วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คณะรัฐบาลและพรรคการเมืองโดยทั่วไปมักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเฉพาะหน้ากับเรื่องความอยู่รอด และมักออกนโยบายและมาตรการที่ง่ายต่อการปฏิบัติ ซึ่งเป็นแบบผิวเผิน และใช้งบประมาณแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำในการนี้คณะรัฐบาลและพรรคการเมืองก็มักจะลืมเลือนหรือไม่ตระหนักกับพันธกรณีสำคัญๆ ของประเทศชาติ ที่คณะรัฐบาลและพรรคการเมืองต้องนำไปปฏิบัติ
ในปัจจุบันนี้คณะรัฐบาลและพรรคการเมืองมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ เช่น
1.อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน
1.1 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) คุ้มครองเสรีภาพทางกายภาพของบุคคล และสิทธิในการมีส่วนร่วมในชีวิตทางการเมือง สิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความปลอดภัยของบุคคล เสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสันติ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
1.2 อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ปกป้องบุคคลจาก “การขาดแคลน” และรับประกันเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในการทำงาน ค่าจ้างที่เป็นธรรม และสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน สิทธิในการมีมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม รวมถึงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ สิทธิในการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สิทธิในการศึกษาและการมีส่วนร่วมในชีวิตทางวัฒนธรรม อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR)
2.เป้าหมายว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน 17 ประการ (Sustainable Development Goals-SDGs)
2.1 ขจัดความยากจน
2.2 ขจัดความหิวโหย
2.3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
2.4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
2.5 ความเท่าเทียมทางเพศ
2.6 น้ำสะอาดและสุขาภิบาล
2.7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
2.8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
2.9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
2.10 ลดความเหลื่อมล้ำ
2.11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
2.12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
2.13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2.14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากร
ทางทะเล
2.15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก
2.16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก
2.17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
3.ข้อตกลงกรุงปารีสว่าด้วยเรื่องการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน
3.1 จำกัดอุณหภูมิโลก
3.2 การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด(NDCs)
3.3 ความเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality)
3.4 การสนับสนุนทางการเงิน
4.แผนพัฒนายุทธศาสตร์แห่งชาติระยะเวลา 20 ปี ซึ่งมีประเด็นสำคัญๆ 6 ประการด้วยกัน
4.1 ด้านความมั่นคง
4.2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
4.3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
4.4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
4.5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4.6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
5.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (3 ห่วง2 เงื่อนไข)
5.1 ความพอประมาณ
5.2 ความมีเหตุผล
5.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
เงื่อนไขในการตัดสินใจ
1. เงื่อนไขความรู้
2. เงื่อนไขคุณธรรม
6.และล่าสุดการเตรียมตัวเข้าเป็นสมาชิกองค์การ OECD ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 ปีจึงแล้วเสร็จ
6.1 สถานะปัจจุบันในกระบวนการ
- การแสดงเจตจำนง
- การส่งบันทึกเบื้องต้น
- ระยะเวลาดำเนินการ
6.2 สิ่งที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปและปรับตัว
- การต่อต้านการทุจริต
- ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
- การเปิดเสรีและการแข่งขันทางการค้า
6.3 ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ
- ความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
- การพัฒนาศักยภาพแรงงานและการศึกษา
- การเติบโตที่ยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องที่ประเทศไทยโดยคณะรัฐบาล และพรรคการเมือง จะต้องเร่งดำเนินการมิใช่เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการและการเรียกร้องของประชาคมโลกเท่านั้น หากแต่จะเป็นการนำพาประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปข้างหน้าเพื่อเสริมสร้างความทันสมัยและการบรรลุเป้าหมายของการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบความเป็นประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทย
โดยหน่วยงานที่จะต้องเป็นหัวหาดที่สำคัญก็คือ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์-สศช.)และสำนักงานกฤษฎีกา โดยฝ่ายรัฐสภาจะต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะเมื่อจะต้องการยกเลิก ขจัดความซับซ้อนของกฎหมายต่างๆ และยกร่างกฎหมายใหม่ให้สอดคล้องกับพันธกรณีต่างๆ
ประเด็นปัญหาก็คือ การไม่ตระหนักรู้ของบรรดาเสนาบดีและผู้บริหารพรรคการเมืองต่างๆ เกี่ยวกับพันธกรณีดังกล่าว ซึ่งก็หมายความว่าประเทศไทยก็จะไร้ซึ่งความรับผิดชอบและสร้างความล้าหลังให้กับตนเอง อีกทั้งประชาชนพลเมืองก็จะเป็นผู้รับเคราะห์กรรมเพราะผู้ที่ควรจะรับผิดชอบคือ คณะรัฐบาลและพรรคการเมืองที่อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมืองกลับไม่มีความรู้
และความเข้าใจว่าจะต้องรับใช้บ้านเมืองอย่างไร
แต่ก็ไม่เป็นเรื่องที่สายเกินไป ยังมีเวลาที่จะเปิดหูเปิดตาและเปิดใจ และแสดงความรักชาติบ้านเมืองอย่างจริงจัง รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำพาของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีความภูมิอกภูมิใจที่มีเสนาบดีถึง 4 คน ที่มิใช่นักการเมืองมาก่อน แต่จัดได้ว่าเป็นพวกเทคโนแครต พวกที่ผ่านงานราชการ และงานบริหารภาคเอกชน คือ คุณปกรณ์นิลประพันธ์, คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, คุณสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว, คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นกลุ่มบุคคลที่น่าจะมีความรอบรู้และตระหนักในเรื่องสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ รู้ดีในเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและยุทธศาสตร์แห่งชาติระยะเวลา 20 ปี แต่รูปการณ์มิได้เป็นเช่นนั้น อีกทั้งบรรดาเสนาบดีอื่นๆ ที่มาจากฝ่ายการเมืองก็ยังวนเวียนอยู่ในหลุมแห่งประชานิยม
ก็ต้องขอกล่าวว่า จงตื่นเถิด แล้วทำตัวให้มีความทันสมัย เพื่อประเทศไทยก้าวไปได้ให้ทันโลก
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ศุลกากรภาค 2 สกัดจับลำโพง-ไมค์เถื่อน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
เครื่องสะดุด!‘ช้างศึก’มีแผ่วโดนคูเวตตีเจ๊า2-2
ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่ สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล
ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้รองผู้ว่าฯ ปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย
สว. ลุยสุราษฎร์ฯ ดัน โมเดลพัฒนา ศก.ฐานรากยุคใหม่ ต่อยอด ขมิ้นชัน สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับอุตสาหกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี