วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โลกมนุษย์นี้มีลัทธิที่นำมาเป็นระบอบการปกครองอยู่มาก ที่เป็นลัทธิหลักก็คือ 1.ลัทธิกษัตริย์นิยมหรือราชาธิปไตย 2.ลัทธิเผด็จการ 3.ลัทธิประชาธิปไตยหรือทุนนิยม 4.ลัทธิสังคมนิยม ในแต่ละลัทธินี้ก็แยกย่อยออกไปตามวัฒนธรรมของสังคมนั้นๆ และตัณหาในอำนาจของผู้ปกครองเอง
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า “ทั้งพลเมืองและผู้ปกครอง” จะต้องมี “ธรรม” มิเช่นนั้นไม่ว่าลัทธิใดก็จะล้มเหลวและเป็นโทษแก่สังคม เพราะธรรมชาติของคนนั้นเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ อย่างลัทธิประชาธิปไตยที่แทบทุกประเทศใช้ก็มีแต่ปัญหามากท่านกล่าวว่า “ประชาธิปไตยต้องการสัตบุรุษ” ทั้งพลเมืองและผู้ปกครองจึงจะประสบผลสำเร็จ
ลัทธิหลักทั้ง 4 ที่กล่าวข้างต้นนั้นท่านพุทธทาสสรุปว่า “ล้มเหลว” เพราะพลเมืองและผู้ปกครองไม่ประกอบด้วยธรรม
ท่านกล่าวถึง “ลัทธิสังคมนิยม” แบบที่มี“ชั้นชนนายทุนกับชนชั้นกรรมาชีพ” หรือลัทธิมาร์กซ์ว่า “ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่มีธรรม” มีแต่โลภะ โทสะ โมหะ แล้วก็จะแก้กันด้วยการจองเวรอาฆาต ด้วยชนชั้น
สังคมนิยมที่มีธรรมสูงสุดจึงดีที่สุด
ท่านกล่าวถึง “สังคมนิยมระบบของศาสนา” คือเอาหลักของศาสนามาเป็นระบบการเมืองเพื่อสังคมนิยม
สังคมนิยมตามระบบของศาสนานั้นถือว่า “สัตว์โลกทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ถ้าในใจคนมีความรู้สึกอย่างนี้แล้วทุกอย่างจะดีหมด...สมภาพจะมี
ภราดรภาพจะมี สันติภาพจะมี”
ท่านเสนอให้พิจารณา “ราชาธิปไตย” (กษัตริย์นิยม) แบบที่ “พระราชามีทศพิธราชธรรม”ซึ่งพระราชาไม่ได้มีตัวตนเป็นของตน มีพลเมืองเป็นลูก ประพฤติกระทำอะไรลงไปเพื่อคนทั้งประเทศ
ไม่ใช่ราชาธิปไตยที่พวกฝรั่งเขียนตำรับตำราของเขาไว้
ท่านยกตัวอย่างว่า...ราชาธิปไตยอย่างพระเจ้าอโศกนั้นเป็นเผด็จการ ไม่รู้ธรรมะอะไร แต่มีความสุจริต ความซื่อตรง แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นได้รับเอาคำสอนของพระพุทธศาสนามาปฏิบัติก็เป็น “เผด็จการโดยธรรมแท้”
ราชาธิปไตยอีกแบบหนึ่งคือ “ราชาธิปไตยในกลุ่มกษัตริย์ลิจฉวี” ที่การปกครองบ้านเมืองสงวนไว้เฉพาะเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีเท่านั้น มีหลายร้อยคนรวมกันเป็นสภา สมมุติเป็นหัวหน้าหรือประธานสภาคนหนึ่งคราวละ 7 วัน แล้วสภานำเสนอปัญหาต่างๆ รวมกันพิจารณา ทำนองเดียวกับการประชุมสภาในปัจจุบันนี้
ทั้ง 2 ตัวอย่าง 2 วิธีปกครองนั้นล้วนสนองประโยชน์ของสังคมทั้งนั้น เพราะผู้ปกครองมีธรรม
หลักความคิดดังกล่าวนี้ ท่านได้เสนอไว้เป็นปรัชญาหรือทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองที่เรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม” แปลว่า “สังคมนิยมที่ประกอบด้วยธรรม”
สังคมนิยมแปลว่า เอาสังคมหรือส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่หมาย และมันจะประสบผลสำเร็จได้ผู้ปกครองต้องมีธรรม
“ธัมมิกสังคมนิยม” ไม่ใช่สังคมนิยมของคาร์ล มาร์กซ์ หากแต่เป็นสังคมนิยมของพระพุทธศาสนา จึงเข้ากันด้วยดีกับกับสถาบันพระมหากษัตริย์
สังคมไทยในปัจจุบันนี้มี 2 แนวคิดหลักซึ่งก็เป็นอย่างนี้มีตั้งแต่ยุคคณะราษฎรเมื่อปี 2475 แล้ว คือ ลัทธิประชาธิปไตยกับลัทธิสังคมนิยม ประชาธิปไตยนั้นสำแดงให้เห็นแล้วว่า มันไม่สามารถสร้างสรรค์และแก้ปัญหาของสังคมประเทศชาติได้ ซ้ำนับวันจะยิ่งเพิ่มปัญหาที่เกิดจากนักการเมืองและข้าราชการที่ฉ้อฉล รวมทั้งพลเมืองที่ไม่มีสำนึกทางการเมือง เพราะลัทธิประชาธิปไตยนั้นไม่เอาธรรมะหรือสร้างคุณภาพคน มันเอาแต่จำนวนหรือปริมาณคน “คือ 1 คน 1 สิทธิ์ 1 เสียง”
นักการเมืองทั้ง 2 ลัทธินี้จึงต่างก็ต้องการให้พลเมืองโง่และละโมบ จะจูงจมูกและปั่นหัวได้ง่าย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือขึ้นสู่อำนาจของตน
ลัทธิสังคมนิยมยังไม่มีโอกาสได้ปกครองบ้านเมือง แต่ก็เห็นชัดเจนแล้วว่านักการเมืองนั้นโง่ดักดานอยู่กับลัทธิสังคมนิยมแบบดั้งเดิม แต่พฤติกรรมและพฤติการณ์กลับเป็นไปตามกมลสันดานของตน และพยายามปั่นหัวประชาชนให้โง่ ละโมบ และบ้าคลั่งยิ่งกว่านักการเมืองในฝ่ายลัทธิประชาธิปไตย
สังคมไทยจึงไม่สามารถก้าวพ้นจากหลุมดำนี้ได้ ถ้าไม่ใส่ธรรมะเข้าไปในลัทธิ คือประชาธิปไตยก็ต้องแบบมีธรรมะ สังคมนิยมก็ต้องแบบมีธรรมะ
สังคมไทยนั้นมีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตสำนึกพลเมืองส่วนมากอยู่แล้ว และก็มีพระพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตของพลเมืองส่วนมากเช่นกัน
จึงเหมาะควรอย่างยิ่งที่จะสถาปนาลัทธิ“สังคมนิยมที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
วิมล ไทรนิ่มนวล

สถานทูตไทยกรุงโดฮา แจ้งสถานการณ์ กาตาร์ เปราะบาง ขอมีสติหาที่กำบัง อยู่ในที่ปลอดภัย
ราชทัณฑ์ แจง ศุภชัย เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมร่วมมือคณะกรรมการชันสูตรตามขั้นตอน
ไทยเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีหารือ อาเซียนถกเมียนมา หวังคืนสู่เวทีภูมิภาคอาเซียน
กราดยิงกลางเทศกาลซัลซาในโตรอนโต เสียชีวิต 2 ราย มือปืนยังลอยนวล
สาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร แถลงปมครูละเมิดนักเรียน สั่งพักงาน-ห้ามเข้าโรงเรียน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี