้องกับดินแดนสุวรรณภูมิอีก 2 กรอบคือ
กรอบความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง-คงคา / MGC (Mekong-Ganga Cooperation)กรอบความร่วมมือในทะเลจีนใต้ ซึ่งกำลังมีการจัดทำหลักปฏิบัติหรือกฎบัตรว่าด้วยการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนกับจีน (ASEAN-China Code of Conduct for the South China Sea – COC) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2569 นี้
กรอบความร่วมมือทั้งหมดดังกล่าวนี้บ่งบอกว่า บรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศใกล้เคียงต่างมีความประสงค์ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขด้วยการร่วมมือ หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และเมื่อมีข้อขัดแย้ง ข้อพิพาทหนึ่งใดก็จะใช้วิธีการเจรจาแบบสันติทางการทูต โดยเฉพาะประชาคมอาเซียนเมื่อมีการจัดตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2510 ซึ่งเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ที่จะให้ประเทศสมาชิกไม่ใช้ความรุนแรง และหาข้อยุติร่วมกันที่โต๊ะเจรจา และโดยทั่วไปประชาคมอาเซียนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ระยะหลังๆ ไทยกับกัมพูชากลับมีการปะทะกันตามชายแดน และพัฒนาไปสู่สภาวะของการเผชิญหน้า และทั้งนี้ประเทศทั้งสองก็มีภาระหน้าที่ที่จะเร่งหาข้อยุติของความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เป็นการให้ความเคารพต่อประชาคมอาเซียน ไม่เป็นตัวรั้งความเจริญก้าวหน้า แต่เป็นตัวเสริมสร้าง
ในหลายๆ กรณีและในหลายๆ เหตุการณ์ของการอุบัติขึ้นของความไม่พึงพอใจกัน มีการประท้วงซึ่งกันและกัน หรือมีการปะทะกันเช่นในกรณีไทยกับกัมพูชา มักจะมีเรื่องของการนำเอาเรื่องในอดีต หรือในประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อเร้าอารมณ์ของการเกลียดชังกัน โดยไม่ยอมรับว่าเรื่องในประวัติศาสตร์หนึ่งใดแม้ว่าจะขมขื่น เจ็บปวดแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวนั้นก็ได้ผ่านพ้นไปนานมากแล้ว ถึงแม้บางอย่างจะไม่สามารถลืมเลือนกันได้ แต่ก็จะต้องก้าวไปข้างหน้า โดยทุกฝ่ายต้องยอมรับความเป็นจริงที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว รวมทั้งอภัยให้กัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันในปัจจุบันและอนาคต เพราะต่างมีกรอบความร่วมมือต่างๆ ดังกล่าวรออยู่แล้ว
ในการนี้ก็คงต้องมีการชำระหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งก็ต้องอยู่บนหลักการที่จะไม่ปลูกฝังความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้น อีกทั้งนักการเมือง นักปกครองผู้บริหารประเทศ ผู้นำทางความคิดต่างๆ ก็จะต้องละเว้น และยุติการเอาเรื่องราวแต่อดีตในประวัติศาสตร์มาเป็น “เครื่องเล่น” ทางการเมือง โดยให้ตระหนักว่า ทุกสังคมทุกประเทศมีเรื่องที่จะร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันมากมาย และในการร่วมมือนั้นสภาวะแวดล้อมหรือบรรยากาศก็ต้องมีความสงบที่เอื้ออำนวยต่อกันและกัน
ชาวแผ่นดินสุวรรณภูมินั้นมีระบบความเชื่อถือ มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน มีการผสมผสานถ่ายเทกันไปมา แทรกซึม และแตกกระจายกันไปทั่ว แยกแยะกันไม่ออกได้อย่างแน่ชัดว่า “นี่เป็นของฉัน และนั่นเป็นของเธอ” ชาวสุวรรณภูมิจึงมีความเหมือน คล้ายคลึง และเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าความต่าง
ฉะนั้นชาวสุวรรณภูมิก็จะต้องสามารถมองข้ามประวัติศาสตร์ มาตั้งสติและมาตั้งต้นกันใหม่ เพื่อเสริมสร้างสันติสุข ความเคารพนับถือ และไว้เนื้อเชื่อใจกัน ชาวสุวรรณภูมิเป็นแบบอย่างของสังคมมนุษย์ที่มีมิตรไมตรีต่อกัน และไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน
นายกฯแจงชัดๆ กระบวนการแก้ รธน.ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่ง ปชช.
ปิดจ็อบ! นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับปากพร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังทำงานรับใช้แผ่นดิน
พริษฐ์ กาง 5 พฤติกรรมรัฐบาล เปรียบเหมือนผู้รับเหมา จ่อขึ้นบัญชีดำ
ณัฐชา ได้ทีถาม รบ. จะเท 20 ล้านเสียงประชามติแก้ รธน.หรือ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี