วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันแรงงาน และวันที่ 13 พฤษภาคม ก็เป็นวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งถือว่าเป็นวันเกษตรกรไทยอีกด้วย โดยประเทศไทยถือว่าวันทั้งสองดังกล่าวต่างมีความสำคัญยิ่งต่อสังคมไทย เพราะแรงงานก็ดี และเกษตรกรก็ดี ต่างเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมของไทย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร ก็ควรจะต้องมีคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าสาขาอาชีพอื่นๆ และได้รับการปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม ยุติธรรม สมน้ำสมเนื้อ ซึ่งในการนี้ สังคมไทยก็มีเครื่องมือกลไกไม่ด้อยไปกว่าอารยประเทศอื่นๆ ในการดูแลและบริการชีวิตและการทำมาหากินของผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาและคุณภาพชีวิต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ไปจนถึงกองทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้ใช้แรงงาน และเกษตรกรต่างก็มีสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวเพื่อปกป้องดูแลผลประโยชน์ รวมทั้งการเจรจาต่อรองกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามสังคมไทยก็มักจะได้ยินเรื่องการประสบความสำเร็จในอาชีพการงานของผู้ใช้แรงงาน และเกษตรกรในประเทศต่างๆ ทั้งในเรื่องรายได้ ปัจจัยในการทำกิจการ และการคุ้มครองในเรื่องสวัสดิการ เช่นที่ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สาธารณรัฐจีนเกาะไต้หวัน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกเหนือจากประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งฝ่ายไทยก็ได้จัดส่งคณะผู้แทนไปศึกษาเรื่องราวอย่างมากมายต่อเนื่อง
ผู้ใช้แรงงานในประเทศต่างๆ เหล่านี้ได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า และในหลายประเทศก็มีผู้แทนนั่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารของบริษัทต่างๆ อีกด้วย อีกทั้งการเจรจาต่อรองแบบสามเส้า (ภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง) ก็เป็นไปด้วยสาระเนื้อหา เอาจริงเอาจัง ส่วนเกษตรกรของเขาเหล่านั้นก็มีการบริหารจัดการการเกษตรเชิงธุรกิจกันได้ และถีบตัวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง อีกทั้งการรวมตัวในรูปของสหกรณ์ก็มีความเข้มแข็ง ตอบสนองการยกระดับและความมั่นคงของชีวิต
ในวันนี้ สังคมไทยเรายังมีเรื่องที่จะต้องถูกแก้ไข และปรับปรุง โดยสำคัญๆ อีกหลายประการ เช่น
1.ค่าแรงขั้นต่ำที่จะอำนวยให้สามารถดำรงชีวิตต่อเดือน ต่อปี ได้อย่างสมศักดิ์ศรี มีความมั่นคง และมีเงินออมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งลองคำนวณคร่าวๆ ในวันนี้ก็ควรจะอยู่ในระดับประมาณ 20,000 บาทต่อหัวต่อเดือน ทั้งนี้ถ้าได้รับเงินเดือนต่ำกว่า 20,000 บาทจากผู้จ้าง ก็เป็นเรื่องที่ภาครัฐจะช่วยเติมให้เต็ม
2.ส่วนทางด้านเกษตรกรนั้น สังคมไทยก็ต้องมุ่งมั่นให้เกษตรกรทุกครัวเรือนจะต้องครอบครองที่ทำกินได้ครอบครัวละ 15-20 ไร่ และจะต้องยกเลิกระบบผู้ถือครองพื้นที่ดินขนาดใหญ่ที่ปล่อยให้เช่า แล้วไม่ทำการเพาะปลูกเอง
3.สังคมไทยจะต้องพึ่งตัวเองให้ได้ในเรื่องปุ๋ย ไม่ใช่พึ่งพาปุ๋ยจากต่างประเทศ ฉะนั้นประเทศไทยก็อยู่ในวิสัยที่จะเพิ่มขยายการใช้ปุ๋ยชีวภาพ และปรับปรุงวิธีการเพาะปลูกให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี
4.ประเทศไทยจะต้องมีเครือข่ายระบบการชลประทานที่ทั่วถึง เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงกับสภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง
ประเทศไทยเป็นประเทศแนวหน้าในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และประเทศไทยไม่ยากจนข้นแค้น แต่ประเด็นปัญหาของความล้าหลังโดยใช่เหตุ ก็เพราะความไม่เอาใจใส่ของฝ่ายการเมือง ความไม่ขะมักเขม้นของระบบราชการ และการมีบุคลากรที่ยังไม่มีความสามารถของบรรดาสหภาพ สมัชชา องค์กรต่างๆ ของทั้งฝ่ายผู้ใช้แรงงานและเกษตรกร
ประเด็นปัญหาโดยรวมคือ อยู่ที่ “คน” และระบบการบริหารจัดการ แต่ถ้าคนญี่ปุ่น คนเกาหลี คนไต้หวัน และคนอื่นๆ เขาทำได้ แล้วไฉนคนไทยเราจะทำไม่ได้เล่า
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ทุนจีนชุบมือเปิบ! CIB บุกแสมดำ ยึดครีมขัดรถปลอมแบรนด์ไทย
คลิปสาวรีวิวตัดผมร้านเสริมสวยยุคคุณแม่ ชาวเน็ตแซวเข้าร้าน 2026 ออกจากร้าน 1970
คลื่นความร้อนถล่มอินเดีย! อุณหภูมิพุ่งเกือบ 50 องศา ยอดใช้ไฟพุ่งทุบสถิติ
คนร้ายลอบยิงโรงพักสายบุรีแห่งใหม่ ตำรวจสาหัส 1 นาย ก่อนเสียชีวิตที่ รพ.
วอลโว่ ร่อนหนังสือชี้แจง XC60 ไฟลุกท่วม ไม่ได้เกิดจากแบตเตอรี่แรงดันสูง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี