วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
อาเซียนมีเอกสารสำคัญๆ หลายฉบับ เช่น แถลงการณ์กรุงเทพ (Bangkok decoration) ที่เป็นเรื่องการก่อตั้งสมาคมอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยประเทศผู้ก่อตั้ง ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งได้เปลี่ยนสภาพจากการเป็นสมาคม (Association) มาเป็นประชาคม (Community) ประกอบด้วยสมาชิกผู้ก่อตั้งทั้ง 5 ประเทศดังกล่าว และบรูไน (เข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2527) และสมาชิกใหม่อันได้แก่ พม่า(เมียนมา) กัมพูชา ลาว และเวียดนาม และสมาชิกล่าสุดคือ ติมอร์ตะวันออกในปี พ.ศ. 2568 และสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia – TAC) เมื่อปี พ.ศ. 2519 และบัดนี้สนธิสัญญานี้มีอายุครบ 50 ปีแล้ว
นอกจากประเทศสมาชิกอาเซียน 11 ประเทศดังกล่าวแล้ว สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมืออาเซียน ก็มีสมาชิกจากประเทศนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีก 58 ประเทศ
สาระสำคัญของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสรุปมีดังนี้
1.เคารพในอธิปไตย อำนาจอิสระ ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกลักษณ์ประจำชาติของทุกประเทศ
2. สิทธิของทุกรัฐที่จะดำรงอยู่ได้โดยปราศจากการแทรกแซง การบ่อนทำลาย หรือการบังคับขู่เข็ญจากภายนอก
3. การไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน
4. การแก้ไขความแตกต่างหรือข้อพิพาทโดยสันติวิธี
5. การระงับการคุกคามหรือการใช้กำลัง
6. การร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า แม้ว่าสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือฯ ดังกล่าว จะมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่ออาเซียนและต่อประชาคมโลกโดยทั่วไป เพราะมุ่งส่งเสริมการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ และการร่วมมือพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเจริญก้าวหน้า แต่ทว่าสนธิสัญญาฯ ก็ยังมิได้มีการใช้ประโยชน์ในการเสริมสร้างสันติภาพและการกระชับความร่วมมืออย่างเป็นผลแต่อย่างใด หรือนัยหนึ่งสนธิสัญญาฯ ขาดความคึกคัก และมิได้รับการใช้ประโยชน์หรือได้รับความเอาใจใส่เท่าที่ควร
ในโอกาสที่สนธิสัญญาฯ นี้มีอายุครบ 50 ปีแล้ว ก็น่าจะเป็นวาระที่เหมาะสมที่ประเทศสมาชิก (โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนผู้ก่อตั้งและเป็นแกนนำ) จักได้พึงทบทวนและใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ด้วยมิตรไมตรีและความปรารถนาดีต่อกันและกัน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การขัดแย้งหรือการเป็นคู่อริกันระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น จีนกับสหรัฐอเมริกา การพิพาทว่าด้วยเขตแดนทางทะเลในทะเลจีนใต้ (South China Sea) ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของการเดินเรือและการเดินทางขนส่งทางอากาศ ไปจนถึงโอกาสของการร่วมกันดูแลและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล ไปจนถึงเรื่องการพิพาทว่าด้วยเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นต้น
ในกรณีของการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็มีหลายรูปแบบ เช่น การเจรจาทวิภาคี การเจรจาในกรอบของประชาคมอาเซียน เช่น การที่มาเลเซียในช่วงปี พ.ศ. 2568 ที่มาเลเซียเป็นประธานอาเซียน ได้จัดทำการประชุมเจรจาหารือระหว่างไทย กับกัมพูชาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย อีกทั้ง นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี ก็ยังได้แต่งตั้งให้สมเด็จฮุน เซน และนายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้วย โดยยังมีอีกเวทีหนึ่งที่ประเด็นปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาน่าจะได้รับการพิจารณาด้วยเพื่อหาข้อยุติ นั่นก็คือ กรอบสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งสนธิสัญญาฯ นี้มีองค์กรกลางที่เรียกว่า The High Council (คณะมนตรีสูง)
ในการนี้ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนในช่วงปี พ.ศ. 2569 นี้ ก็อยู่ในวิสัยที่จะริเริ่มจัดการประชุม The High Council ทั้งเพื่อทบทวนสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใฝ่หาและเสริมสร้างความร่วมมือ บรรเทาความตึงเครียด และหาข้อยุติหรือการออมชอมระหว่างประเทศคู่กรณีต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการขัดแย้งและการปะทะด้วยกำลังทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ผู้นำไทยและผู้นำกัมพูชาก็สามารถที่จะนำเอาเรื่องการขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศไปปรึกษาหารือและรับคำแนะนำได้
สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพและความร่วมมือ เป็นเอกสารสำคัญที่บ่งบอกความปรารถนาของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเอาเรื่องสันติภาพและความร่วมมือพัฒนาเป็นตัวตั้ง และประเทศสมาชิกหนึ่งใดต่างก็มีพันธกรณีหรือหน้าที่ที่จะไม่ทำตัวเป็นตัวปัญหา โดยจะมุ่งเป็นประเทศสมาชิกที่มีขันติ อดทน และมีความสร้างสรรค์
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี