วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ถ้าเราเอาแต่ด่านักการเมืองและนักปลุกระดมไปทีละเรื่องทีละวัน ก็ได้แค่ความสะใจ ผมเห็นว่าเราต้องได้มากและมีมากกว่านั้น คือต้องได้ “องค์ความรู้” เพื่อเป็นฐานความคิดและเป็นเป้าหมาย เช่นเดียวกับขบวนการมีลัทธิสังคมนิยมของ คาร์ล มาร์กซ์ เป็นอุดมการณ์และเป้าหมาย
ผมขอกล่าวถึง “ลัทธิสังคมนิยม” ที่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขต่อไป....
ลัทธิหรือระบอบการเมืองที่เรียกว่า “สังคมนิยม” ก็คือ ระบอบที่ว่าด้วยเศรษฐกิจและการเมืองที่มีวัตถุประสงค์ให้สังคมมีกินมีใช้อย่างปกติสุข โดยรัฐเป็นผู้จัดการให้สังคมผลิตและบริโภคอย่างเท่าเทียมกัน
ในทางปฏิบัติ ลัทธิสังคมนิยม(Socialist) นั้นถือหลักการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยการปฏิวัติ เพื่อยึดอำนาจรัฐแล้วจัดรูปแบบของสังคมให้เป็นระบอบสังคมนิยม โดยรัฐเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดและใช้อำนาจสูงสุดเด็ดขาดนั้นวางแผนและควบคุมกิจกรรมทุกอย่างของสังคม เริ่มตั้งแต่การบริหารและการจัดระบบเศรษฐกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ “ทุกคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินและผลประโยชน์ร่วมกัน”
ลัทธิหรือระบอบนี้ก็เหมือนกับระบอบหรือลัทธิอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามผู้มีอำนาจและสภาพของแต่ละสังคม
สังคมนิยมจึงแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก คือ 1.สังคมนิยมอุดมคติ (UtopianSocialism) เป็นลัทธิที่เน้นการสนับสนุนการมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันของชุมชน อย่างสหกรณ์ต่างๆ เป็นต้น รวมถึงสังคมนิยมบรรพกาลด้วย
2.สังคมนิยมมาร์กซิสม์ (MarxismSocialism) เป็นลัทธิที่ประกาศว่าเป็น “วิทยาศาสตร์สังคม” (Scientific Socialism)และประกาศใช้ความรุนแรงหรือการปฏิวัติ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมเก่าให้เป็นสังคมใหม่ (สังคมนิยม)
3.สังคมนิยมประชาธิปไตย (DemocraticSocialism) เป็นลัทธิที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสังคมนิยมอุดมคติกับสังคมนิยมมาร์กซิสม์ คือมีพื้นฐานความคิดแบบสังคมนิยม แต่มีวิธีการต่อสู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิถีทางประชาธิปไตย
สังคมนิยมทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมานี้ท่านพุทธทาสกล่าวว่าเป็น “สัจจาภินิเวส” คือเป็น “ความคิดเห็นที่เป็นความจริงเฉพาะถิ่น เฉพาะกาล เฉพาะปัญหา ไม่ใช่ของธรรมชาติ ไม่อาจใช้ได้ตลอดกาล” และกับทุกสังคม
ท่านกล่าวว่า “เป็นระบบสังคมนิยมที่กำลังเห่อกันอยู่ในโลกทุกวันนี้ เป็นความโง่หลง ไปติด ไปตัน ไปจด อยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งทำให้เกิดปัญหาระส่ำระสายไปทั่วโลก”
เพราะลัทธิหรือระบอบดังกล่าวนั้นคนคิดคำนึงคำนวณเอาเอง ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้สังคมจึงจะสงบสุข เช่นเดียวกับลัทธิหรือระบอบอื่นๆในโลก มันจึงไม่สามารถแก้ปัญหาของมนุษย์ได้จริง มีแต่ยิ่งแก้ยิ่งบานปลาย
มีแต่ “สังคมนิยมที่แท้” เท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาของมนุษย์และสังคมมนุษย์ได้ นั่นคือ “สังคมนิยมที่สร้างขึ้นจากกฎธรรมชาติ เพราะธรรมชาตินั้นเป็นสังคมนิยมอยู่แล้ว”
ท่านพุทธทาสภิกขุย้ำว่า “ธรรมชาติแท้ๆ มีลักษณะสังคมนิยม มีเจตนารมณ์ของสังคมนิยม เพราะมันไม่มีอะไรที่อยู่ได้ตามลำพังคนเดียว ตัวเดียว ส่วนเดียว ธาตุเดียว อณูเดียว มันต้องอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนกันทั้งนั้น”
มันอยู่อย่าง “อิงอาศัยกัน” เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ที่เรียกว่า “อิทัปปัจจยตา”(สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี สิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี)
ท่านยกตัวอย่างนกตัวเล็กๆ ว่า พวกมันกินแมลงวันละเป็นร้อยเป็นพันตัว ถ้าไม่มีพวกมันก็จะมีแมลงมาก และแมลงที่มากนั้นก็จะกินต้นไม้จนต้นไม้ตายไป เมื่อไม่มีต้นไม้ อากาศก็แห้งแล้ง สัตว์อื่นก็อยู่ไม่ได้ คนก็อยู่ไม่ได้ ตายกันหมด
“ธรรมสัจจะแท้จริงของธรรมชาติ ต้องการให้มนุษย์ผูกพันเป็นคนเดียวกัน เป็นมนุษยชาติ เพราะว่ามนุษย์มีปัญหาเหมือนกัน มีการจบลงแห่งปัญหาเหมือนกัน”
ผมเห็นว่ายังไม่มี “ลัทธิเศรษฐกิจการเมือง” ใดในโลกที่เห็นกฎของธรรมชาติได้แจ่มแจ้งลึกซึ้งเท่ากับพระพุทธศาสนาดังนั้น ท่านจึงกล่าวว่า “การแยกธรรมะออกจากการเมืองเป็นเรื่องสกปรก”
เมื่อนำพระพุทธศาสนามาแสดงให้เห็นในด้านที่เป็นเศรษฐกิจการเมือง จึงเป็นสังคมนิยมตามหลักศาสนา คือสังคมนิยมที่ประกอบด้วยธรรม หรือที่ท่านเรียกว่า“ธัมมิกสังคมนิยม”
และ ธัมมิกสังคม นิยมนี่แหละที่จะช่วยให้มนุษย์ “รอด” ไม่ต้องแบ่งฝ่าย – แบ่งชนชั้นเข่นฆ่าทำลายล้างกัน เพื่อสนองความเชื่อต่อ “ลัทธิที่คิดเอาเอง” ของฝ่ายตน
ผมจะนำเสนอ ธัมมิกสังคมนิยม ต่อไปแม้จะมีคนสนใจน้อย เพื่อเป็นแสงแห่งความหวัง ท่ามกลางความบ้าคลั่งของขบวนการส้ม ที่กำลังต่อสู้เพื่อสถาปนาลัทธิสังคมนิยมของ คาร์ล มาร์กซ์ ปกครองประเทศ
วิมล ไทรนิ่มนวล

สดุดีวีรบุรุษ อส.อ. อรุพงษ์ กมล เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่สุไหงปาดี
น้ำใจคนไทยสุดงดงาม! สถานทูตจีนชื่นชม คนไทยช่วย นทท. เก็บเงิน 2 หมื่น
วิวาห์หวานสะใภ้บุรีรัมย์ 'พระพาย' ควง 'หนุน ชนน์ชนก' เข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอลังการ
ยังไร้วี่แวว เร่งค้นหาหนุ่มวัย 27 ปี พลัดหลงป่าแนวชายแดนภูสิงห์ เข้าสู่วันที่ 4
ทภ.2 สยบข่าวลือ! ชี้คลิปทหารเขมรแค่หน้าฐานตัวเอง ปราสาทคนาไทยคุมเบ็ดเสร็จ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี