วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงผันผวนในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในเรื่องลัทธิการปกป้องและกีดกันทางการค้า และการใช้มาตรการฝ่ายเดียวในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำพาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บวกกับวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร และระบบข้อมูลสนเทศ กลไกมนุษย์ประดิษฐ์ และการพัฒนาการใช้หุ่นยนต์เพื่อเสริมหรือทดแทนการทำงานของมนุษย์ ในการนี้ประเทศต่างๆ ก็ต้องปรับตัว ปรับทิศทาง ในเรื่องเศรษฐกิจการค้าและการดำรงชีวิตให้เหมาะสมเพื่อความอยู่รอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายๆ ประเทศก็มีการตั้งเป้าในการขับเคลื่อนประเทศของตน เช่น
อินเดีย กำลังวางตัวเป็นศูนย์กลางโลกในเรื่องอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing Industry) และการเป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่รวมเครื่องมือ และเฟรมเวิร์กปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ (AI hub) โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยปีละ 7.4%มาเลเซีย มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้าน Semi-Conductor การเป็นศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการพัฒนาให้มาเลเซียเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะให้มาเลเซียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉลี่ยประมาณ 4.0-4.5% ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าอินโดนีเซีย มุ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบปลายน้ำ (Downstream Industrialization)เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเลียม (Oil & Gas)(การกลั่นน้ำมันดิบ การแปรรูปก๊าซธรรมชาติและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล และปิโตรเคมี) ธุรกิจและซัพพลายเชน (กิจกรรมตั้งแต่วางแผนการจัดส่งจนถึงส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า) เทคโนโลยี / IT (ข้อมูลที่ถูกส่ง “ลง” จากเครือข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ไปยังผู้ใช้ (เช่น การดาวน์โหลด)) ชีวเคมี (ขั้นตอนหลังการหมัก (Post-fermentation) เช่น การทำให้บริสุทธิ์เพื่อเก็บเกี่ยวผลิตภัณฑ์) การเลี้ยงตัวเองได้ทางด้านอาหาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายการลงทุนโดยภาครัฐ ซึ่งมีเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ย 5.4-6.3% ต่อปีสิงคโปร์ จะวางตัวเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องคุณภาพ การใช้มนุษย์ประดิษฐ์อย่างกว้างขวาง และยึดโยงกัน การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน และการเป็นแบบอย่างของการทำกิจการและการดำรงชีวิตแบบยั่งยืน โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตที่ 2.2% ต่อปีเวียดนาม มุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิต (สืบเนื่องมาจากบริษัทต่างชาติย้ายโรงงานออกจากประเทศจีน)และการเสริมสร้างความดึงดูดใจในเรื่องการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตที่ 6.5% ต่อปี (ทั้งนี้เวียดนามมีเป้าหมายที่จะยกเลิกเศรษฐกิจแบบรัฐนำพา ให้เป็นเศรษฐกิจแบบเอกชนนำพาให้ได้ทั้งหมดภายในระยะอีก 20 ปีข้างหน้า)ฟิลิปปินส์ มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน เป็นหัวหาดในการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่จะมีการใช้ระบบเทคโนโลยีการสนเทศสมัยใหม่อย่างกว้างขวาง พร้อมกับการมุ่งขยายอุตสาหกรรมการบริการต่างๆ โดยเฉลี่ยจะให้มีการเติบโตอยู่ที่ 6% ต่อปี
สำหรับประเทศไทยเรานั้นในช่วงแรกๆ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็มีการกล่าวถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับ 4.0 คือการเพิ่มมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์การมีนวัตกรรม และการพัฒนาพลังมนุษย์(Man power) โดยจะมีการมุ่งไปที่การเศรษฐกิจอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน และอุตสาหกรรมสีเขียว (Biotech,Circular and Green Economy - BCG) ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป เป้าหมายดังกล่าวกลับดูจืดจางไป
มาบัดนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงเดือนเมษายน 2569 คู่ขนานไปกับช่วงเวลาเดียวกันที่คณะมนตรีพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (หรือสภาพัฒน์เก่า) กำลังจะออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ระยะเวลา 5 ปี)ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลชุดใหม่ของไทยเราจะมีการกำหนดเป้าหมาย และทิศทางประเทศให้เหมาะสม โดยไม่น้อยหน้าประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ได้อย่างไร?
แต่จนบัดนี้ เราก็ได้ยินเพียงข่าวที่ว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะแยกกระทรวงท่องเที่ยว และการกีฬาออกจากกัน โดยจะเอาเรื่องท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรมแทน ซึ่งใครยินได้ฟังก็คงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องโปกฮาดี และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สังคมไทยก็ยังอยากจะให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นเรื่องเป็นราวและมีสาระเนื้อหากว่านี้
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

แวดวงอสังหาฯ : 21 มีนาคม 2569
เฟซบุ๊กรุกฆาตงัดแผน Fast Track ดึง ครีเอเตอร์ การันตีเงินเดือนสูงสุด 1 แสน
ทบ.โต้ CMAA บิดเบือนข้อมูลระเบิด ยันไทยใช้กำลังตามหลักสากล-จำกัดเป้าหมายทหาร
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 20-26 มี.ค.69
‘อียองแอ’ ย้อนรอยกองถ่ายในวัย 55 ปี สวยอมตะจนแฟนคลับอึ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี