วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงผันผวนในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเรื่องลัทธิการปกป้องและกีดกันทางการค้า และการใช้มาตรการฝ่ายเดียวในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำพาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บวกกับวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร และระบบข้อมูลสนเทศ กลไกมนุษย์ประดิษฐ์ และการพัฒนาการใช้หุ่นยนต์เพื่อเสริมหรือทดแทนการทำงานของมนุษย์ ในการนี้ประเทศต่างๆ ก็ต้องปรับตัว ปรับทิศทาง ในเรื่องเศรษฐกิจการค้าและการดำรงชีวิตให้เหมาะสมเพื่อความอยู่รอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายๆ ประเทศก็มีการตั้งเป้าในการขับเคลื่อนประเทศของตน เช่น
อินเดีย กำลังวางตัวเป็นศูนย์กลางโลกในเรื่องอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing Industry) และการเป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่รวมเครื่องมือ และเฟรมเวิร์กปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ (AI hub) โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยปีละ 7.4%มาเลเซีย มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้าน Semi-Conductor การเป็นศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการพัฒนาให้มาเลเซียเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะให้มาเลเซียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉลี่ยประมาณ 4.0-4.5% ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าอินโดนีเซีย มุ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบปลายน้ำ (Downstream Industrialization)เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเลียม (Oil & Gas)(การกลั่นน้ำมันดิบ การแปรรูปก๊าซธรรมชาติและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล และปิโตรเคมี) ธุรกิจและซัพพลายเชน (กิจกรรมตั้งแต่วางแผนการจัดส่งจนถึงส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า) เทคโนโลยี / IT (ข้อมูลที่ถูกส่ง “ลง” จากเครือข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ไปยังผู้ใช้ (เช่น การดาวน์โหลด)) ชีวเคมี (ขั้นตอนหลังการหมัก (Post-fermentation) เช่น การทำให้บริสุทธิ์เพื่อเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์) การเลี้ยงตัวเองได้ทางด้านอาหาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายการลงทุนโดยภาครัฐ ซึ่งมีเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ย 5.4-6.3% ต่อปีสิงคโปร์ จะวางตัวเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องคุณภาพ การใช้มนุษย์ประดิษฐ์อย่างกว้างขวาง และยึดโยงกัน การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และการเป็นแบบอย่างของการทำกิจการและการดำรงชีวิตแบบยั่งยืน โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตที่ 2.2% ต่อปีเวียดนาม มุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิต (สืบเนื่องมาจากบริษัทต่างชาติย้ายโรงงานออกจากประเทศจีน)และการเสริมสร้างความดึงดูดใจในเรื่องการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตที่ 6.5% ต่อปี (ทั้งนี้เวียดนามมีเป้าหมายที่จะยกเลิกเศรษฐกิจแบบรัฐนำพา ให้เป็นเศรษฐกิจแบบเอกชนนำพาให้ได้ทั้งหมดภายในระยะอีก 20 ปีข้างหน้า)ฟิลิปปินส์ มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เป็นหัวหาดในการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่จะมีการใช้ระบบเทคโนโลยีการสนเทศสมัยใหม่อย่างกว้างขวาง พร้อมกับการมุ่งขยายอุตสาหกรรมการบริการต่างๆ โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตอยู่ที่ 6% ต่อปี
สำหรับประเทศไทยเรานั้นในช่วงแรกๆ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็มีการกล่าวถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับ 4.0 คือการเพิ่มมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์การมีนวัตกรรม และการพัฒนาพลังมนุษย์(Man power) โดยจะมีการมุ่งไปที่การเศรษฐกิจอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน และอุตสาหกรรมสีเขียว (Biotech,Circular and Green Economy - BCG) ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายดังกล่าวกลับดูจืดจางไป
มาบัดนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงเดือนเมษายน 2569 คู่ขนานไปกับช่วงเวลาเดียวกันที่คณะมนตรีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (หรือสภาพัฒน์เก่า) กำลังจะออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ระยะเวลา 5 ปี)ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลชุดใหม่ของไทยเราจะมีการกำหนดเป้าหมาย และทิศทางประเทศให้เหมาะสม โดยไม่น้อยหน้าประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ได้อย่างไร?
แต่จนบัดนี้ เราก็ได้ยินเพียงข่าวที่ว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะแยกกระทรวงท่องเที่ยว และการกีฬาออกจากกัน โดยจะเอาเรื่องท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรมแทน ซึ่งใครยินได้ฟังก็คงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องโปกฮาดี และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สังคมไทยก็ยังอยากจะให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นเรื่องเป็นราวและมีสาระเนื้อหากว่านี้
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

โจ มณฑานี ข้องใจหนัก ทำไมต้องเลือก? แลนด์บริดจ์-รักษ์ทะเล ในเมื่อทำคู่กันได้!
สหรัฐช็อก เกิดเหตุกราดยิงงานปาร์ตี้ริมทะเลอาร์เคเดีย บาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย
พลิกอีกตลบ! เรือเจ๊าส่งปืนจ่อแชมป์
บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่เดนมาร์ก เผยเบื้องหลัง ทัพมะกันส่งซิกคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
หมอตุลย์ บุกทำเนียบฯ 10.30 น.วันนี้ ยื่นหนังสือเบรกพักโทษ ทักษิณ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี