วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในปี พ.ศ. 2569 นี้ วันวิสาขบูชาตรงกับวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมชาวพุทธทั่วโลกก็จะมีการทำบุญตักบาตร ฟังพระภิกษุสงฆ์เทศนาสั่งสอน มีการสวดมนต์ และเดินเวียนเทียนร่วมกันหลายคนก็ใช้เวลานี้ไปกับการปลีกวิเวกนั่งสมาธิวิปัสสนาทบทวนตัวเอง ตั้งสติ ตั้งมั่น ขัดเกลาสภาวะจิตใจให้ใสสะอาดอยู่เหนือซึ่งอารมณ์ทั้งหลายทั้งปวง หลายๆ คนก็จะน้อมรำลึกถึงเจ้าชายสิทธัตถะ และความประเสริฐและคุณงามความดีของพระองค์ท่าน เพื่อแสดงความรัก เคารพ เชื่อถือและบูชา ตั้งจิตตั้งใจอธิษฐานที่จะกระทำความดีงามตามคำสั่งสอนส่วนจะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนทั้งหมดนี้ ก็จัดได้ว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันแห่งการทบทวน และเป็นวันแห่งการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่กำกับด้วยหลักธรรม
ที่ชาวพุทธยกย่องให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นมนุษย์ผู้แสนประเสริฐ ก็เพราะมีพระปรีชาสามารถในหลายประการด้วยกัน แต่โดยรวมก็ด้วยการที่พระองค์ท่านได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของชีวิตมนุษย์ที่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และมีความประสงค์ที่จะหาคำตอบโดยการออกผนวชและหาความรู้หาคำตอบ และทดลองปฏิบัติ ซึ่งจัดได้ว่าพระองค์ท่านมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ นั่นคือการตั้งข้อสังเกต ตั้งประเด็นคำถาม และดำเนินการหาคำตอบอย่างเป็นระบบ ซึ่งในที่สุดพระองค์ก็ได้รับคำตอบเป็นอริยสัจ 4ว่าด้วยทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ซึ่งกระบวนการต่างๆ มีความเป็นตรรกะ สามารถให้ผู้อื่นทดลองซ้ำ เพื่อพิสูจน์ได้ ส่งผลให้ศาสนาพุทธมีความเป็นวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง
เจ้าชายสิทธัตถะนั้นมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่มีความเชื่อถือ เคารพบูชาในเรื่องเทพเจ้าทั้งหลาย พิธีกรรมทางศาสนามีมากมาย สังคมมีการแบ่งวรรณะ ชนชั้นหรือประเภทของผู้คน แต่สิ่งที่พระองค์ท่านได้ค้นพบและนำมาเสนอต่อมวลมนุษย์นั้นช่างสวนทางกับความเชื่อถือและประเพณีนิยมของยุคสมัย โดยพระองค์ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธ คัดค้าน หรือมุ่งไปทำลายล้างความเชื่อถือเดิมให้สิ้นซากแต่อย่างใด หากเพียงแต่นำเสนอแนวทางใหม่ ที่จะพาไปสู่การออกจากสภาวะอันจำเจของความทุกข์ ความไม่สมหวังต่างๆ แบบสันติวิธี ด้วยการนี้ จึงจัดได้ว่าพระองค์ท่านเป็นนักปฏิวัติสังคมแบบสันติวิธี
อีกทั้งคำสั่งสอนของพระองค์ท่านเปิดกว้างให้กับผู้คนทั้งหมดไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการหวงห้าม ไม่มีการแบ่งแยก โดยพระองค์ท่านก็มิได้สถาปนาตนเป็นผู้รู้และผู้บงการแต่ผู้เดียว ที่ทุกคนต้องเคารพและเชื่อฟัง จัดได้ว่าพระองค์ท่านนั้นเป็นนักเสรีนิยม และวิธีการสั่งสอน หรือการสื่อสารก็เป็นไปในรูปแบบของการเสวนาถาม-ตอบ ก่อให้เกิดความเป็นเสรีทางความคิดอ่าน
จุดหมายปลายทางของคำสั่งสอนคือการให้ชีวิตหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ให้ชีวิตสามารถอยู่เหนือความยุ่งยากยุ่งเหยิง ความทุกข์ยาก ความไม่สมหวังสมความปรารถนาในชีวิตประจำวันบนโลกนี้ได้ ซึ่งมนุษย์แต่ละคนก็สามารถกระทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาผีสางเทวดาใดๆ มนุษย์มีความสามารถในตัวเองที่สามารถจะพัฒนาให้ตัวเองเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐได้ การหลุดพ้นจากความทุกข์สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตปัจจุบันและบนโลกนี้ ซึ่งหัวใจสำคัญก็คือ การขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาดและสูงส่ง กับความเชื่อและความเคารพในขีดความสามารถของมนุษย์ ก็เลยจัดได้อีกว่า เจ้าชายสิทธัตถะนั้นเป็นนักมนุษยศาสตร์นิยม
ทั้งนี้คณะสงฆ์ก็จัดได้ว่าเป็นองค์กรแรกๆ ของโลกที่มีความเป็นประชาธิปไตย สมาชิกมีความทัดเทียมกัน ไม่มีระบบองค์ประมุข และโครงสร้างบริหารจัดการที่มีระดับสูง-ต่ำและขั้นตอน เป็นแค่เวทีอภิปราย ปรึกษาหารือเพื่อเสริมสร้างความเข้าอกเข้าใจในหลักธรรม
มนุษย์ทุกวันนี้โดยเฉพาะชาวพุทธแสนจะโชคดี ที่เจ้าชายสิทธัตถะผู้มาเป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มาเป็นบรมครูแห่งการดำเนินชีวิต อริยสัจ 4 ก็เป็นเสมือนสมุดคู่มือชีวิตที่พร้อม ที่ชาวโลกโดยเฉพาะชาวพุทธเพียงแต่ศึกษาเล่าเรียนเสริมสร้างความเข้าอกเข้าใจ และเริ่มปฏิบัติและพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ มนุษย์ก็จะสามารถอยู่เหนือซึ่งอารมณ์ และความไม่สมหวังสมปรารถนาทั้งหลายทั้งปวงได้
ในวันวิสาขบูชานี้ ก็อยากขอเชิญชวนพวกเราทุกคนมาร่วมกันทบทวนตัวเอง และตั้งหลักกันใหม่ เมื่อตั้งทิศทาง ตั้งใจได้แล้ว ก็ลงมือเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ย่อท้อ เมื่อนั้น การหลุดพ้นอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี