วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในการบริหารราชการนั้น ฝ่ายรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ให้ความกระจ่างแน่ชัดเกี่ยวกับทิศทางการนำพาประเทศชาติไปข้างหน้าต่อประชาชน ทั้งด้วยการแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างและการกำหนดนโยบายและมาตรการใหม่ๆ เพื่อให้ทันโลกทันเหตุการณ์
จนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยเรากำลังอยู่ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ระยะเวลา 5 ปี) ฉบับที่ 13 และกำลังมีการเตรียมการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 อยู่
ขณะเดียวกันในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 2560 ก็ยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติระยะเวลา 20 ปี ซึ่งก็ได้มีผลงานออกมาในรูปแบบของข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ครอบคลุมเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการ การปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ เป็นต้น นอกจากนั้นในรัฐธรรมนูญก็มีการกำหนดภาระหน้าที่ของรัฐ หรือนโยบายแห่งรัฐ อีกทั้งก็มีรายงานและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศจากธนาคารโลก สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย เป็นต้น อีกทั้งก็ยังมีหน่วยงานวิจัย หน่วยงานวิเคราะห์จัดลำดับขีดความสามารถของประเทศที่เป็นองค์กรอิสระ หรือองค์กรที่มิใช่รัฐ หรือองค์กรที่มิหากำไร ที่โดยรวมก็ให้คะแนนจากประเทศต่างๆ เชิงเปรียบเทียบหรือจัดลำดับ
ในขณะเดียวกันแต่ละพรรคการเมืองก็มีอุดมการณ์ มีวิสัยทัศน์ และมีนโยบายของตนที่จะเสนอต่อสาธารณชน เพื่อให้ได้มาซึ่งการสนับสนุนและจำนวนที่นั่งในรัฐสภาเป็นเสียงข้างมาก เพื่อฟอร์มตัวกันเป็นคณะรัฐบาลบริหารประเทศ
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จัดได้ว่าทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างมีกรอบและมีแหล่งข้อมูลที่จะทำหน้าที่ของฝ่ายตนเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม
ล่าสุดคณะรัฐบาลไทยภายใต้การนำพาของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล ได้ออกมาแถลงว่าจะเร่งพัฒนาเศรษฐกิจของไทยด้วยภารกิจหลัก 4 ประการคือ
1.ลดภาระค่าครองชีพ
2.การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน/ลดต้นทุนการผลิต
3.กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนผ่านการกู้เงิน และ
4.ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สร้างพันธมิตรการค้า เน้นแก้ปัญหาภาคเกษตรกรรมและ SMEs
นอกจากนั้นรัฐบาลอนุทิน ก็ยังได้ตัดสินใจที่จะกู้เงินประมาณ 400,000 ล้านบาทเพื่อโครงการประชานิยม และเพื่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นอกเหนือจากการเร่งรัดให้มีการใช้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) และการนำเอาโครงการ Land Bridge กลับมาปัดฝุ่นใหม่ ทั้งนี้ก็ยังมีเรื่องค้างคา เช่น เศรษฐกิจ 4.0 เศรษฐกิจ BCG (ชีวภาพ หมุนเวียนและเขียว)
คำถามก็คือ แล้วรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกุล จะจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของเรื่องต่างๆ อย่างไร? มีตารางเวลาการดำเนินการหรือไม่? จะจัดหาบุคลากรจากไหนและอย่างไร? จะเพิ่มการจ้างงานได้มากน้อยแค่ไหน?
ทั้งนี้ยังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย โดยเฉพาะการกระจุกตัวของอำนาจและความมั่งมีศรีสุข และที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล และคณะ มักจะออกมาพูดว่าอยากทำโน่นทำนี่ หรือไม่ก็บอกว่าได้สั่งการแล้ว แต่ไม่เคยบอกว่าทำอย่างไร และสั่งการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างไร
สุดท้าย ฝ่ายรัฐบาลนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องสำรวจและทบทวนตนเองเสียก่อน ลดการพูดจา ลดการเดินทางออกไปดูงาน แต่กลับมาเพิ่มการทำการบ้าน เคลียร์งานคั่งค้างที่โต๊ะทำงานให้เต็มที่เสียก่อน
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ญี่ปุ่นช็อค!‘แซมบ้า’ยิงทดเจ็บพลิกแซงเข้ารอบ
สุวรรณภูมิแจง ปมแอร์สาวซุกเฮโรอีน ระบบเอ็กซเรย์เน้นเครื่องตรวจระเบิดเป็นหลัก
พระสิริโฉมงดงาม 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ ในพิธีรับเสด็จฯ ณ ฝรั่งเศส
สวยไม่แผ่ว แอน สิเรียม เช็กอินริมสระ อวดความฮอตในชุดว่ายน้ำ
แฟนคลับฮือฮา พี่เสก โลโซ ควง กานต์ เช็กอินบ้านบางบอน ร่วมเฟรม บิ๊กแป๊ะ-เฉลิม-วัน อยู่บำรุง สุดชื่นมื่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี