วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ลัทธิการเมือง คือชุดความคิด อุดมการณ์ หรือความเชื่อที่เป็นแนวทางในการบริหารประเทศและการจัดระเบียบสังคม ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจ เศรษฐกิจ และสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มอุดมการณ์หลักๆ ดังนี้
ลัทธิประชาธิปไตย (Democracy) ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) ลัทธิสังคมนิยม(Socialism) ลัทธิคอมมิวนิสต์ (Communism)ลัทธิชาตินิยม (Nationalism) ลัทธิเผด็จการ (Authoritarianism / Totalitarianism)
ทั้งหมดนี้กล่าวอย่างวิชาการ แต่ในการปกครองจริง-ชีวิตจริงก็ไม่ได้เป็นตามตำราแต่อย่างใด มันเป็นไปตาม “ตัณหาของผู้มีอำนาจ” มากกว่า เราจึงเห็นได้ว่า “ประชาธิปไตยแต่ละประเทศนั้นมีหลายแบบ สังคมนิยม - คอมมิวนิสต์หรือเผด็จการก็เช่นกัน
ลัทธิพวกนี้แบ่งตามความเห็นของพวกชาติตะวันตก ซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจ มันจึงส่งผลให้คนชาติอื่นๆ เชื่อตาม ทั้งที่ยังมีลัทธิอื่น อีกมากที่พวกชาติตะวันตกไม่รู้จัก
เมื่อเชื่อตามชาติตะวันตก คนในชาติก็ไม่รู้จักลัทธิในประเทศของตนไปด้วย อย่างในอินเดียสมัยพุทธกาลก็มีลัทธิ “สามัคคีธรรม” ในประเทศไทยก็มีลัทธิ “ทศพิธราชธรรม”อันเป็นธรรมของผู้ปกครองทุกระดับตั้งแต่หัวหน้าครอบครัว หัวหน้าหน่วยงานจนถึงพระมหากษัตริย์
ทุกลัทธิที่กล่าวมานั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในประเทศไทยนำลัทธิประชาธิปไตยมาใช้ก็ล้มเหลว – ล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อปี 2475 จนถึงวันนี้ แต่กระนั้นเราก็ยังตะแบงใช้กันต่อไป ทั้งที่มันนำปัญหาสารพันมาให้ชาติบ้านเมือง
ระบอบประชาธิปไตยถูกละเลยองค์ประกอบและมาตรการที่สำคัญอื่นๆ ที่จะทำให้ได้คนดีมีคุณภาพเป็นนักการเมืองจนหมด เหลือเพียง “ระบบเลือกตั้ง” เท่านั้น
ระบบนี้เปิดโอกาสให้คนร้อยพ่อพันแม่ เป็นโจร เป็นอันธพาล เป็นนักค้าของเถื่อน พวกตั้งใจเข้าไปโกง นายบ่อน เป็นพวกกเฬวรากและอีกสารพัด ได้เป็นนักการเมือง
ระบอบประชาธิปไตยนั้นถึงทางตันมาตั้งแต่ยุคคณะราษฎร์แล้ว มันไม่สามารถสร้างพลเมืองให้มี “สำนึกประชาธิปไตย” อย่างอุดมการณ์ของลัทธิได้ ซ้ำกลับทำลายพลเมืองให้เป็นแค่ “ผู้แบมือ” รอนโยบายประชานิยม
พลเมืองได้เศษเนื้อเศษกระดูกจากนักการเมือง แต่นักการเมืองกินเนื้ออย่างตะกรุมตะกรามไม่รู้จักอิ่ม
ล้วนเป็นเงินภาษีและรายได้ของรัฐทั้งนั้น
เมื่อระบอบประชาธิปไตยกำลังทำลายบ้านเมือง ทำลายคุณภาพของมนุษย์ ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและสังคม จึงมีผู้เสนอ “ลัทธิ” ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมไทย ทั้งยังช่วย “ยกระดับความเป็นมนุษย์และสังคม” ด้วย
เพราะ - ในสังคมไทยนั้นเกิดความแตกแยกมานับแต่มีการปล้นชิงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในปี 2475 แล้ว แม้คณะราษฎรจะเรียกระบอบใหม่ที่ตนสถาปนาขึ้นว่า “ระบอบประชาธิปไตย” แต่ไส้ในของระบอบนี้ก็คือ “ลัทธิสังคมนิยม”
ลัทธิสังคมนิยมนี้เป็นคู่ปรปักษ์กับลัทธิหรือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเรื่อยมา แม้กระทั่งถึงวันนี้ ดังเห็นได้จากพรรคส้มประกาศ “สืบทอดเจตนารมณ์ของคณะราษฎร” และมีม็อบในยุคพรรคอนาคตใหม่ที่ชื่อ “คณะราษฎร 2563”
ลัทธิสังคมนิยมตามลัทธิของ คาร์ลมาร์กซ์ นั้น ต้องโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะถือว่าเป็น “เป็นยอดสุดของชนชั้นผู้กดขี่” จึงอยู่ร่วมกันไม่ได้ ผสานกันก็ไม่ได้ พวกนิยมลัทธินี้ก็เชื่อตามกันอย่างหน้ามืดตามัว จนมองไม่เห็นความจริงในแต่ละสังคมว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้”
อย่างลัทธิประชาธิปไตยทั่วโลกนั้นจะมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่ก็ได้ มาเลเซียยิ่งแตกต่าง เพราะมีการปกครองด้วยลัทธิประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่อยู่ในรูปแบบสหพันธรัฐ โดยประมุขแห่งรัฐมาจากการเลือกตั้ง และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดำรงตำแหน่งคราวละ5 ปี จากสุลต่านผู้ปกครอง 9 รัฐ แม้ประเทศที่ใช้ลัทธิเผด็จการก็มีกษัตริย์และไม่มี
แล้วทำไมลัทธิสังคมนิยมจะมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ได้?
เหตุที่มันมีไม่ได้เพราะ 1. เราเชื่อการจัดประเภทลัทธิของพวกชาติตะวันตก 2.พวกมาร์กซิสต์ก็เชื่อมาร์กซ์จนฝังหัวและเกลียดชังกษัตริย์ตามลัทธิ
ทั้งหมดเป็นความมืดบอด จนมองไม่เห็นความเป็นจริงในสังคมไทยและคนไทยว่าเป็นอย่างไร มีจุดอ่อนและจุดแข็งอะไรบ้างที่จะ “จัดการ” ให้เป็น “ปัญญา” สำหรับบริหารบ้านเมือง
ท่านพุทธทาสภิกขุนั้นเห็นมานานแล้ว จึงเสนอลัทธิหรือระบอบเศรษฐกิจการเมืองที่ท่านเรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม”
ครั้งหน้าผมจะเล่าครับว่าเป็นอย่างไร
วิมล ไทรนิ่มนวล

ดั่งฟ้าลิขิต! 19ปีผ่านไป‘เมสซี่-ยามาล’เตรียมดวลกันนัดชิงบอลโลก
อังกฤษฝันสลาย!ฟ้าขาวรัวท้ายเกม2-1เข้าชิงบอลโลก
ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ลพบุรี ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
เตือนภัยเงียบ! แนะวิธีสังเกต 4 ระยะ 'ภาวะสมองเสื่อม' รู้ทันก่อนคนที่รักจะลืมทุกสิ่ง
ออร่าคุณแม่จับ เมย์ พิชญ์นาฏ อุ้มท้องโตเที่ยวทะเล สวยเป๊ะไม่มีเปลี่ยน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี