วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
ในขณะที่ปฏิทินการเมืองกำลังนับถอยหลังสู่การเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ บรรยากาศแห่งความหวังและการเปลี่ยนแปลงอบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้วของสังคมไทยประชาชนที่เพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งมาไม่นาน ต่างคาดหวังที่จะเห็น “ใบหน้าใหม่” และ “วัฒนธรรมการเมืองใหม่” ที่จะก้าวเข้ามาแทนภาพจำการเมืองแบบเดิมๆ
แต่ก่อนที่จะไปถึงการอภิปรายนโยบาย หรือการพิจารณากฎหมายที่ซับซ้อน มี “บททดสอบความจริงใจ” ชิ้นเล็กๆ ที่ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมถึง สว. สามารถร่วมกันทำได้โดยที่ไม่ต้องลุกขึ้นอภิปรายโต้ตอบกันให้เปลืองเวลาของสภาแต่อย่างใด นั่นก็คือ การตัดสินใจร่วมกันยกเลิกงบประมาณการจัดเลี้ยงอาหารฟรี ของ สส. และ สว. ที่ประชาชนเรียกร้องกันมานาน
ตัวเลขงบประมาณค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับการประชุมสภาฯ ที่สูงถึงหลักร้อยล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ย 800-1,250 บาทต่อหัวต่อวัน คือภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับ“งบอาหารกลางวันเด็กนักเรียน” ที่รัฐเจียดให้เพียงมื้อละ 22-36 บาท ท่ามกลางภาวะสงครามในภูมิภาคอื่นที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยให้ตกต่ำ ราคาน้ำมันและค่าครองชีพพุ่งสูงจนประชาชนต้องรัดเข็มขัดกันจนเอวกิ่ว มาตรการประหยัดพลังงานที่รัฐบาลประกาศใช้อย่างเข้มงวดกับหน่วยงานราชการและภาคประชาชน จึงกลายเป็นคำถามตัวโตว่า “แล้วฝ่ายนิติบัญญัติล่ะ พร้อมจะประหยัดไปพร้อมกับเราไหม?”
เราขอเรียกร้องต่อสมาชิกรัฐสภาชุดที่กำลังจะเริ่มทำหน้าที่นี้ว่า “ศรัทธาไม่ได้สร้างได้ด้วยวาทกรรม แต่สร้างได้ด้วยการกระทำที่เป็นแบบอย่าง” สิ่งแรกที่พวกท่านสามารถทำได้ทันทีเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ ต่อประชาชนด้วยการร่วมกันตัดงบดังกล่าวทิ้งไป
การยกเลิกอาหารฟรี ไม่ใช่เพียงการประหยัดงบประมาณแผ่นดินปีละหลายสิบล้านบาท แต่มันคือการประกาศว่า “ผู้แทนราษฎรคือคนธรรมดาที่พร้อมจะใช้ชีวิตและรับรู้ถึงค่าครองชีพเดียวกับราษฎร” หากท่านยังไม่รู้ว่าข้าวแกงหนึ่งจานราคาเท่าไหร่ ท่านจะเข้าใจความทุกข์ยากของคนหาเช้ากินค่ำที่ท่านอาสามาดูแลได้อย่างไร?
งบประมาณที่ประหยัดได้ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ได้ หากนำไปสมทบกองทุนการศึกษา หรือเพิ่มคุณภาพอาหารกลางวันให้เด็กในพื้นที่ห่างไกล นี่คือการ “ส่งต่อความสุข” จากผู้มีอำนาจกลับคืนสู่เจ้าของอำนาจที่แท้จริงอย่างสง่างามที่สุด
การเปิดสภาฯ ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นหน้าที่ตามกฎหมาย แต่คือโอกาสทองที่จะล้างภาพจำ “นักการเมืองกินหรูอยู่สบายบนภาษีราษฎร” หากผู้แทนฯชุดใหม่กล้าที่จะตัดลดสวัสดิการตัวเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวมตั้งแต่วันแรก ท่านจะได้รับ “อาวุธ” ที่ทรงพลังที่สุดในการทำงาน นั่นคือ “ความไว้วางใจจากประชาชน”
อย่าให้คำว่า “รับใช้ประชาชน” เป็นเพียงคำสวยหรูที่พ่นออกมาในวันหาเสียง แต่จงให้มันเริ่มต้นจาก “จานอาหาร” ที่ท่านกินในสภาฯ ว่ามันมาจากหยาดเหงื่อของประชาชนที่ท่านรัก จริงหรือไม่

เขมรยึกยัก! นัดเช้า ส่งตัวบ่าย คนไทยชุดแรก 635 คน ทำงานตึก F ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ
นายกฯ นำแถลงผลงานกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ
บิ๊กโจ๊ก ส่ง ทนาย ร้อง กสม. ปม โฆษก ตร. แถลงข่าวเปิดคลิปเสียง สินบนทองคำ
ปกรณ์วุฒิ บี้เปิดสำนวนคดี 'ศักดิ์สยาม' ขู่บุก ป.ป.ช. ทวงหลักฐานสัปดาห์หน้า
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี