วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ช่วงปลายศตวรรษที่ 16 อังกฤษก้าวขึ้นสู่ความเป็นเจ้าแห่งการเดินเรือ จึงเริ่มตื่นตัวทางการค้าและการตั้งอาณานิคมในดินแดนต่างๆ เพราะเห็นว่าประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะสเปน “ปล้น” ดินแดนอื่นจนมั่งคั่งร่ำรวยไปตามกัน อังกฤษอยากได้ทรัพย์สินจากดินแดนแปลกหน้าเช่นนั้นบ้าง เลยเกิดความคิดที่จะตั้งอาณานิคมของตนในดินแดนอื่นทั่วโลก รวมทั้งในอเมริกาด้วย
ปี ค.ศ.1583 เซอร์ฮัมฟรี กิลเบิร์ก พยายามตั้งอาณานิคมอังกฤษที่เกาะนิวฟาวแลนด์ แต่ช่วงเวลานั้นชาวอาณานิคมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและอากาศหนาวจัดได้ ทั้งหมดจึงเดินทางกลับอังกฤษ แต่เรือล่มกลางทาง ต้องปิดฉากการตั้งอาณานิคมไปโดยปริยาย
ต่อมาปี ค.ศ.1585 พระนางอลิซาเบธส่งเซอร์วอลเทอร์ ราเลย์ ไปก่อตั้งอาณานิคมอังกฤษอีกครั้งในอเมริกา คราวนี้กลุ่มชาวอังกฤษอพยพขึ้นบกที่เกาะเล็กๆ ชื่อเกาะโรอาโน้ค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐนอร์ธแคโรไลน่าในปัจจุบัน แต่ชาวอาณานิคมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถาพแวดล้อมเช่นเดิม จึงต้องกลับอังกฤษในปี ค.ศ.1586
ความล้มเหลวในการตั้งอาณานิคมอังกฤษทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลอังกฤษรู้ว่าการตั้งอาณานิคมภายใต้การนำของบุคคลเพียงคนเดียวเป็นเรื่องยากและใหญ่เกินความคาดหมาย ดังนั้นรัฐบาลจึงมอบอำนาจให้บริษัทเอกชนมาจัดตั้งอาณานิคมอังกฤษในอเมริกาแทน แถมกษัตริย์อังกฤษเห็นชอบในการดำเนินงานอีกด้วย
วันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1607 เรือสามลำคือเรือซูซาน คอนสแตน (Susan Constant) ก๊อดสปีด (God Speed) และดิสโคเวอรี่ ( Discovery) บรรทุกข้าวของเครื่องใช้ เสบียงอาหารและชายฉกรรจ์อังกฤษหนึ่งร้อยคนมาถึงอเมริกาในวันที่ 24 พฤษภาคมปีนั้น
ผู้อพยพตั้งชื่อแม่น้ำสายที่ไหลผ่านบริเวณนั้นว่าแม่น้ำเจมส์ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ และตั้งชื่ออาณานิคมในโลกใหม่ว่า “เจมส์ทาวน์” ด้วยเหตุผลเดียวกัน
แต่ชาวอาณานิคมต้องเจอปัญหาเดิมคือ ทนสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมไม่ได้ เพาะปลูกพืชด้วยเมล็ดพันธุ์ที่บริษัทนำมาไม่ขึ้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิในปีรุ่งขึ้น ปรากฎว่าเหลือชาวอาณานิคมอยู่เพียงแค่ 40 คน นอกนั้นเสียชีวิตในช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน

ปีต่อมาคือ ค.ศ.1608 เรือจากอังกฤษนำผู้อพยพรุ่นที่สองมาสู่อาณานิคมเจมส์ทาวน์ แต่พอถึงฤดูหนาว ชาวอาณานิคมล้มตายลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องนำผู้อพยพรุ่นที่สามเข้ามาในอาณานิคมอีกในปี ค.ศ.1609
อาณานิคมเจมส์ทาวน์มีรายได้จากการค้าใบยาสูบกับอังกฤษ จึงขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น มีการนำทาสผิวดำจำนวน 20 คนเข้ามาใช้แรงงานในอาณานิคมเมื่อปี ค.ศ.1619 ถือเป็นทาสรุ่นแรกในอเมริกาโดยทำสัญญาว่าหากทำงานครบตามที่ตกลงกันไว้จะเป็นอิสระ
ในปีเดียวกันนั้น มีการแต่งงานหมู่ 60 คู่ในอาณานิคม ช่วงแรกในการก่อตั้งอาณานิคมเริ่มต้นด้วยชายฉกรรจ์ 100 คนมาบุกเบิกแผ้วถางสร้างชุมชน เวลานั้นมีผู้หญิงรับใช้ที่มีสัญญาผูกมัดคอยดูแลชายชาวอาณานิคม ต่อมาหญิงที่แต่งงานแล้วอพยพมาอยู่ในอาณานิคมภายหลัง สำหรับชายโสด ทางบริษัทเวอร์จิเนียส่งหญิงสาวโสด 60 คนมาจับคู่กับชายชาวอาณานิคม เพื่อเป็นการเพิ่มประชากรในชุมชน
นอกจากนี้ ยังเกิดการประชุมสภาครั้งแรกในอเมริกาปีนี้ด้วย เนื่องจากมีการตั้งชุมชนขนาดเล็กเรียงรายตามลุ่มแม่น้ำเจมส์ เกิดการขยายขนาดอาณานิคม เจมส์ทาวน์ได้รับการจารึกว่าเป็นเมืองแรกของอเมริกา และเป็นสถานที่จัดประชุมเพื่อร่างกฎระเบียบบังคับใช้ในอาณานิคมเจมส์ทาวน์ที่ประกอบไปด้วยหลายชุมชนย่อยๆ รวมกัน
ปี ค.ศ.1620 อาณานิคมเจมส์ทาวน์เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะค้าขายยาสูบได้กำไรงาม จึงขยายอาณานิคมออกไปเรื่อยๆ
หลังจากก่อตั้งอาณานิคมอังกฤษอาณานิคมแรกสำเร็จ ก็เกิดอาณานิคมแห่งที่สองตามมา นั่นคืออาณานิคมพลีมัธ โดยกลุ่มพิวกริมส์ที่เดินทางออกจากอังกฤษเพราะต้องการเสรีภาพในการนับถือนิกายที่ตนเคารพ

คุณแหน: 26 พฤษภาคม 2569
ด่วน! ทรัมป์ โพสต์เดือดบีบชาติตะวันออกกลาง ลงนามเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม
รอง ผบ.ตร. ลุยจันทบุรี จับมือผู้ว่าฯ-ตำรวจ บูรณาการแก้ 9 ปัญหาความมั่นคง
พรุ่งนี้ตี 5 น้ำมันปรับลดราคา ดีเซลลงแรง 1 บาท เบนซิน-โซฮอล์ลด 60 สต.
สหรัฐรอไปก่อน! อิหร่านหักหน้าทรัมป์-รูบิโอ ยันยังไม่ลงนามข้อตกลงในเร็ววันนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี