วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.jpg)
เมื่อเอ่ยถึงลาสเวกัสแล้ว หลายคนคงรู้จักกันดี เพราะขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นเมืองคนบาป แม้ลาสเวกัสตั้งอยู่กลางทะเลทรายร้อนระอุ แต่เต็มไปด้วยสิ่งเย้ายวนใจ ดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาวัดดวง
ลาสเวกัสเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างแท้จริง ระยิบระยับไปด้วยแสงนีออนโดยเฉพาะย่านที่เรียกว่าเดอะสตริป ว่ากันว่าหากมองลงมาจากยานอวกาศยังสามารถเห็นแสงนีออนได้อย่างชัดเจน แสงนีออนแสนอลังการเหล่านี้มาจากกาสิโนที่เรียงรายไปทั้งเมือง
ทุกกาสิโนในลาสเวกัสยังคงควบคุมโดยมาเฟีย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดที่นี่จึงเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มาเฟียที่ครบถ้วนไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจและประวัติมาเฟียในอดีต แต่น่าเสียดายที่น้อยคนจะแวะชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทั้งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลาสเวกัสนั่นเอง
ม็อบ มิวเซียมหรือชื่ออย่างเป็นทางการคือพิพิธภัณฑ์แห่งองค์กรใต้ดินและการใช้กฎหมาย พิพิธภัณฑ์นี้มีพื้นที่ทั้งหมด 41,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ในอาคารที่เคยใช้เป็นศาลพิจารณาคดีเกี่ยวกับมาเฟียของลาสเวกัสบนถนนสจ๊วต อเวนิวในย่านใจกลางเมือง ก่อนจะเข้าชมต้องซื้อตั๋วราคา 20 ดอลลาร์ หรือ 700 บาทต่อคน จากนั้นจะมีลุงหน้าเหี้ยมแนวมาเฟียต้อนให้ขึ้นไปชมชั้นสามก่อนเป็นการเริ่มต้นแล้วค่อยๆ ไต่ลงมาชมชั้นที่สองและชั้นล่างตามลำดับ
พนักงานแต่งตัวเหมือนตำรวจ จับทุกคนมานั่งหน้าสลอนในห้องฉายหนัง แล้วให้ดูภาพยนตร์ปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องมาเฟียโดยที่เรียกห้องนี้ว่าห้องเรียนม็อบ 101 หลังดูจบ ใครที่อยากเป็นอาชญากรก็จะมีการรับถ่ายรูปแบบให้ถือป้ายระบุรายละเอียดตัวเองแบบเวลาจะถูกยัดเข้าคุก เป็นห้องที่บรรยากาศสนุกสนานมาก เพราะคนให้บริการแต่งชุดเหมือนตำรวจเป๊ะ ทำให้บรรยากาศเหมือนว่าเราเป็นอาชญากรจริงๆ
แต่ละห้องในพิพิธภัณฑ์แสดงถึงศึกระหว่างตระกูลมาเฟียสายต่างๆ บอกตรงๆว่าดูบางรูปแล้วถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความสยดสยอง บางภาพแทนคำบรรยายได้เกินพันคำ ทั้งหมดนี้ล้วนแสดงถึงความโหดร้ายในการล้างแค้นและเอาคืนระหว่างก๊กมาเฟีย รวมทั้งการปราบปรามมาเฟียของผู้รักษากฎหมายในสมัยก่อน
นอกจากนี้มีการนำอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่มาเฟียใช้มากกว่า 1,000 ชิ้น มาแสดง ไม่ว่าจะเป็นปืนมาตรฐานมาเฟียอย่างที่เรียกว่า “ทอมมี่กัน” รวมทั้งบันทึก จดหมายเรียกค่าไถ่หรือเรียกค่าคุ้มครองมาแสดงด้วย
บนชั้นสามนี้มีห้องหนึ่งที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการจัดแสดงกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่า ซึ่งดูแล้วไม่แตกต่างไปจากกำแพงอิฐทั่วไป แต่กำแพงอิฐที่นำมาแสดงในห้องนี้แหละคือหลักฐานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “การสังหารหมู่วาเลนไทน์" หรือ St. Valentine’s Day massacre ในชิคาโก
เมื่อมองดูเผินๆ อาจจะคิดว่าคือกำแพงอิฐธรรมดาๆ แต่กำแพงอิฐนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด เพราะเป็นจุดปะทะหักล้างระหว่างแก๊งค์มาเฟียสองแก๊งค์ใหญ่ในชิคาโก นั่นคือ เซ้าธ์ไซด์ของอัล คาโปน และนอร์ธไซค์ของ จอร์จ โมแรน หรือบั๊ค ในปี ค.ศ.1929 หรือพ.ศ.2472
วันนั้นสมาชิกมาเฟียของบั๊คซ่อนตัวอยู่ในโกดังสินค้าแห่งหนึ่งพร้อมหมาอีก 1 ตัว สมาชิกของอัล คาโปนปลอมตัวเป็นตำรวจบุกเข้าไปเพื่อลากตัวบั๊คแต่ไม่เจอ เมื่อไม่เจอเลยต้องหาทางระบายออกด้วยการ กระหน่ำกระสุนแจกสมุนของบั๊กแบบเต็มอัตราศึก โดยลากตัวสมุน 7 คนหันหน้าเข้ากำแพงอิฐแห่งนี้แล้วรัวปืนกลพร้อมกันอย่างเหี้ยมโหด จนเลือดเปรอะเปื้อนย้อมกำแพงอิฐเป็นสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล่าขานกันในหมู่มาเฟียเพราะถือเป็นการตายฟรี ไม่มีการจับกุมผู้ต้องหาแต่อย่างใด ทั้งที่รู้อยุ่ว่าใครเป็นคนลงมือ
ต่อมาในปี ค.ศ.1967 จอร์จ พาเต นักธุรกิจชาวแคนาดาซื้อกำแพงซึ่งพรุนด้วยรอยกระสุนปืนนี้ แล้วส่งไปแคนาดาด้วยการถอดอิฐของกำแพงออกทีละก้อนโดยทำหมายเลขไว้ จากนั้นนำมาประกอบใหม่และแสดงไว้ในภัตตาคารที่ตนเป็นเจ้าของ เมื่อจอร์จเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2547 กำแพงตกเป็นมรดกของน้องสาว ซึ่งไม่อยากได้กำแพงเลือดไว้ในครอบครอง จึงบริจาคให้พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แสดงเรื่องราวการห้ามจำหน่ายเหล้าในอเมริกายุค 1920 ค่อนข้างละเอียด เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของเครือข่ายมาเฟีย ก่อนหน้านี้ แต่ละก๊กมาเฟียต่างหากินอยู่ในเขตแดนของตน ไม่ร่วมมือกัน แต่เมื่อมีกฎหมายห้ามขายเหล้า เหล่ามาเฟียเลยหันหน้ามาร่วมมือกันขนส่งและผลิตเหล้าเถื่อนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน จึงต้องประสานเครือข่ายทั่วประเทศ
ธุรกิจภายใต้เครือข่ายมาเฟียท้าทายผู้พิทักษ์กฎหมายที่สุด ทางการจึงตั้งหน่วยปราบปราบกลุ่มมาเฟียเหล่านี้ขึ้น โดยเรื่องราวการจัดการกับแก๊งค์มาเฟียนำมาแสดงในห้องที่ใช้ชื่อว่า THE FEDS FIGHT BACK ที่ต้องปราบปรามอย่างเข้มงวด เพราะเครือข่ายมาเฟียครอบคลุมไปทั่ว แม้กระทั่งในธุรกิจภาพยนตร์ฮอลลีวูดลงไปถึงยังฮาวานาในคิวบา
สิ่งที่นำมาจัดแสดงในห้อง WE ONLY KILL EACH OTHER เต็มไปด้วยอุปกรณ์และอาวุธนานาชนิดที่บรรดาแก๊งค์มาเฟียใช้ในการไล่ล่ากัน รวมไปถึงภาพสมาชิกแก๊งค์ถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยม แถมมีแผนผังแจงสายตระกูลต่างๆ ทั้งมาเฟียอิตาเลี่ยน มาเฟียไอริช มาเฟียยิว และมาเฟียสัญชาติอื่นในอเมริกาอย่างละเอียด
หากมีโอกาสไปลาสเวกัส อย่าพลาดชมพิพิธภัณฑ์มาเฟีย รับรองเหมือนได้เห็นมาเฟียมายืนเล่าให้ฟังต่อหน้าเลยทีเดียว

ยกระดับจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ความมั่นคงชายแดน
สะเทือนใจคนรักสัตว์ เวียดนามทลายแก๊งขโมยแมวส่งโรงเชือด ช่วยได้กว่า400ตัว
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
ด่วน! ถนนลาดพร้าวทรุดตัวหน้าโลตัสบางกะปิ จราจรติดขัดหนัก แนะเลี่ยงเส้นทาง
น้ำมันลดอีก!!! เบนซิน ลง 75 สตางค์ ดีเซล คงเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี