วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อคุณปิยบุตรเสนอความคิดเห็นว่าต้องใช้ “ยุทธวิธีประสานหรือเป็นแนวร่วมการต่อสู้กับ่ายตรงข้าม” แบบของ “เหมาเจ๋อตุงกับทร็อตสกี้” เพื่อให้บรรดาลิ่วล้อส้มเห็นดีเห็นงามด้วย ที่จะยอมรับ “ศาตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์” เป็นประธานที่ปรึกษาทีมผู้ว่ากรุงเทพมหานครของพรรคส้ม” อย่างที่เขาเคยเสนอเรื่องอื่นมาหลายครั้ง จนได้รับการยกย่องจากคนกันเองว่า “เป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณ”
แต่ครั้งนี้กลับผิดคาด เขาไม่สามารถชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ได้อย่างทุกครั้งที่ผ่านมา เขาถูก “พวกลิ่วล้อส้ม” รุมถล่มอย่างไม่ไว้หน้า ไม่เพียงพวกลิ่วล้อส้มเท่านั้น แม้แต่ “พวกนักวิชการอิสระที่ถูกจองจำอยู่ในลัทธิมาร์กซ์” ก็ร่วมถล่มด้วย จนคุณปิยบุตรเองก็สติแตก ทั้งชี้แจงและตอบโต้
พรรคส้มเองก็โดนถล่มด้วย แต่หัวหน้าพรรคส้มก็ยืนยันหนักแน่นว่า “มันเป็นแนวทางของพรรค”
แปลว่ามันเป็นยุทธวิธีของพวกโปลิตบูโร ที่สั่งลงมาที่คณะกรรมการบริหารพรรคให้ปฏิบัติ!
แต่ก็มีไม่น้อย ทั้งลิ่วล้อส้มและนักวิชาการอิสระที่ถูกจองจำอยู่ในลัทธิมาร์กซ์เห็นด้วยกับคุณปิยบุตร จนกลายเป็นความแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุดของขบวนการส้ม
ข้อเสนอของคุณปิยบุตรจึงเป็นระเบิดที่มีพลังทำลายล้างฝ่ายเดียวกันอย่างมหาศาล จนทุกคนสติแตกกันถ้วนหน้า!
ทำไมคุณปิยบุตรจึงเสนอความคิดเห็นสนับสนุนคณะโปลิตบูโรส้ม ที่นำเอา ศ.สุรพล นิติไกรพจน์มาร่วมงาน ก็ตอบได้ว่าเพราะประชาชนบางส่วนเริ่ม “ตาสว่างด้วยตนเอง” ไม่ใช่เพราะคนอื่นบอกว่าตนตาสว่างอย่างที่เคยเป็นมา คือ
1.พรรคส้มต้องการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเป้าหมายหลัก 2.ไม่มีความสามารถเป็นฝ่ายค้านได้ เพราะได้เห็นมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี 3.จึงไม่อาจเชื่อได้ว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วจะมีความสามารถพอที่จะบริหารประเทศได้
(เพราะตั้งพรรคมาเพื่อล้มเจ้าและเปลี่ยนระบอบการปกครอง)
พวกปูลิตบูโรนั้นติดตามกระแสของสังคมอยู่ตลอดเวลา จึงรู้ว่าคะแนนนิยมของพรรคส้มกำลังลดลงอย่างน่ากังวล ดังนั้นในภารกิจเฉพาะหน้าเมื่อพวกเขาต้องการชนะเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จึงต้องนำเอาบุคคลที่มีศักยภาพระดับแถวหน้าของประเทศมาเป็นกำลังสำคัญและเป็นภาพลักษณ์สำหรับพรรคตน
เพราะในพรรคส้มนั้นไม่มีใครที่มีศักยภาพเท่ากับ ศ.สุรพลเลยแม้สักคน แม้ในยุคคสช.เขาจะทำงานด้วยก็ตาม แต่ “ภาพลักษณ์ครั้งสุดท้าย” ก็ดูเป็นคนที่ยึดมั่นต่อความถูกต้อง เพราะได้แสดงความเห็นคัดค้านกรณียุบพรรคก้าวไกล
พวกปูลิตบูโรคิดว่าจะทำให้ประชาชนทั่วไปไว้ใจ ฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายที่ลังเลก็จะเลือกคนของพรรคประชาชนบ้าง (ส่วนพวกลิ่วล้อกองเชียร์ส้มแบบถาวรนั้นพร้อมจะเลือกอยู่แล้ว)
ถ้าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครได้ผล พวกโปลิตบูโรก็จะยุทธวิธีนี้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงเกินครึ่งในสภาหรือมากกว่านั้น กระทั่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้
หรืออย่างน้อยพรรคก็จะไม่ตกต่ำลงกว่าในปัจจุบันอีก ถ้ายังเอาหัวชนกำแพงด้วยอุดมการณ์ล้มเจ้า โดยไม่สนความรู้สึกนึกคิดของคนร่วมสังคมที่มีหลากหลาย
เป็นการป้องกันพรรคส้มที่จะลดเป็นพรรคเล็กหรืออาจสูญพันธุ์ในอนาคต เพราะไม่ว่าอะไรที่ก่อเกิดด้วยกระแสแต่ข้างในกลวง มันจะไม่สามารถรักษาตนไว้ได้ยืนนาน
พรรคส้มนั้นเป็นไม้ไม่มีแก่น มีแต่เปลือก กิ่ง ก้าน ดอกใบ ที่สวยชวนตื่นตาตื่นใจเมื่อแรกเห็นเท่านั้น แต่เมื่อลมพัดแรงสักวันก็ต้องล้ม
ไม่เพียงเป็นไม้ไม่มีแก่น แต่ยังเป็นพันธุ์ไม้ที่ “นำเข้า” มาฝังปลูกในผืนแผ่นดินไทย มันอาจงอกงามเติบโตได้ระยะหนึ่งแต่ก็จะเหี่ยวเฉาตายไป จากนั้นก็ต้องเพาะเมล็ดของมันปลูกเป็นต้นใหม่แทน วนซ้ำอย่างไม่เห็นอนาคตที่จะมั่นคง
ตอนนี้พวกโปลิตบูโรเปลี่ยนมาเชื่อว่า ต้นไม้ที่เขาปลูกนั้นจะเติบโตแข็งแรงคงทนได้ ต้องใส่ “ปุ๋ยในท้องถิ่น” ช่วยบำรุงไปก่อน เมื่อต้นไม้เติบโตแข็งแรงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยท้องถิ่นต่อไปอีก
แต่การตัดสินใจครั้งนี้ของพวกปูลิตบูโรและปิยบุตรนั้นผิดคาดอย่างหน้ามือพลิกเป็นหลังมือ เพราะนอกจากไม่ได้คะแนนเสียงจากคนทั่วไป กลุ่มและฝ่ายตรงข้ามบางส่วนแล้ว ยังสูญเสียคะแนนเสียงจากฝ่ายเดียวกันด้วย จนพวกโปลิตบูโรก็ยอมรับว่าคนที่เคยเลือกพรรคส้ม ตอนนี้ประกาศจะไม่เลือกอีกแล้ว จึงอ้อนว่าพวกตนเสียใจและจะมุ่งมั่นทำให้ทุกคนกลับมาเลือกพรรคส้มอย่างเดิมให้ได้
ผมไม่เชื่อว่าลัทธิอุมดมการณ์ใดที่เป็นไม้ไร้แก่นและนำเข้าจะเติบโตมั่นคงตลอดไป ไม่นานก็ล้ม จนกว่าคนปลูกจะสำนึกได้ว่าพันธุ์ไม้ที่ต้องปลูกนั้นต้องมีถิ่นกำเนิดบนผืนแผ่นดินไทย ที่เรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม” หรือ “ธัมมิกเศรษฐศาสตร์สังคม”
วิมล ไทรนิ่มนวล

กรมอุตุฯ สภาพอากาศพรุ่งนี้ ทั่วไทยฝนตกหนัก กทม.-ปริมณฑลอ่วม
โลกลุกเป็นไฟ 9 ชาติมหาอำนาจผลาญงบใช้จ่ายด้าน อาวุธนิวเคลียร์ แสนล้านดอลล์
แรงทุกประโยค! เปิดคำพูด 'ก๊อท' ป้องเด็กในสังกัด ฉะเดือดทักก่อน-ขึ้นห้องเอง ใครกันแน่สำส่อน?
เพื่อนไม่ทิ้งกัน! ทนายเดชา มาเรือนจำฯ รอรับ ‘ทนายตั้ม’ หลังได้ประกันตัว
ติณติณ ค้านหัวชนฝา ปัดเสพยา-พรากผู้เยาว์ ฝ่ายหญิงหน้าถอดสี ยอมขอโทษหลังเจอเตือนเสี่ยงคุก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี