วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
หนึ่งในบรรดาบ้านสุดสยองของรัฐโรดไอร์แลนด์คือบ้านตระกูลสแปรค ตั้งอยู่บนถนนดรายเออร์ อเวนิวและถนนแครนสตั้น ในเมืองแครนสตัน โรดไอร์แลนด์ บ้านหลังนี้แม้จะหรูหราแต่ก็อวลไปด้วยโศกนาฎกรรมและกลิ่นของความตายมานานนับศตวรรษ
บ้านหลังนี้สร้างโดยวิลเลี่ยม สแปรค ในปี คศ 1790 ตระกูลที่มั่งคั่งจากการเป็นเจ้าของกิจการโรงงานหลายแห่ง คืนหนึ่งระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็น ก้างปลาติดคอวิลเลี่ยมจนต้องนำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างที่แพทย์กำลังผ่าตัดนำก้างปลาออกมานั้น วิลเลี่ยมก็เสียชีวิตคาห้องผ่าตัดนั่นเอง
ขณะที่วิลเลี่ยมดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ลูกชายของวิลเลี่ยมชื่อ อมาซา เป็นคนดูแลกิจการทั้งหมดแทนพ่อ ยิ่งสร้างความมั่งคั่งให้ตระกูลเป็นทวีคูณ ซึ่งหมายถึงยิ่งรวยก็ยิ่งสร้างศัตรูทางธุรกิจไว้จำนวนไม่น้อย ตระกูลนี้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลอย่างเหลือล้นในโรดไอร์แลนด์ช่วงปี คศ. 1700 ถึง 1800 ธุรกิจโรงงานทอผ้าและผ้าพิมพ์ลายนำความร่ำรวยมหาศาลมาสู่ครอบครัวนี้ แต่ก็นำโศกนาฎกรรมมาสู่ด้วยเช่นกัน
สองพี่น้องตระกูลนี้คือวิลเลี่ยม (ผู้ถูกตั้งชื่อตามพ่อ) และอมาซา ทั้งคู่บริหารบริษัทสแปรคการพิมพ์ ในเมืองแครนสตันช่วงปี คศ. 1860 กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด จู่ๆ ทั้งครอบครัวก็ได้รับข่าวร้ายในวันสิ้นปี ก่อนย่างเข้าสู่ปี คศ.1843 เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะมีคนพบศพของอมาซา
ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ว่าชายหนุ่มตระกูลสแปรคเสียชีวิตอย่างอนาถด้วยสาเหตุใดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คศ. 1843 ผู้ที่ต้องสงสัยมากที่สุดคือ นิโคลัส กอร์ดอน ผู้เป็นเจ้าของผับเล็กๆ ละแวกเดียวกับโรงพิมพ์ อมาซาอยากให้ทางการถอดถอนใบอนุญาตจำหน่ายสุราของนิโคลัส เพื่อป้องกันไม่ให้คนงานของตนมาซื้อสุราดื่มระหว่างการทำงาน
บ้านตระกูลสแปรคเป็นที่ร่ำลือมานานและดึงดูดทีมพิสูจน์วิญญาณทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นให้มาลองของตลอดทั้งปี สถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นบ้านผีเฮี้ยนและน่ากลัวที่สุดในรัฐโรดไอร์แลนด์ ปรากฎการณ์ทางวิญญาณเริ่มขึ้นในปี คศ.1925 มีคนรายงานว่าพบวิญญาณบนบันไดบ้านหลังนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีคนพบวิญญาณบนบันไดอีกเป็นจำนวนมาก
ผู้ที่เคยอาศัยและสำรวจบ้านหลังนี้รายงานตรงกันว่า ที่นี่เป็นที่พำนักอันนิรันดร์ของวิญญาณที่ไม่ยอมจากบ้านไปไหน ทุกคนที่เข้าไปสัมผัสจะเอ่ยปากเป็นเสียงเดียวกันว่า มี “อะไร” บางอย่าง บางคนอ้างว่าติดต่อกับวิญญาณที่สิงอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ ผู้ที่เข้าไปสำรวจบ้านนั้นจะรายงานตรงกันทุกรายว่า มีสิ่งลึกลับอยู่ที่นั่นจริงๆ
มักมีการรายงานว่าเห็น “ชายชุดดำ” ยืนอยู่ตรงบันไดเสมอ ในบริเวณนั้นจะเย็นกว่าอุณหภูมิห้อง ที่สำคัญจะรู้สึกหลอนแบบแปลกๆ เมื่อเข้าไปในห้องเก็บตุ๊กตาโบราณ
นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของเคท สแปรค ซึ่งน่าจะเป็นวิญญาณในบ้านนี้เพียงตนเดียวที่เป็นผู้หญิง มีการรายงานและบันทึกว่าเจอวิญญาณของเคทมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1925 เวลานั้นเคทแต่งกายประณีตนำสมัยในสังคม จนสาวๆ ยุคนั้นต้องหันมาแต่งตัวเลียนแบบ ในฐานะภรรยาของท่านผู้ว่าวิลเลียม สแปรค เธอแอบฝันว่าสักวันหนึ่งอาจจะได้เป็นสตรีอันดับหนึ่งของประเทศ เคทรักบ้านหลังนี้มาก จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่วิญญาณของเคทจะกลับมาบ้านหลังนี้ หลายคนรายงานว่าเห็นเคทยืนส่องกระจกอยู่ในห้องโถงของบ้าน
ในปี คศ. 1966 สมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันซื้อบ้านหลังนี้และซ่อมแซมใหม่เพื่อเปิดกว้างต่อสาธารณชน ตั้งแต่เริ่มปรับปรุง มีการรายงานว่ามีผู้พบวิญญาณในบ้านหลังนี้หลายหน ทีมสืบสวนสิ่งลี้ลับและวิญญาณหลายทีมเข้าไปสำรวจบ้านหลังนี้ และแสดงหลักฐานว่ามีวิญญาณสิงสู่ในบ้านจริง เพราะเจอดวงไฟประหลาดล่องลอยอยู่ในบ้าน ตลอดจนได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาทั่วทั้งบ้าน
วิญญาณที่พบบนขั้นบันไดนั้นเชื่อกันว่าคือวิญญาณของอมาซา สแปรค วิญญาณของอมาซาพบเห็นได้เสมอที่ขั้นบันไดและในห้องใต้ถุนเก็บไวน์ มักมาปรากฎพร้อมกระแสเย็นยะเยือกทั้งๆที่ไม่มีหน้าต่างบานไหนเปิด
เอ็ดเทล ดักเวิร์ด ภรรยาของผู้จัดการโรงพิมพ์แครนสตันเล่าว่า ตอนที่เธอลงไปยังห้องเก็บไวน์ที่ชั้นใต้ดิน รู้สึกเหมือนว่า “อะไรบางอย่าง” หรือ “ใครบางคน” กำลังเดินเฉียดตัวเธอไป
เดือนตุลาคม คศ. 2008 ประธานสมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเธอเองอย่างชัดเจน ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ภายในบ้านเลย ในเดือนมิถุนายน คศ. 2009 รองประธานสมาคมประวัติศาสตร์และสังคมแห่งเมืองแครนสตันเดินไปที่ตู้รับจดหมายหน้าบ้าน เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านซึ่งเป็นที่ทำการของสมาคมด้วย ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดไป ทั้งๆที่ในบ้านไม่มีใคร
ผู้ที่อาศัยหรือเข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้ทุกรายเล่าว่า ถูกสัมผัสจับต้องโดยมือที่มองไม่เห็น ส่วนมากบรรยายว่าถูกจับไหล่ ทุกคนได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไปมาในบ้าน บางหนเจอกลุ่มควันแปลกๆ ปรากฎอยู่เพียงชั่วครู่ก็หายวับไปในอากาศ หลายคนรายงานตรงกันว่าในขณะที่นอนหลับอยู่บนเตียง มักมี “อะไร” บางอย่างมาดึงผ้าห่มออกไป และเป็นการกระชากออกจากตัวอย่างรวดเร็วเหมือนแกล้งเล่น
เมื่อมีการเล่นผีถ้วยแก้วในบ้าน กระดานผีถ้วยแก้วมักสะกดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เพียงคำเดียวว่า “บ้าน” และคำว่า “ฉัน”
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ดูเหมือนว่าวิญญาณทุกดวงในบ้านหลังนั้นจะยังดำรงอยู่อย่างภาคภูมิใจในบ้านของตน
หากใครอยากลองของ เข้าไปสำรวจภายในบ้าน อาจเจอการหยอกล้อด้วยการกระชากผ้าห่มกลางดึกหรือลูบหัวเล่นด้วยความเอ็นดู ไม่แน่ว่าหากแขกผู้มาเยือนเป็นที่ต้องใจ “คุณผู้หญิงในบ้าน” เธออาจจะมาปรากฎกายให้เห็นในกระจกห้องบอลรูมเป็นการทักทายก็ได้ ดูเหมือนว่าทุกดวงวิญญาณพร้อมใจกันรับรองแขก ด้วยความภูมิใจใน “บ้าน” อันเป็นสถานที่พำนักนิรันดร์ของตน

รถบรรทุกน้ำมันไป สปป.ลาว เสียหลักทางโค้ง พลิกคว่ำใน จ.น่าน น้ำมัน 5 พันลิตรเกลื่อนถนน
จับตา อารักชี พบ ปูติน รัสเซียประกาศหนุนอิหร่านสุดตัว เผยได้รับข้อความจากโมจตาบา
ระยองชุลมุน แรงงานไทย vs จีน กลางไซต์ก่อสร้าง ชมคลิป
พณ.ชี้การไลฟ์ เพิ่มช่องทางถึงผู้บริโภค ส่วนจัดหาสินค้า-ตั้งราคา แล้วแต่แผนโปรโมทของผู้ขาย
อิหร่าน อวดอีกเพียบ เขี้ยวเล็บมรณะในอุโมงค์ยักษ์ใต้ดิน พิสัยยิง 2,000 กิโลเมตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี