วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.jpg)
หนึ่งในบรรดาบ้านสุดสยองของรัฐโรดไอร์แลนด์คือบ้านตระกูลสแปรค ตั้งอยู่บนถนนดรายเออร์ อเวนิวและถนนแครนสตั้น ในเมืองแครนสตัน โรดไอร์แลนด์ บ้านหลังนี้แม้จะหรูหราแต่ก็อวลไปด้วยโศกนาฎกรรมและกลิ่นของความตายมานานนับศตวรรษ
บ้านหลังนี้สร้างโดยวิลเลี่ยม สแปรค ในปี คศ 1790 ตระกูลที่มั่งคั่งจากการเป็นเจ้าของกิจการโรงงานหลายแห่ง คืนหนึ่งระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็น ก้างปลาติดคอวิลเลี่ยมจนต้องนำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างที่แพทย์กำลังผ่าตัดนำก้างปลาออกมานั้น วิลเลี่ยมก็เสียชีวิตคาห้องผ่าตัดนั่นเอง
ขณะที่วิลเลี่ยมดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ลูกชายของวิลเลี่ยมชื่อ อมาซา เป็นคนดูแลกิจการทั้งหมดแทนพ่อ ยิ่งสร้างความมั่งคั่งให้ตระกูลเป็นทวีคูณ ซึ่งหมายถึงยิ่งรวยก็ยิ่งสร้างศัตรูทางธุรกิจไว้จำนวนไม่น้อย ตระกูลนี้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลอย่างเหลือล้นในโรดไอร์แลนด์ช่วงปี คศ. 1700 ถึง 1800 ธุรกิจโรงงานทอผ้าและผ้าพิมพ์ลายนำความร่ำรวยมหาศาลมาสู่ครอบครัวนี้ แต่ก็นำโศกนาฎกรรมมาสู่ด้วยเช่นกัน
สองพี่น้องตระกูลนี้คือวิลเลี่ยม (ผู้ถูกตั้งชื่อตามพ่อ) และอมาซา ทั้งคู่บริหารบริษัทสแปรคการพิมพ์ ในเมืองแครนสตันช่วงปี คศ. 1860 กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด จู่ๆ ทั้งครอบครัวก็ได้รับข่าวร้ายในวันสิ้นปี ก่อนย่างเข้าสู่ปี คศ.1843 เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะมีคนพบศพของอมาซา
ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ว่าชายหนุ่มตระกูลสแปรคเสียชีวิตอย่างอนาถด้วยสาเหตุใดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คศ. 1843 ผู้ที่ต้องสงสัยมากที่สุดคือ นิโคลัส กอร์ดอน ผู้เป็นเจ้าของผับเล็กๆ ละแวกเดียวกับโรงพิมพ์ อมาซาอยากให้ทางการถอดถอนใบอนุญาตจำหน่ายสุราของนิโคลัส เพื่อป้องกันไม่ให้คนงานของตนมาซื้อสุราดื่มระหว่างการทำงาน
บ้านตระกูลสแปรคเป็นที่ร่ำลือมานานและดึงดูดทีมพิสูจน์วิญญาณทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นให้มาลองของตลอดทั้งปี สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นบ้านผีเฮี้ยนและน่ากลัวที่สุดในรัฐโรดไอร์แลนด์ ปรากฎการณ์ทางวิญญาณเริ่มขึ้นในปี คศ.1925 มีคนรายงานว่าพบวิญญาณบนบันไดบ้านหลังนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีคนพบวิญญาณบนบันไดอีกเป็นจำนวนมาก
ผู้ที่เคยอาศัยและสำรวจบ้านหลังนี้รายงานตรงกันว่า ที่นี่เป็นที่พำนักอันนิรันดร์ของวิญญาณที่ไม่ยอมจากบ้านไปไหน ทุกคนที่เข้าไปสัมผัสจะเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่า มี “อะไร” บางอย่าง บางคนอ้างว่าติดต่อกับวิญญาณที่สิงอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ ผู้ที่เข้าไปสำรวจบ้านนั้นจะรายงานตรงกันทุกรายว่า มีสิ่งลึกลับอยู่ที่นั่นจริงๆ
มักมีการรายงานว่าเห็น “ชายชุดดำ” ยืนอยู่ตรงบันไดเสมอ ในบริเวณนั้นจะเย็นกว่าอุณหภูมิห้อง ที่สำคัญจะรู้สึกหลอนแบบแปลกๆ เมื่อเข้าไปในห้องเก็บตุ๊กตาโบราณ
นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของเคท สแปรค ซึ่งน่าจะเป็นวิญญาณในบ้านนี้เพียงตนเดียวที่เป็นผู้หญิง มีการรายงานและบันทึกว่าเจอวิญญาณของเคทมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1925 เวลานั้นเคทแต่งกายประณีตนำสมัยในสังคม จนสาวๆ ยุคนั้นต้องหันมาแต่งตัวเลียนแบบ ในฐานะภรรยาของท่านผู้ว่าวิลเลียม สแปรค เธอแอบฝันว่าสักวันหนึ่งอาจจะได้เป็นสตรีอันดับหนึ่งของประเทศ เคทรักบ้านหลังนี้มาก จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่วิญญาณของเคทจะกลับมาบ้านหลังนี้ หลายคนรายงานว่าเห็นเคทยืนส่องกระจกอยู่ในห้องโถงของบ้าน
ในปี คศ. 1966 สมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันซื้อบ้านหลังนี้และซ่อมแซมใหม่เพื่อเปิดกว้างต่อสาธารณชน ตั้งแต่เริ่มปรับปรุง มีการรายงานว่ามีผู้พบวิญญาณในบ้านหลังนี้หลายหน ทีมสืบสวนสิ่งลี้ลับและวิญญาณหลายทีมเข้าไปสำรวจบ้านหลังนี้ และแสดงหลักฐานว่ามีวิญญาณสิงสู่ในบ้านจริง เพราะเจอดวงไฟประหลาดล่องลอยอยู่ในบ้าน ตลอดจนได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาทั่วทั้งบ้าน
วิญญาณที่พบบนขั้นบันไดนั้นเชื่อกันว่าคือวิญญาณของอมาซา สแปรค วิญญาณของอมาซาพบเห็นได้เสมอที่ขั้นบันไดและในห้องใต้ถุนเก็บไวน์ มักมาปรากฎพร้อมกระแสเย็นยะเยือกทั้งๆที่ไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิด
เอ็ดเทล ดักเวิร์ด ภรรยาของผู้จัดการโรงพิมพ์แครนสตันเล่าว่า ตอนที่เธอลงไปยังห้องเก็บไวน์ที่ชั้นใต้ดิน รู้สึกเหมือนว่า “อะไรบางอย่าง” หรือ “ใครบางคน” กำลังเดินเฉียดตัวเธอไป
เดือนตุลาคม คศ. 2008 ประธานสมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเธอเองอย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ภายในบ้านเลย ในเดือนมิถุนายน คศ. 2009 รองประธานสมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันเดินไปที่ตู้รับจดหมายหน้าบ้าน เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านซึ่งเป็นที่ทำการของสมาคมด้วย ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดไป ทั้งๆที่ในบ้านไม่มีใคร
ผู้ที่อาศัยหรือเข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้ทุกรายเล่าว่า ถูกสัมผัสจับต้องโดยมือที่มองไม่เห็น ส่วนมากบรรยายว่าถูกจับไหล่ ทุกคนได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาในบ้าน บางหนเจอกลุ่มควันแปลกๆ ปรากฎอยู่เพียงชั่วครู่ก็หายวับไปในอากาศ หลายคนรายงานตรงกันว่าในขณะที่นอนหลับอยู่บนเตียง มักมี “อะไร” บางอย่างมาดึงผ้าห่มออกไป และเป็นการกระชากออกจากตัวอย่างรวดเร็วเหมือนแกล้งเล่น
เมื่อมีการเล่นผีถ้วยแก้วในบ้าน กระดานผีถ้วยแก้วมักสะกดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เพียงคำเดียวว่า “บ้าน” และคำว่า “ฉัน”
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ดูเหมือนว่าวิญญาณทุกดวงในบ้านหลังนั้นจะยังดำรงอยู่อย่างภาคภูมิใจในบ้านของตน
หากใครอยากลองของ เข้าไปสำรวจภายในบ้าน อาจเจอการหยอกล้อด้วยการกระชากผ้าห่มกลางดึกหรือลูบหัวเล่นด้วยความเอ็นดู ไม่แน่ว่าหากแขกผู้มาเยือนเป็นที่ต้องใจ “คุณผู้หญิงในบ้าน” เธออาจจะมาปรากฎกายให้เห็นในกระจกห้องบอลรูมเป็นการทักทายก็ได้ ดูเหมือนว่าทุกดวงวิญญาณพร้อมใจกันรับรองแขก ด้วยความภูมิใจใน “บ้าน” อันเป็นสถานที่พำนักนิรันดร์ของตน

ชญาภา ลุยขอคะแนนเสียง ชูนโยบายคนพระโขนงต้องสุขภาพดีและปลอดภัย
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026
ประกาศสำนักพระราชวัง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นาทีแห่งอิสรภาพของ ทนายตั้ม หลังศาลให้ประกันตัว เปิดใจครั้งแรกเดินหน้าสู้คดี
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สิ้นพระชนม์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี