วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

แม้ว่าสงครามกลางเมืองจะยุติลงในปี ค.ศ.1865 ก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่ตามมาหลังสงครามกลางเมืองในยุคฟื้นฟู ((Reconstruction Era) กลับส่งผลกระทบทางสังคมในวงกว้างมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่รัฐทางภาคเหนือเร่งฟื้นฟูประเทศโดยปฎิวัติทางการเกษตรและอุตสาหกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐทางตอนใต้นั้นดูเหมือนว่าจะเกิดสงครามยิบย่อยขึ้นในทุกรัฐหลังสงครามกลางเมือง
แม้ว่าจะประกาศเลิกทาสอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สถานการณ์ในรัฐภาคใต้กลับไม่ได้เป็นไปตามคำประกาศนั้น เกิดจราจลในรัฐทางใต้ทุกแห่ง มีการเข่นฆ่าประหัดประหารกันด้วยความรุนแรง มีการใช้ศาลเตี้ยอย่างไม่ยำเกรงกฎหมาย เกิดองค์กรก่อการร้ายองค์กรแรกในอเมริกาหลังสงครามกลางเมือง ทำให้ชาวอเมริกันรัฐทางใต้รู้สึกว่าสงครามกลางเมืองยังไม่จบสิ้นลง แต่กลับประทุขึ้นมาเป็นหนที่สองแล้วยืดเยื้อไปอีกหนึ่งทศวรรษ
สงครามกลางเมืองเป็นสงครามอันนองเลือดที่สุดในหน้าประวัติศาตร์อเมริกัน แต่การปฎิรูปที่ตามมาหลังสงครามคือช่วงเวลาแห่งความรุนแรงเช่นกัน ทาสผิวดำตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง คนผิวขาวไล่ล่าทาสอย่างไม่ยั้งมือโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายใดๆ เมื่อมีการฆ่าคนผิวดำ คนผิวขาวบางส่วนจะโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างเปิดเผย เจ้าของที่ดินก็ไม่ยอมปล่อยทาสของตนให้เป็นอิสระ แม้จะมีการประกาศเลิกทาสก็ตาม ทาสคนไหนที่ต้องการหนี จะต้องถูกฆ่า
การหลบหนีของทาสผิวดำเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ก่อนสงครามกลางเมือง แต่เพิ่มมากขึ้นหลังยุคสงครามกลางเมือง แม้ว่าในเวลานั้นจะประกาศให้ทาสเป็นไทแล้วก็ตาม แต่นายทาสจำนวนมากยังปฎิบัติต่อทาสผิวดำอย่างโหดร้าย
สงครามกลางเมืองคือความขมขื่นของอเมริกันในรัฐทางใต้ ทหารสมาพันธรัฐที่รอดชีวิตจากสงครามกลับมาเจอสภาพบ้านเรือนถูกทำลายเผาไหม้แทบไม่เหลือซาก แถมพบว่าทาสมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมตนทุกอย่างยิ่งคับแค้นใจ จึงระบายความขัดเคืองกับอดีตทาส รวมทั้งใครก็ตาม ไม่ว่าจะสีผิวไหนที่เกี่ยวข้องกับพรรครีพับลิกันหรือรัฐบาลกลางด้วยการฆ่าอย่างทารุณ
ส่วนมากแล้วบรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันหัวรุนแรงที่สนับสนุนทาสให้มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียม คนผิวขาวตกเป็นเป้าสังหารในรัฐทางใต้เช่นเดียวกับการไล่ฆ่าทาสผิวดำ เวลานั้นทุกตารางนิ้วในรัฐทางใต้ไม่ปลอดภัย ผู้ผ่านทางมักพบเห็นการฆ่าและแขวนคอทาสผิวดำตามต้นไม้ใหญ่ ซึ่งบางต้นมีร่างไร้วิญญาณแขวนเต็มไปหมด
เมื่อบรรดาสมาชิกพรรครีพับลิกันผิวขาวหัวรุนแรงเจอการไล่ล่าจากบรรดาชาวใต้ ก็ตั้งกองกำลังขึ้นปกป้องตนเองและอดีตทาสผิวดำ นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้อดีตทาสได้เรียนหนังสือจึงสร้างโรงเรียนขึ้นและมอบที่ดินทำกินให้อดีตทาสไว้หาเลี้ยงตัวเองต่อไป แต่องค์กรนี้กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ซึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนประธานาธิบดีลินคอล์นที่ถูกลอบสังหาร
ปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งคือตัวประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสันเองมาจากรัฐเทนเนสซี ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐทางใต้ แม้จะไม่เห็นด้วยกับการค้าทาส แต่ประธานาธิบดีคนนี้ก็ไม่ได้ยินดีในการที่ทาสจะมีสิทธิเท่าเทียมคนผิวขาว
ช่วงเวลานั้นรัฐทางใต้มีการเลือกตั้งและร่างกฎหมายขึ้นมาใช้เรียกว่า “รหัสมืด” (Black Codes) เพื่อควบคุมคนผิวดำโดยเฉพาะ เช่น ห้ามคนผิวดำครอบครองปืน ห้ามซื้อเหล้า หรือทำการค้าอื่นนอกจากการเกษตร ที่ดินที่กลุ่มกองกำลังปกป้องตัวเองและสนับสนุนคนผิวดำเคยให้สัญญาไว้ก็ไม่ได้มีการจัดสรรให้คนผิวดำ แต่กลับนำไปให้คนผิวขาวที่เคยร่วมรบในสงครามกลางเมืองแทน คนผิวขาวบางกลุ่มรังแกคนผิวดำด้วยการแกล้งว่าจ้างให้ทำงานในไร่ แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าจ้างก็ไล่ออก ทำให้คนผิวดำอดตายเป็นจำนวนมาก บางรัฐอนุญาตให้ทำร้ายคนผิวดำได้ตามใจชอบ หากคิดว่าคนผิวดำทำตัวไม่เหมาะสม เช่น การไม่หลีกทางให้คนผิวขาวหรือแม้แต่การชำเลืองมองหญิงผิวขาวก็กลายสาเหตุให้คนผิวดำเหล่านั้นถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ
30 กรกฎาคม ค.ศ.1866 คนผิวดำในหลุยส์เซียน่าที่เคยร่วมรบในสงครามกลางเมืองเดินขบวนเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งที่เมืองนิวออร์ลีน ในวันเดียวกันกับที่มีการประชุมเพื่อให้สิทธิทางการเมืองแก่คนผิวดำ แต่ระหว่างที่เดินขบวนไปยังอาคารการประชุมนั้น คนผิวขาวยืนรอดักสองฟากถนน พลางร้องด่าหยาบคายแล้วปาอิฐกับขวดแก้วใส่ ซ้ำยังมีการสมคบกับตำรวจในเมืองให้รุมทำร้ายคนผิวดำที่เดินขบวนเรียกร้อง แถมก่อนหน้านั้นส่งโทรเลขไปยังประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสันเพื่อหยั่งเชิงว่าจะส่งกองกำลังมาปราบหรือไม่ ซึ่งประธานาธิบดีให้คำมั่นว่าจะไม่ส่งทหารไปปราบปราม เท่ากับว่าเปิดไฟเขียวให้ตำรวจฆ่าคนผิวดำที่มาเดินขบวนได้เต็มที่
ศพคนผิวดำเกลื่อนถนน แถมกลุ่มคนผิวขาวที่นำโดยตำรวจและอดีตผู้นำสมาพันธรัฐบุกเข้าไปทำร้ายกรรมการที่มาประชุมกันเรื่องสิทธิคนผิวดำในอาคาร จนต้องประกาศกฎอัยการศึก ที่น่าแปลกใจคือไม่มีการจับกุมผุ้ทำผิดและผู้ที่ฆาตกรรมคนเหล่านั้นเลย
หลังจากนั้นปฎิบัติการฆ่าล้างบางคนผิวดำก็แพร่กระจายไปทุกรัฐ โดยผู้ทำผิดไม่ถูกจับกุม แต่ในเวลาเดียวกัน ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซีชื่อวิลเลี่ยม บราวโลว์ (William Brownlow) สนับสนุนพรรครีพับลิกันก็เปิดศึกด้วยการล่าทหารสมาพันธรัฐที่กลับบ้านหลังสงครามกลางเมือง ทำให้ทหารผ่านศึกฝ่ายสมาพันธรัฐถูกฆ่าตายในเทนเนสซี่
นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์หลังสงครามกลางเมือง คนผิวดำบางส่วนจึงพยายามหลบหนีไปยังรัฐทางเหนือ แม้ว่าการหลบหนีของทาสไปทางเหนือจะเกิดขึ้นก่อนสงครามกลางเมือง แต่หลังสงครามกลางเมือง คนผิวดำจำนวนมากพยายามหลบหนีไปสู่รัฐทางเหนือมากขึ้น เพื่อให้ตนเองและครอบครัวเป็นไทอย่างแท้จริง

เพื่อไทย หารือ Airbnb เร่งดัน พ.ร.บ.โรงแรมฯ เข้าสภา ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก
ทรัมป์ประกาศกร้าว! สหรัฐฯจะเป็นผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ เรียกเก็บค่าผ่านทาง 20%
ศุภชัย เฉ่ง ทนายอั๋น ไร้ความสามารถยื่นฟ้องตน แต่เจอยกฟ้อง จ่อเอาคืนแถลงข่าวผิด กม.
พายุรุนแรงสุดแห่งปี ไต้ฝุ่นบาหวี่ถล่มจีน ฝนกระหน่ำ น้ำท่วมหลายมณฑล
ยอดสูญเสีย 100 ราย ยธ.ชงเคาะเงินเยียวยาเหยื่อไฟไหม้ลาดพร้าว พรุ่งนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี