วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โดยทั่วไปแต่ละประเทศหรือรัฐชาติ (A country or a nationstate) มักจะมีอุดมการณ์แห่งรัฐ (State ideology) หรือหลักการ (Principles) ว่าด้วยความเป็นตัวตนและทิศทางที่จะมุ่งหน้าไป
ประเทศที่มีอุดมการณ์รัฐก็จะมี เช่น ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยไทยนั้นมีอุดมการณ์แห่งรัฐว่าด้วย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนอินโดนีเซียมีหลักปัญจศีล ได้แก่ ความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว, มนุษยธรรมที่ยุติธรรมและมีมนุษยธรรม, ความเป็นเอกภาพของอินโดนีเซีย, ประชาธิปไตยที่นำโดยความเห็นพ้องของประชาชน, ความยุติธรรมทางสังคมสำหรับพลเมืองทุกคน
ส่วนกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียคือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์ ก็จะมีหลักการว่าด้วย การขับเคลื่อนประเทศภายใต้หลักการแบบนอร์ดิก (Nordic Model) หรือ “ทุนนิยมแบบนอร์ดิก” (Nordic Capitalism/Social Democracy) ได้แก่ รัฐสวัสดิการที่ทั่วถึง (Comprehensive Welfare State), ความไว้วางใจในสังคม (Social Trust), ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Democracy), ความรับผิดชอบและความยั่งยืน (Sustainability), ความยืดหยุ่นในตลาดแรงงาน (Flexicurity)
ส่วนสหรัฐอเมริกา อุดมการณ์และหลักการสำคัญที่ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศของสหรัฐอเมริกามีรากฐานมาจากแนวคิดประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม (Liberal Democracy) และทุนนิยม (Capitalism) โดยมีแกนหลักที่ยึดถือร่วมกันคือ เสรีภาพ (Liberty/Freedom), ความเป็นปัจเจกชน (Individualism), ความเท่าเทียม (Equality), การปกครองตนเอง (Self-government/Democracy), ทุนนิยมและตลาดเสรี (Capitalism and Free Market), สหพันธรัฐ (Federalism)
ส่วนเกาหลีใต้นั้นยึดมั่นในการเป็นสังคมเสรีประชาธิปไตยต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์, การมุ่งรวมประเทศ (เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้) ด้วยวิถีทางทางประชาธิปไตย, ระบบเศรษฐกิจการตลาดเสรีคู่ขนานกับการเป็นรัฐสวัสดิการ
ในการนี้มีข้อสังเกตว่าทั้งไทย และอินโดนีเซียต่างมิได้มีการระบุในเรื่องกรอบการปกครองบ้านเมืองในรูปแบบใด แต่ประเทศต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นมุ่งความเป็นสังคมประชาธิปไตย ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองของไทยเคยมีคำว่ารัฐธรรมนูญต่อจากชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่ก็สูญหายไป ซึ่งคำว่ารัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เป็นเรื่องของการจัดวางโครงสร้างและสาระเนื้อหาของบ้านเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สังคมไทยเราเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญกันจากการปฏิวัติรัฐประหารด้วยฝ่ายกองทัพ และอภัยโทษให้กับตนเองภายหลังการปฏิวัติได้ง่ายมาก แทบจะเรียกว่าเป็นประเพณีปฏิบัติก็ว่าได้
ส่วนของอินโดนีเซียก็เช่นกัน มิได้มีการวางกรอบประเทศให้เป็นสังคมประชาธิปไตยแน่ชัด จนตกอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการทหารถึงกว่า 30 ปี กว่าจะมีการปฏิวัติสังคมและเปลี่ยนประเทศจากเผด็จการทหารให้มาเป็นสังคมประชาธิปไตย โดยสาเหตุหนึ่งชาวอินโดนีเซียรักและหวงแหนความเป็นสังคมประชาธิปไตย อีกทั้งฝ่ายกองทัพถอยหลังกลับเข้าสู่ค่ายที่ตั้ง และฝ่ายหัวรุนแรงทางศาสนาไม่สามารถก่อร่างสร้างตัวได้ เพราะประชาชนพลเมืองไม่เอาด้วย
สำหรับประเทศไทย ความเป็นสังคมประชาธิปไตยมีความกระท่อนกระแท่นมากว่า 90 ปีแล้ว ยังหาความลงตัวมิได้ เพราะประชาชนพลเมืองยังมีความแตกแยกเห็นต่างกัน เกี่ยวกับความเป็นราชอาณาจักร (The kingdom) กับความเป็นสาธารณรัฐ (The republic) และความมากน้อยของการเป็นสังคมประชาธิปไตย การบ้านที่ค้างคาเหล่านี้จะแล้วเสร็จได้ก็ต่อเมื่อประชาชนพลเมืองไทยหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาอย่างจริงใจและอย่างบริสุทธิ์ใจว่า อุดมการณ์แห่งรัฐ และหลักการการขับเคลื่อนประเทศจะมุ่งให้การเปลี่ยนแปลงเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ได้บรรลุเป้าหมายได้แล้วเสียที นั่นคือการเป็นราชอาณาจักรประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ มีความเป็นสากล ไม่ด้อยกว่าใครๆ ทั้งสิ้น
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

‘สเปน’ช็อค!เจาะ‘กาบูเวร์ดี้’ไม่เข้าประเดิมเจ๊าบอลโลก
ประเสริฐ กางพิมพ์เขียว 4 ด้าน เยียวยาครูอัตราจ้าง 202 ราย
ไฟเขียว ยกเลิกพักงาน 'ติณติณ' พ้นข้อหายาเสพติด-พรากผู้เยาว์ รอผล DNA 20 มิ.ย. นี้
ติณติณ คัมแบ็กแล้ว แกรมมี่ โกลด์ ร่อนจดหมายยกเลิกการพักงาน
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี