วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ทหารพรานโดนลอบกัดถูกโจรแบ่งแยกดินแดนลอบโจมตีด้วยระเบิดและอาวุธสงคราม ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เด็กบาดเจ็บอีก 1 คน บรรดานักสิทธิมนุษยชนทั้งในสภาและนอกสภาเงียบกริบ เหมือนอมสากกระเบือเพลินอยู่ ส่วนที่ไม่เงียบก็คือนักการเมืองพรรคส้มที่สนับสนุน BRN
ณัฐพงษ์ออกมาประณามความรุนแรง และร้อนตัวจนต้องบอกคุณอนุทินว่าอย่าใช้ความรุนแรง ส่วน รอมฎอน สส.พรรคส้มก็ออกมาขวางการไล่ล่าโจรโดยบอกว่า “หวั่นกระทบความเชื่อมั่นต่อประชาชน” ก่อนหน้านั้นเขาประกาศว่า “ถึงจะเป็น BRN รัฐก็ไม่มีสิทธิ์ฆ่าพวกเขา รัฐไม่มีสิทธิ์ ฆ่าผู้เห็นต่าง”
พอทหารยิงปะทะกับโจร โจรตาย 2 คน พวกนักสิทธิมนุษยชนอย่างอังคณาก็โผล่หัวออกมาเตือนรัฐบาลว่า “ควรปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหลักนิติธรรมและนึกถึงสิทธิมนุษยชน” ยังมีอีกหลายคนที่ออกมาปกป้องโจร แต่ไม่เคยปกป้องทหารพรานที่ตาย 5 นายกับที่บาดเจ็บและมีเด็กอีก 1 คน
แต่ไม่จบเท่านี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ออกมาเตือนอีกว่าอย่าลืมเรื่องผลประโยชน์ในภาคใต้ เรื่องน้ำมันและยาเสพติด และมีเพจชาวมุสลิมนำไปอ้างอิงขยายผล และไม่พูดเรื่องการแบ่งแยกดินแดน
ส่วนคนที่เข้าไปคอมเมนต์ในเพจดังกล่าวก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “เชื่อค่ะ เชื่อครับ” และก่นด่ารัฐบาลตามเคย
ความต้องการแบ่งแยกดินแดนนั้นมีจริง ธนาธรก็พูดที่ภาคใต้ก่อนเลือกตั้งว่า “ความพยายามแบ่งแยกดินแดนและการมีเอกราชของตนเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมสมัยใหม่ แต่กลับเป็นเรื่องแปลกในสังคมไทย”
ส่วน รอมฎอน ที่เป็นลูกพรรคก็แสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือเรื่อยมา
แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คือบทความของนักหนังสือพิมพ์อาวุโส “เกษม อัชฌาศัย” เขาเป็นมุสลิมและได้รับรางวัลนราธิปพงษ์ประพันธ์ เขาเขียนบทความอยู่ 2 ตอนในเฟซบุ๊ก (เข้าไปอ่าน
รายละเอียดได้)
คุณเกษมเสนอวิธีแก้ปัญหาในชายแดนภาคใต้ว่า “ต้องให้คนใต้ปกครองตนเอง”
เขาอธิบายว่า “เขตปกครองตนเอง” หรือ Autonomous region ในความหมายสากลนั้น ไทยเรายังไม่มี แต่มีการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเรียกกันทั่วไปว่า “เขตปกครองพิเศษ” 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเท่านั้น
เขาบอกว่า “เขตปกครองตนเอง” มีอยู่ในหลายประเทศแม้แต่สหรัฐ เช่น “กวม” และ“เปอร์โตริโก” ตัวอย่างชัดๆ ใกล้ตัวก็คือ “ฮ่องกง” ของจีน ที่ตั้งขึ้นเพราะความแตกต่างด้านระบอบเศรษฐกิจ คือจีนเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ แต่ฮ่องกงเป็นทุนนิยม
อีกชาติหนึ่งที่มีปัญหาคล้ายไทยคือเขตปกครองตนเอง “บังซาโมโร” ของฟิลิปปินส์ เพื่อยุติปัญหาความไม่สงบที่ดำเนินมานาน 50 ปี แม้เป็นเขตการปกครองตนเองก็ยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของฟิลิปปินส์อยู่ ไม่ได้แยกเป็นรัฐอิสระ
เขาถามว่าคนไทยพร้อมไหมที่จะให้มีการลง “ประชามติเพื่อตั้งเขตปกครองตนเองปาตานี”
โดยบอกว่า “ให้เขามีอิสรเสรี ปกครองกันเอง หารายได้เอง เสียภาษีกันเอง แต่หากมีปัญหาความมั่นคงภายใน ควบคุมกันชนิดที่เอาไม่อยู่ หรือมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับชาติอื่น ต้องให้รัฐบาลที่กรุงเทพฯ จัดการเท่านั้น ไม่ยอมให้แยกออกไปตั้งเป็นประเทศ”
เขาเห็นว่า “กลุ่มแบ่งแยกดินแดน” ภาคใต้จะไม่เอาแนวความคิดนี้แน่ๆ เพราะต้องการกุมอำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ชาวบ้านใน 3 จังหวัดภาคใต้นั้นเอาด้วยแน่ๆ กับการตั้งเป็นเขตปกครองตนเอง
เพราะต้องการความสงบ มีอิสรเสรีในการนับถือศาสนาและทำมาหากิน ที่สำคัญไม่ต้องการให้ตัวเองและลูกหลานตกอยู่ในอำนาจกลุ่มแยกดินแดน
เขาสรุปว่า “วิธีอย่างนี้ก็คือการแยกปลาออกจากน้ำ ปลาไม่มีทางอยู่ได้อย่างเด็ดขาด” คือแยกโจรแบ่งแยกดินแดนออกจากชาวบ้าน
ฟังดูก็มีเหตุมีผล ถ้าทุกอย่างมันเป็นกลไก กดปุ่มได้
แต่ผมอยากถามว่า ทำไมจึงให้เฉพาะคน3 ในจังหวัดชายแดนใต้เท่านั้นที่ลงประชามติ ทั้งที่ทุกจังหวัดคือประเทศไทยและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย คนไทยทุกคนมีสิทธิ์รับผิดชอบร่วมกัน ถ้าจะมีการลงประชามติเรื่องนี้ก็ต้องให้ทุกคนลงประชามติ ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
ผมรู้ว่าข้ออ้างคือ “มันเป็นปัญหาของชาวใต้ จึงต้องแก้กันเอง คนจังหวัดอื่นไม่เกี่ยว”
ถ้าให้ลงประชามติภายใน 3 จังหวัดนั้นก็ชนะ เพราะชาวมุสลิมมีถึง 2 ล้านคน ส่วนคนไทยพุทธและอื่นๆ มีไม่ถึง 5 แสนคน ถ้าเป็นอย่างนั้นคนไทยพุทธจะอยู่อย่างไร จะมีปัญหากับชนส่วนใหญ่ไหม?
ถ้าให้คนทั้งประเทศลงประชามติ ผลก็คือแพ้ – แยกไปปกครองตนเองไม่ได้ เพราะคนไทยและอื่นๆ มีมากกว่ามหาศาล
ผมก็สงสัยว่าเมื่อคุณเกษมก็บอกเองว่า ปัญหามันเกิดขึ้นจากโจรใต้ ไม่ใช่ชาวบ้าน จนต้องแยกปลาออกจากน้ำ แล้วจะต้องมีการลงประชามติปกครองตนเองทำไม?
ก็จัดการกับโจรใต้ไป!
ชาวบ้านก็ดำเนินชีวิตไป
สมมุติว่าประชามติให้มีการปกครองตนเองเหมือนเป็นรัฐอิสระ เพราะมีอิสรเสรีอย่างที่คุณเกษมว่าคือ ปกครองกันเอง หารายได้เอง เสียภาษีกันเอง แต่คำถามก็คือ ถ้าโจรใต้ยังคุกคามอยู่จะทำอย่างไร หรือโยนมาให้รัฐบาลกลางรับผิดชอบ?
ถ้าอย่างนั้นจะแยกไปปกครองตนเองทำไม?
เพราะปัจจุบันนี้รัฐบาลส่วนกลาง+ก็รับผิดชอบอยู่แล้ว
แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ถ้าชาวมุสลิมส่วนใหญ่ต้องการแบ่งแยกดินแดนตามโจรใต้ ก็ย่อมจะต้องเตรียมการทุกอย่างที่จะเป็นรัฐอิสระต่อไป จะต้องสะสมกำลังคน สะสมกำลังอาวุธ เพื่อเตรียมพร้อมและให้เข้มแข็งที่สุด พร้อมทั้งเป็นพันธมิตรหรือพึ่งพิงประเทศอื่นด้วย เมื่อถึงวันประกาศแยกเป็นรัฐอิสระก็ยากแล้ว ที่รัฐบาลส่วนกลางจะเข้าไปจัดการได้ง่ายๆ ความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่ายจะมากขึ้นอย่างมหาศาล
คุณเกษมเคยบอกในเฟซบุ๊กว่าเขาเลือกพรรคส้ม เพราะต้องการเห็นอนาคตของลูกหลานของเขา ตอนนั้นผมก็สงสัยว่าพรรคส้มจะสร้างอนาคตอะไรให้ใครได้ แค่ความคิดตัวเองก็ยังเลื่อนลอยสับสนจนมั่ว แต่พอเห็นบทความดังกล่าวของคุณเกษมผมก็เข้าใจได้ทันที
ข้อเสนอนี้ “อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” แล้วและผมไม่เห็นด้วย
วิมล ไทรนิ่มนวล

วัชระพล ชง ครม.สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกิน
แพทย์แนะเรื่องต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลิก 'ยานอนหลับ'
เอ็ดดี้ ซัดกลับพวกโลกแคบ หลังคอมเมนต์แรงถึง ฮลุน โซโล่
พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊ก ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ครีเอเตอร์แนะคนไทยโหลดแอปฯ Thai Consular กดปุ๊บ ส่งตรงถึงสถานทูตปั๊บ!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี