วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564
การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้น จากการที่จำนวนผู้ป่วยใหม่ในแต่ละวันเริ่มลดลงต่ำกว่าระดับ 20,000 ราย ถึงแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจะยังไม่ลดลงมากนัก ทั้งนี้น่าจะเป็นผลจากจำนวนผู้ป่วยหนักซึ่งยังมีสะสมอยู่เกินกว่า 4,000 ราย และผู้ป่วยหนักมากที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งยังมีทั่วประเทศอยู่ มากกว่า 1,000 ราย
การเร่งระดมฉีดวัคซีนของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัยกรุงเทพมหานครหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่างๆ ก็ดี ได้มีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่รัฐสามารถจัดหาวัคซีนเข้ามาได้ทั้งจากการจัดซื้อและจากการบริจาคจากหลายประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนกองทัพหนุน ในยามที่สงครามได้เข้าสู่จุดของความรุนแรงสูงสุด จำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ในขณะนี้มีประมาณ 20 ล้านราย และเข็มที่ 2 ร่วม 6 ล้านรายแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเพราะหากการจัดหาวัคซีนยังทำได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ และการฉีดวัคซีนทำได้วันละมากกว่า 5 แสนราย ย่อมจะส่งผลดีที่จะทำให้เป้าหมายของการที่ประชาชน 50 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มภายในสิ้นปีนี้มีความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเปิดประเทศ และนำมาซึ่งการกลับมาของเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนที่ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งเสถียรภาพของรัฐบาล
วัคซีนบริจาคชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอของไฟเซอร์จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ได้รับมานั้น ได้รับการกระจายเพื่อการฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดรวมทั้งบุคลากรด่านหน้า ทั้งการฉีดเป็นบูสเตอร์โดสและการฉีดเป็นเข็มแรกด้วยจำนวน 700,000 โดสนั้น น่าจะดำเนินการไปใกล้เคียงเป้าหมายแล้ว ส่วนอีกจำนวน 645,000 โดส เพื่อฉีดให้กับผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี และผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัวตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ก็ได้เริ่มดำเนินการไปมากแล้วพอสมควร ส่วนที่เหลือก็คงจะเริ่มทยอยฉีดให้กับชาวต่างชาติ และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศที่ระบุว่าต้องได้รับวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ในเร็วๆ นี้
เมื่อกล่าวถึงวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอไม่ว่าจะเป็นของไฟเซอร์หรือของโมเดอร์นา ในขณะนี้เริ่มมีข่าวที่ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิดในเรื่องผลลัพธ์ของการป้องกันการติดเชื้อ รวมทั้งการช่วยลดอาการและความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลจากหลายประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า แม้จะได้รับวัคซีนดังกล่าวครบ 2 โดสแล้ว แต่หลังจากระยะเวลาผ่านไปประมาณ 5-6 เดือน เริ่มพบมีการระบาดเกิดขึ้นใหม่รวมทั้งผู้ที่ติดเชื้อรายใหม่จากไวรัสสายพันธุ์เดลต้า โดยเฉพาะในผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี จะมีอาการป่วยที่รุนแรง มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องเข้ารับการรักษาใน ICU และเสียชีวิต
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่เคยได้รับคำชมว่าสามารถฉีดวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของไฟเซอร์ให้กับประชากรครบ 2 เข็ม ได้มากเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร โดยเริ่มฉีดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ซึ่งช่วงนั้นมีการระบาดอย่างรุนแรง ภายหลังจากการฉีดวัคซีนพบว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สามารถผ่อนคลายมาตรการของการใส่หน้ากากอนามัยและกิจกรรมสาธารณะอื่นๆ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านมาอีก 5-6 เดือน คือในเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เริ่มพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อใหม่และป่วยเป็นโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งที่ได้วัคซีนมาครบแล้ว
โดยเชื้อที่พบเกือบทั้งหมดเป็นสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งวงการแพทย์เคยเชื่อกันว่าการฉีดวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอจะสร้างภูมิคุ้มกันที่สูงมากเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นในประเทศที่มีประชากรประมาณ 9.3 ล้านคนนี้ เกิดขึ้นวันละมากกว่า 5,000 ราย ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละวันด้วย ผู้ป่วยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และในส่วนนี้เป็นผู้ป่วยหนักที่ต้องเข้า ICU เป็น จำนวนถึง 59 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และยังเชื่อว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว ยังเป็นพาหะในการกระจายเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้รัฐบาลอิสราเอลต้องเริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้กับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุ ซึ่งจากเดิมใช้อายุ 60 ปี เป็นเกณฑ์ลงมาเหลือที่อายุ 50 ปีขึ้นไป
และเริ่มใช้มาตรการชีวิตวิถีใหม่ด้วย
ในส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีข้อมูลที่น่าจะทำให้เชื่อได้ เช่นเดียวกันว่าการฉีดวัคซีนให้กับประชากรซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และได้ฉีดให้กับประชากรครบ 2 โดส ไปแล้วเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์
เริ่มพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมานี้ ผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละวันขึ้นไปถึงระดับ 1.5 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตแต่ละวัน เป็นจำนวนไม่น้อย จากเชื้อสายพันธุ์เดลต้าเช่นกัน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรประมาณ 330 ล้านคน มากกว่าประเทศไทย 5 เท่า
เมื่อคำนวณอัตราเปรียบเทียบ จะพบว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่และเสียชีวิตในประเทศไทยมีจำนวนน้อยกว่ามาก ในบางมลรัฐของอเมริกาที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรจำนวนมากเช่นเท็กซัส ซึ่งมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ต้นมากกว่า 5 หมื่นราย ขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าถึงวันละมากกว่า 1 หมื่นราย และเสียชีวิต มากกว่า 100 รายต่อวัน ซึ่งน่าจะเป็นตัวชี้ว่าการฉีดวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอครบ 2 โดส เมื่อถึงระยะเวลา 5-6 เดือนถัดมาภูมิคุ้มกันซึ่งเคยมีมากในระยะต้นก็ตกลงอย่างมาก ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งที่เคยได้รับวัคซีนแล้วเพิ่มขึ้นและเสียชีวิตลงได้พอสมควร ซึ่งทำให้รัฐบาลของอเมริกาเริ่มระดมฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้กับประชากรอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งรณรงค์ให้ประชากรที่ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน หรือปฏิเสธการฉีดวัคซีน ให้มารับการฉีดวัคซีนมากขึ้น
สำหรับในประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส นั้นยังมีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังห่างจากเป้าหมายอยู่มากพอควร รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งจัดหาวัคซีนเท่าที่จะดำเนินการได้โดยเร็วที่สุด แต่ก็คงไม่ง่ายนักเนื่องจากทุกประเทศทั่วโลกต้องการวัคซีนทั้งนั้น การมีงบประมาณจัดซื้อไม่ได้หมายความว่าเราจะซื้อวัคซีนได้ทันที จะต้องรอประมาณ 3-4 เดือน จึงจะได้รับวัคซีน ยกเว้นจะมีข้อตกลงเป็นกรณีพิเศษจริงๆ วัคซีนที่จัดหาเพิ่มเติมได้เร็วที่สุดคือวัคซีนซิโนแวค ทำให้มีการจัดซื้อเพิ่มเติม 12 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยเข้ามาในเร็ววันนี้ ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาจะจัดส่งให้เดือนละประมาณ 5-6 ล้าน วัคซีนของไฟเซอร์ซึ่งสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 10 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดส จะทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคม เช่นเดียวกับวัคซีนโมเดอร์นาของภาคเอกชน
มีข้อถกเถียงว่า เหตุใดรัฐบาลจึงจะซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติมจำนวนมาก เรื่องนี้เป็นผลมาจากมีข้อพิสูจน์แล้วจากการติดตามผลการฉีดวัคซีนไขว้ชนิดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พบว่าการใช้วัคซีนชนิดนี้เพื่อฉีดเป็นฐานในเข็มที่ 1 แล้วหลังจากนั้น 3 ถึง 4 สัปดาห์ ฉีดเข็มที่ 2 ด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เทียบเท่าการได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 2 เข็ม ซึ่งเพียงพอในการที่จะลดความรุนแรงกรณีที่มีการติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้าได้ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรที่เร็วที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันเบื้องต้นให้กับประชาชน คือภายหลังจากฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 เพียงแค่ระยะ 2 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันจะขึ้นสูงทันที
รวมระยะเวลาตั้งแต่ฉีดเข็มที่ 1 จนมีภูมิคุ้มกันสูงพอนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 5-6 สัปดาห์เท่านั้นซึ่งหากใช้แอสตราเซเนกา 2 เข็ม ต้องรอถึงประมาณ14-16 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงที่รอเวลามีโอกาสที่จะได้รับเชื้อแล้วเกิดเป็นโรคขึ้นได้อย่างมากมาย ก็ต้องยอมรับว่าขณะนี้เชื้อสายพันธุ์เดลต้ากระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะการติดเชื้อในครอบครัวและคลัสเตอร์ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงต้องเร่งระดมฉีดวัคซีน โดยตั้งเป้าเดือนละไม่น้อยกว่า 10 ล้านราย
การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ในเรื่องคุณค่าของวัคซีนที่รัฐจัดหามาให้นั้น จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง
ส่วนเมื่อวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอเข้ามาถึงประเทศไทยในเดือนตุลาคมและเริ่มใช้เป็นวัคซีนหลักอีกตัวหนึ่งของเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเข็มที่ 1 หรือฉีดบูสเตอร์ก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูผลลัพธ์หลังจากการให้วัคซีนแล้วประมาณ 6 เดือนเช่นกัน หากเกิดมีการระบาดอีกระลอกหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ยืนยันว่าวัคซีนเกือบทุกชนิดที่มีอยู่ในขณะนี้นั้น หลังจากฉีดครบโดสแล้วเป็นระยะ 3-6 เดือนขึ้นไป ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในร่างกายจะลดลงเป็นจำนวนมาก จนไม่อาจจะลดความรุนแรงของอาการหากมีการติดเชื้อใหม่ได้ ซึ่งน่าจะทำให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถออกเป็นแนวปฏิบัติว่า ในการป้องกันโรคโควิด-19 นั้น ควรจะฉีดวัคซีนชนิดไหน อย่างไร และมีระยะเวลาบูสเตอร์ในรอบปีนั้นหรือรอบปีต่อๆ ไปอย่างไรกันบ้าง
อย่าได้เชื่อว่าวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้นั้น จะมีวัคซีนตัวใดตัวหนึ่งที่เป็นวัคซีนเทพหรือวัคซีนเทพธิดาก็แล้วแต่ การค้นคว้าพัฒนาวัคซีนที่ดีขึ้นในการต่อสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 ได้ ยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินต่อไป จนกว่าจะถึงวันหนึ่งซึ่งผลการใช้ได้แสดงให้เห็นว่า โรคร้ายนี้สามารถจะถูกควบคุมได้โดยฝีมือของมนุษย์อย่างแน่นอน
เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์
นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

รีบหาซื้อ! ธูป ‘แม่น้ำหนึ่ง’ จุดเอง เน้นๆเลขนี้มาแน่ งวด 1 ตุลาฯ
บุรีรัมย์พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม55ราย เหลือรักษาตัวอยู่ในรพ.778ราย
จยย.ตัดหน้ากระบะกะทันหันก่อนหักหลบชนเสาไฟหวิดพุ่งลงคลอง
'งูเหลือม' หิวโซบุกเขมือบแมวทั้งตัวจนท้องป่องเลื้อยหนีไม่ไหว
‘จิรายุ’บุกเขื่อนเจ้าพระยา จี้รัฐบาลสั่งผู้ว่าฯกทม.ตั้งศูนย์รับมือน้ำท่วม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี