วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.jpg)
อมริกาชอบอ้างเรื่องสิทธิและเสรีภาพมาตลอด รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน แล้วชอบเอาเรื่องนี้มากล่าวหาชาติอื่นอยู่เสมอ จนชาวโลกเอือมระอา เพราะใครๆ ก็รู้ว่า ลุงแซมนี่แหละที่ชอบชี้นิ้วใส่หน้าคนนั้นคนนี้แล้วป่าวประกาศว่า “พวกแกช่างไร้มนุษยธรรมเสียจริง”
เทพีเสรีภาพเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าหลายคนเคยเห็น และบางคนเคยไปเยือน แต่น้อยคนที่จะเคยอ่านตรงฐานอนุสาวรีย์ที่ว่านี้
ฐานอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในนิวยอร์ก มีบทกวี 14 บรรทัดที่เรียกว่า “ซอนเนต์” ของเอมม่า ลาซารัส บทกวีนั้นชื่อ The New Colossus มีเนื้อความเชิงกล่าวต้อนรับผู้อพยพทุกคนในโลกนี้มาสู่อเมริกา บทเต็มยาวมาก เลยขอแปลท่อนสุดท้าย มีใจความสำคัญว่า
“ได้โปรดส่งผู้อ่อนล้าและทุกข์เข็ญ
ผองชนที่ใคร่ดอมดมกลิ่นอายแห่งเสรีภาพ
ผู้ถูกหยามว่าเป็นเพียงเดนมนุษย์จากดินแดนของท่าน
หรือภิกขาจารไร้เรือนพักอาศัย
โปรดนำผู้คนเหล่านี้มาสู่อ้อมอกข้าเถิด
ข้าชูคบเพลิงรอรับพวกท่าน ณ เบื้องสุวรรณบาลแห่งนี้”
แหม..ฟังดูดี มีเมตตาและมนุษย์ธรรมล้ำไปสามโลก น่าแปลกที่อเมริกาชอบด่าชาติอื่นว่าไร้มนุษยธรรม กลับไม่เคยส่องกระจกดูตัวเอง ว่ากระทำต่อคนอื่นไร้มนุษยธรรมยิ่งกว่าชาติไหนๆ
ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเลยคือ คนแถบอเมริกากลางมักได้รับข้อมูลอย่างผิดๆ มาตลอดว่า เมื่อมาถึงอเมริกาแล้ว จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และสามารถอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ในฐานะ “ผู้ลี้ภัย” แต่ความจริงคือเมื่อกลุ่มผู้อพยพเดินทางมาถึงพรมแดนเม็กซิโก-อเมริกา จะถูกเจ้าหน้าที่อเมริกาผลักดันให้กลับประเทศ แถมยังมีฝูงไฮยีน่าหรือพวกเครือข่ายค้ามนุษย์หลอกเอาเงินทองหรือข่มขืนอีกด้วย
ยุคทรัมป์ทั้งสองสมัยนั้นกีดกันผู้อพยพจากประเทศโลกที่สามชัดเจน ทรัมป์เคยหลุดปากเรียกผู้อพยพจากประเทศอเมริกากลางและแอฟริกาว่าเป็น “ประเทศรูขี้” หรือประเทศโสโครกมาแล้ว อย่าว่าแต่ทรัมป์เลย จะว่าไปทุกรัฐบาลนั่นแหละที่ปากว่าตาขยิบอยู่ตลอด ปากยิ้มร่าแสดงว่าข้าคือพระเอกอันดับหนึ่งของโลก แต่กลับยกเท้าเขี่ยพวกเม็กซิกันและอเมริกากลางที่ยากจนไปพ้นๆ บ้านตัวเอง
นอกจากในยุคทรัมป์จะสั่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกแล้ว โอบาม่าก็ทำในสิ่งที่ไม่ต่างกันนัก นั่นคือสั่งประจำการกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 1,200 นาย เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนและการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช
ความปากว่าตาหยิบนั้นเห็นได้มาตลอดในประวัติศาสตร์อเมริกา ย้อนหลังไปหลายสิบปี จะเห็นว่าลุงแซมกีดกันผู้อพยพและคนผิวสีในชาติตนเอง ไม่ให้ได้สิทธิเท่าเทียมกับคนผิวขาวอยู่ตลอดเวลา เช่น ค.ศ.1790 มีการออกกฎหมายให้สัญชาติ (Naturaliztion Act) มุ่งกีดกันไม่ให้คนผิวดำได้เป็นพลเมืองอเมริกัน
ก่อนหน้าโดนัลด์ ทรัมป์ เคยมีประธานาธิบดีที่ชูนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” มาแล้ว นั่นคือ วาร์เรนจี. ฮาร์ดิง ประธานาธิบดีคนที่ 29 ( ค.ศ.1921-1923) ออกนโยบายกีดกันต่อต้านผู้อพยพอย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้าที่วาร์เรน จี.ร์ดิงจะขึ้นเป็นประธานาธิบดี ชาวยิวและพวกยุโรปตะวันออกหลั่งไหลมาสู่อเมริกาถึง 22 ล้านคน ชาวยุโรปที่ลงเรือเดินทางมาอเมริกา จะเข้ามาทางนิวยอร์ก สิ่งแรกที่มองเห็นและถือเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกาคือเทพีเสรีภาพ
หลังจากท่านประธานาธิบดีหัวใจวายตายคาตำแหน่ง ก็มีกฎหมาย ค.ศ.1924 สกัดผู้อพยพจากยุโรปใต้และตะวันออก แต่กลายเป็นว่าเพื่อนบ้านติดกันอย่างเม็กซิโกกลับแห่เข้ามาแทน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีขบวนการยับยั้งผู้ลี้ภัย ต่อมา ค.ศ.1965 มีการยกเลิกระบบโควตาพิเศษต้อนรับผู้อพยพจากยุโรปเหนือ
ประธานาธิบดีจอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช พยายามสกัดผู้อพยพจากเอเชียด้วยการใช้ระบบ “กรีน การ์ด ลอตเตอรี่” ในปี ค.ศ. 2006 สมัยของประธานาธิบดีจอร์จ บุช มีการสร้างแนวกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโกอย่างเป็นทางการจากแคลิฟอร์เนียไปถึงเท็กซัสด้วยงบประมาณมหาศาล
ยุคนี้คงไม่ต้องพูดถึง ที่ทรัมป์ให้อำนาจ ICE อย่างล้นเหลือ แม้ฆ่าพลเมืองอเมริกันกลางถนนก็ยังไม่สามารถเอาผิดใดๆ ได้
เท่าที่ยกตัวอย่างมาคร่าวๆ ทำให้เห็นว่า อเมริกากีดกันกลุ่มชนอื่นๆ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดโดยไม่แคร์มนุษยธรรมมานานแล้ว ภายใต้คำขวัญสวยหรู แต่ซ่อนความอัปลักษณ์ด่างดำไว้ใต้กระโปรงเทพีเสรีภาพจนถึงปัจจุบัน

ญี่ปุ่นช็อค!‘แซมบ้า’ยิงทดเจ็บพลิกแซงเข้ารอบ
สุวรรณภูมิแจง ปมแอร์สาวซุกเฮโรอีน ระบบเอ็กซเรย์เน้นเครื่องตรวจระเบิดเป็นหลัก
พระสิริโฉมงดงาม 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ ในพิธีรับเสด็จฯ ณ ฝรั่งเศส
สวยไม่แผ่ว แอน สิเรียม เช็กอินริมสระ อวดความฮอตในชุดว่ายน้ำ
แฟนคลับฮือฮา พี่เสก โลโซ ควง กานต์ เช็กอินบ้านบางบอน ร่วมเฟรม บิ๊กแป๊ะ-เฉลิม-วัน อยู่บำรุง สุดชื่นมื่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี