ผมเขียนวนเวียนอยู่กับลัทธิสังคมนิยม(ลัทธิคอมมิวนิสต์) ด้วยแง่มุมที่แตกต่างกัน เพราะเห็นว่ามันสำคัญ สำคัญเพราะลัทธินี้จะยังคงอยู่ต่อไปในโลกและในประเทศไทย เพราะตราบใดที่โลกนี้ยังมีคนยากจนด้านวัตถุ ตราบนั้นมันก็จะถูกใช้เป็นอาวุธสำหรับแย่งชิงอำนาจกันของผู้กระสันอำนาจ
ลัทธิสังคมนิยมชี้ว่าความยากจนด้านวัตถุนั้นคือ “ความไม่เป็นธรรม-ความไม่เท่าเทียม-ความไม่ยุติธรรม” และทุกวันนี้คนยากคนจนก็ถูกปลูกฝังให้คิดเช่นนั้นไปแล้ว ทั้งที่ความยากจนนั้น
มีมิติด้านจิตใจหรือ “กรรมและวิบาก” ด้วย
ความยากจนไม่เพียงเป็นเครื่องมือของลัทธิสังคมนิยมเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือของผู้กระหายอำนาจหรือนักการเมืองทั่วไปด้วย “คณะราษฎร” ก็พูดถึงความยากจน ผ่านมากี่ยุคกี่สมัยการเลือกตั้ง นักการเมืองทุกพรรค –ทุกคนก็พูดถึงความยากจน และประกาศว่าแก้ปัญหาความยากจน
(แต่ความยากจนก็ยังคงอยู่ ส่วนนักการเมืองผู้แก้ร่ำรวยขึ้น)
นักวิชาการก็พูดเรื่องความยากจนและเสนอวิธีแก้ปัญหา วันนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อลัทธิสังคมนิยม(ลัทธิคอมมิวนิสต์) ถูก“นำเข้า” มาสู่ประเทศไทยพร้อมด้วย “ทฤษฎี” ว่าด้วยความยากจนและวิธีแก้ปัญหา สังคมไทยก็วนเวียนอยู่กับปัญหา “ความอยากปฏิวัติ”
จึงเพิ่มปัญหาความยากจนขึ้นมาอีกอย่าง คือความยากจนด้านสติปัญญา
ลัทธินี้บอกว่าความยากจนเกิดขึ้นจากการกดขี่ขูดรีดของชนชั้นนายทุน รวมทั้งพวกขุนศึก-ศักดินา
แต่ผมจะบอกว่า “ความยากจนเกิดจากการกดขี่ ขูดรีด เอาเปรียบกันเองของคนทุกคน ตั้งแต่นายทุนลงมาถึงพ่อค้าแม่ขายคนขายแรงงาน ชาวบ้านทั่วไป” (ในภาพรวม)
เพราะระบบทุนนิยม(ตลาดเสรี)มันกระตุ้นให้เราต้องทำอย่างนั้น
เรากดขี่ ขูดรีด เอาเปรียบกันเองตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนถึงการโกง การหลอกลวงการปล้นชิง ฯลฯ เราเห็นข่าวอาชญากรรมอยู่ทุกวัน
คนร่ำรวย-คนมีอำนาจก็กดขี่ ขูดรีดเอาเปรียบอย่างคนร่ำรวย คนมีอำนาจ
คนยากจนก็กดขี่ ขูดรีด เอาเปรียบอย่างคนจน และแทบทั้งหมดก็ทำกับคนจนด้วยกัน
ตามทฤษฎี “ส่วนเกิน” ของลัทธิสังคมนิยม “กำไร” จากการค้าขายตามปกตินั้นก็ถือว่าเป็นส่วนเกินเช่นกัน แม้จะไม่ตรงกับทฤษฎีเสียทีเดียว (ไว้อธิบายต่อไป)
การให้กู้ดอกเบี้ย การให้เช่าอะไรก็ตามนั้นเป็นส่วนเกินตามทฤษฎี
สรุปคร่าวๆ ว่า “การกินแรง” นั้นคือส่วนเกิน
ด้วยเหตุนี้ลัทธิสังคมนิยมจึงต้องการปฏิวัติทำลายระบบทุนนิยมเพื่อกำจัดส่วนเกิน รวมถึงกำไรต่างๆ ทั้งหมด เพื่อสร้างความเท่าเทียม ความเป็นธรรม ความยุติธรรมด้านวัตถุ!
โดยมีรัฐบาลซึ่งเป็นตัวแทนของชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้จัดการ ซึ่งทุกประเทศก็พินาศไปหมดแล้ว เพราะตัวองค์ความรู้-ทฤษฎีนั้นเป็นนวนิยาย “โรแมนติก” ที่ชวนฝัน(แม้จะโอ้อวดว่าเป็นสัจธรรม) แต่พอปฏิบัติจริงกลายเป็นนวนิยาย “สยองขวัญ”!
สรุปว่าลัทธิสังคมนิยมแก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ ทุนนิยมก็แก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ (รัฐสวัสดิการก็แก้ไม่ได้ ได้แต่ลดช่องว่างความจน-ความรวยลงบ้าง)
เพราะเราทุกคนมีสำนึกอย่างนายทุน คือกินแรงกันเอง
แล้วมีวิธีแก้อย่างอื่นอีกไหม?
ผมเห็นว่าปัญหาความยากจนแก้ด้วยกฎหมาย-มาตรการต่างๆ ก็ไม่ได้ แก้ด้วยลัทธิอุดมการณ์สังคมนิยมก็ไม่ได้ แก้ด้วยระบบทุนนิยมก็ไม่ได้ มันพิสูจน์มานานและสูญเสียชีวิตผู้คน ทรัพยากรและโอกาสไปมากแล้ว วิธีที่เหลือและเป็นไปได้ก็คือ “แก้ด้วยวัฒนธรรม” ที่มีหัวใจคือศาสนา-ปรัชญา
เพราะวัฒนธรรม “ระดับพื้นฐานของสังคม” นั้นอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน-อยู่ในสำนึกของเราอยู่แล้ว เช่น “ความมีน้ำใจ” ซึ่งรวมถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปัน การตอบแทนกัน
ความเมตตากรุณา ความกตัญญู เพียงแต่ทุกวันนี้มันถูกทำลายไปจนแทบไม่มีใครคิดถึงแล้ว
ใน “ระดับปรัชญาหรือทฤษฎี” วัฒนธรรมนั้นคือ “ระบบนิเวศปรมัตถ์”
เป็น “องค์ความรู้ของพระพุทธศาสนา” ซึ่งท่านพุทธทาสภิกขุได้สังเคราะห์เป็นปรัชญาที่ท่านเรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม” แปลว่าสังคมนิยมที่ประกอบด้วยธรรมหรือมีธรรม
หัวใจของปรัชญานั้นง่ายและงาม ทว่าลึกซึ้งถึงความเป็นมนุษย์อันประเสริฐ “สัตว์โลกทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ขอจงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้เบียดเบียนกันและกันเลย”
เป็น “ธรรมที่แท้” ตามกฎของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมประเภทที่รัฐบาลกดขี่ขูดรีดให้พลเมืองเท่าเทียมกันอย่างลัทธิสังคมนิยม เพราะนั่นคือธรรมที่คิดนึกเอาเองและสร้างมันด้วยการควบคุมกดขี่บังคับ
วิมล ไทรนิ่มนวล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี