ช่วงปลายศตวรรษที่ 16 อังกฤษก้าวขึ้นสู่ความเป็นเจ้าแห่งการเดินเรือ จึงเริ่มตื่นตัวทางการค้าและการตั้งอาณานิคมในดินแดนต่างๆ เพราะเห็นว่าประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะสเปน “ปล้น” ดินแดนอื่นจนมั่งคั่งร่ำรวยไปตามกัน อังกฤษอยากได้ทรัพย์สินจากดินแดนแปลกหน้าเช่นนั้นบ้าง เลยเกิดความคิดที่จะตั้งอาณานิคมของตนในดินแดนอื่นทั่วโลก รวมทั้งในอเมริกาด้วย
ปี ค.ศ.1583 เซอร์ฮัมฟรี กิลเบิร์ก พยายามตั้งอาณานิคมอังกฤษที่เกาะนิวฟาวแลนด์ แต่ช่วงเวลานั้นชาวอาณานิคมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและอากาศหนาวจัดได้ ทั้งหมดจึงเดินทางกลับอังกฤษ แต่เรือล่มกลางทาง ต้องปิดฉากการตั้งอาณานิคมไปโดยปริยาย
ต่อมาปี ค.ศ.1585 พระนางอลิซาเบธส่งเซอร์วอลเทอร์ ราเลย์ ไปก่อตั้งอาณานิคมอังกฤษอีกครั้งในอเมริกา คราวนี้กลุ่มชาวอังกฤษอพยพขึ้นบกที่เกาะเล็กๆ ชื่อเกาะโรอาโน้ค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐนอร์ธแคโรไลน่าในปัจจุบัน แต่ชาวอาณานิคมไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสถาพแวดล้อมเช่นเดิม จึงต้องกลับอังกฤษในปี ค.ศ.1586
ความล้มเหลวในการตั้งอาณานิคมอังกฤษทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลอังกฤษรู้ว่าการตั้งอาณานิคมภายใต้การนำของบุคคลเพียงคนเดียวเป็นเรื่องยากและใหญ่เกินความคาดหมาย ดังนั้นรัฐบาลจึงมอบอำนาจให้บริษัทเอกชนมาจัดตั้งอาณานิคมอังกฤษในอเมริกาแทน แถมกษัตริย์อังกฤษเห็นชอบในการดำเนินงานอีกด้วย
วันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ.1607 เรือสามลำคือเรือซูซาน คอนสแตน (Susan Constant) ก๊อดสปีด (God Speed) และดิสโคเวอรี่ ( Discovery) บรรทุกข้าวของเครื่องใช้ เสบียงอาหารและชายฉกรรจ์อังกฤษหนึ่งร้อยคนมาถึงอเมริกาในวันที่ 24 พฤษภาคมปีนั้น
ผู้อพยพตั้งชื่อแม่น้ำสายที่ไหลผ่านบริเวณนั้นว่าแม่น้ำเจมส์ เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ และตั้งชื่ออาณานิคมในโลกใหม่ว่า “เจมส์ทาวน์” ด้วยเหตุผลเดียวกัน
แต่ชาวอาณานิคมต้องเจอปัญหาเดิมคือ ทนสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมไม่ได้ เพาะปลูกพืชด้วยเมล็ดพันธุ์ที่บริษัทนำมาไม่ขึ้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิในปีรุ่งขึ้น ปรากฎว่าเหลือชาวอาณานิคมอยู่เพียงแค่ 40 คน นอกนั้นเสียชีวิตในช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน

ปีต่อมาคือ ค.ศ.1608 เรือจากอังกฤษนำผู้อพยพรุ่นที่สองมาสู่อาณานิคมเจมส์ทาวน์ แต่พอถึงฤดูหนาว ชาวอาณานิคมล้มตายลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องนำผู้อพยพรุ่นที่สามเข้ามาในอาณานิคมอีกในปี ค.ศ.1609
อาณานิคมเจมส์ทาวน์มีรายได้จากการค้าใบยาสูบกับอังกฤษ จึงขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น มีการนำทาสผิวดำจำนวน 20 คนเข้ามาใช้แรงงานในอาณานิคมเมื่อปี ค.ศ.1619 ถือเป็นทาสรุ่นแรกในอเมริกาโดยทำสัญญาว่าหากทำงานครบตามที่ตกลงกันไว้จะเป็นอิสระ
ในปีเดียวกันนั้น มีการแต่งงานหมู่ 60 คู่ในอาณานิคม ช่วงแรกในการก่อตั้งอาณานิคมเริ่มต้นด้วยชายฉกรรจ์ 100 คนมาบุกเบิกแผ้วถางสร้างชุมชน เวลานั้นมีผู้หญิงรับใช้ที่มีสัญญาผูกมัดคอยดูแลชายชาวอาณานิคม ต่อมาหญิงที่แต่งงานแล้วอพยพมาอยู่ในอาณานิคมภายหลัง สำหรับชายโสด ทางบริษัทเวอร์จิเนียส่งหญิงสาวโสด 60 คนมาจับคู่กับชายชาวอาณานิคม เพื่อเป็นการเพิ่มประชากรในชุมชน
นอกจากนี้ ยังเกิดการประชุมสภาครั้งแรกในอเมริกาปีนี้ด้วย เนื่องจากมีการตั้งชุมชนขนาดเล็กเรียงรายตามลุ่มแม่น้ำเจมส์ เกิดการขยายขนาดอาณานิคม เจมส์ทาวน์ได้รับการจารึกว่าเป็นเมืองแรกของอเมริกา และเป็นสถานที่จัดประชุมเพื่อร่างกฎระเบียบบังคับใช้ในอาณานิคมเจมส์ทาวน์ที่ประกอบไปด้วยหลายชุมชนย่อยๆ รวมกัน
ปี ค.ศ.1620 อาณานิคมเจมส์ทาวน์เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะค้าขายยาสูบได้กำไรงาม จึงขยายอาณานิคมออกไปเรื่อยๆ
หลังจากก่อตั้งอาณานิคมอังกฤษอาณานิคมแรกสำเร็จ ก็เกิดอาณานิคมแห่งที่สองตามมา นั่นคืออาณานิคมพลีมัธ โดยกลุ่มพิวกริมส์ที่เดินทางออกจากอังกฤษเพราะต้องการเสรีภาพในการนับถือนิกายที่ตนเคารพ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี