วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
ก่อนอื่นขอบคุณท่านหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนและกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์และประธานกิจการต่างประเทศจีน ถือเป็นบุคคลสำคัญสูงสุดที่มาเยือนประเทศไทยในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล
ถึงแม้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา ประเทศไทย และพม่า ที่นักการทูตระดับสูงสุดมาเยือนอย่างเป็นทางการ ในห้วงเวลาที่โลกอยู่ในภาวะเสี่ยงเศรษฐกิจซบเซาและความมั่นคงอันเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่ประเทศไทยต้องปรับท่าทีว่าจะวางนโยบายต่างประเทศไปทิศทางไหน
พิเคราะห์จากการแถลงโดย นายกัว เจีย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ว่า นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน มีกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชา ไทย และเมียนมา ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน ตามคำเชิญของประเทศดังกล่าว
ตอนหนึ่งของการแถลงข่าวนายกัว เจีย กล่าวว่า “จีนแสวงหาความสัมพันธ์ให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นกับมิตรประเทศของจีน ในห้วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน “จีนวางตัวเป็นทางเลือกที่มั่นคงกว่านโยบายลงโทษภาษีศุลกากรและนโยบายกลับไปกลับมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”
ตีความตามภาษาทางการทูตว่า จีนพยายามบอกสามประเทศในสุวรรณภูมิว่า จีนเป็นทางเลือกที่มั่นคงและดีกว่าสหรัฐอเมริกา ที่กำลังทำให้คนทั้งโลกเสี่ยงต่อภัยจากสงครามกับอิหร่าน ที่นำมาซึ่งความหายนะทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงาน น้ำมันขาดแคลน
เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวโลกกำลังหันหลังให้สหรัฐอเมริกา และหันมาหาจีนมากขึ้น นายกัว เจีย กล่าววันแถลงข่าว (วันที่ 21 เม.ย.) เรื่องนายหวัง อี้ เยือนสามประเทศอาเซียนว่า..“อาทิตย์ก่อนปักกิ่งเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำต่างชาติเยอะมาก รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี เจ้าชายคาเลด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล เนห์ยาน และนายโต เลิม ผู้นำเวียดนาม..”
นั่นคือพิธีการทูตที่มีอารยะและวุฒิภาวะของจีน คือปักกิ่งจะบอกเป็นนัยว่า จุดประสงค์หรือเป้าหมายของการเยือนคืออะไร และโดยมารยาทนักการทูตจีนจะไม่ให้สัมภาษณ์ประเด็นอ่อนไหว หรือเกี่ยวข้องกับประเทศที่สาม แต่จีนเลือกจะแถลงข่าวผ่านกระทรวงการต่างประเทศในกรุงปักกิ่ง
ตัวอย่างเช่น การเยือนกัมพูชาเมื่อวันที่ 23 เมษายน กระทรวงการต่างประเทศจีน ในกรุงปักกิ่งแถลงเมื่อวันที่ 24 เมษายนว่า ระหว่างการพบปะเจรจากับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายหวัง อี้ ขอให้ “ฮุน มาเนตปราบสแกมเมอร์ให้หมดไปอย่างเด็ดขาด (Completed eradicate scamsin Cambodia) นั่นคือหวัง อี้ แสดงบทเข้มกับกัมพูชานอกเหนือจากให้สติว่าปักกิ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าวอชิงตัน
ส่วนที่โซเชียลในประเทศไทยวิเคราะห์ไปต่างๆ นานาว่าหวัง อี้ จะช่วยกัมพูชาไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 44 บ้าง จีนส่งรัฐมนตรีกลาโหมมากัมพูชาเพื่อช่วยเหลือทางทหารบ้าง จากประสบการณ์ติดตามพิธีการทูตจีนมานานมั่นใจว่า ไม่มีประเด็นที่โซเชียลไทยกล่าวถึง
ในสามประเทศสุวรรณภูมิที่ หวัง อี้ เยือนถือว่านักการทูตสูงสุดของจีนให้เกียรติให้ความสำคัญกับประเทศไทยมากที่สุดในการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า และความมั่นคง ในความร่วมมือทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ในขณะที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังผันผวน
การหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย มั่นใจว่า คงได้ข้อสรุปพอเป็นแนวทาง นำไปสู่การพิจารณาว่าประเทศไทยจะไปทิศทางไหน ในสงครามภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนการพบปะกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยนั้น เป็นเพียงการให้เกียรติตามมารยาททางการทูตเท่านั้น เรื่องความสัมพันธ์ทางการทูต และการค้านายสีหศักดิ์ ได้กรุยทางไว้ให้ตั้งแต่ไปเยือนประเทศโอมานและสหภาพเมียนมาแล้ว
ส่วนการเยือนพม่าของนายหวัง อี้ เชื่อว่า จีนไปให้ความมั่นใจแก่อูมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีป้ายแดงว่า กลุ่มประเทศอาเซียนในสุวรรณภูมิ สปป.ลาว กัมพูชา และประเทศไทย
จะรับรองรัฐบาลจากการเลือกตั้งของมิน อ่อง หล่าย ในไม่ช้าถึงแม้อาเซียนส่วนใหญ่ยังละล้าละลังอยู่ก็ตาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยกับสปป.ลาว กำลังเดินหน้าช่วยอำนวยความสะดวก ให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายในพม่าหันหน้าเข้าหากันในการเจรจาสันติภาพที่ครอบคลุมทุกฝ่าย นอกจากนั้นประเทศไทยยังใช้ความพยายามทางการทูตให้พม่ากลับเข้าร่วมกิจกรรมกับอาเซียนอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง หลังพม่ามีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง
พม่าถูกกีดกันไม่ให้ร่วมกิจกรรมใดๆ กับอาเซียนตั้งแต่เดือน พ.ค. 2564 หลังจากพลเอกมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจ และไปลงนามในฉันทามติห้าข้อ ที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
นัดพิเศษในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 หลังจากนั้นรัฐบาลทหารพม่าไม่ได้ร่วมกิจกรรมกับอาเซียนอีกเลย เนื่องจากถูกกล่าวว่า ไม่ปฏิบัติตามฉันทามติห้าข้อของอาเซียน
อาจมีคำถามว่าทำไมนักการทูตสูงสุดของจีน จึงเลือกเยือนสามประเทศในสุวรรณภูมิ ในขณะที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังร้อนแรง คำตอบคือปักกิ่งตระหนักว่าสมาชิกอาเซียนนอกสุวรรณภูมิ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ล้วนถือข้างเอนเอียงไปทางวอชิงตัน
ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เยือนทำเนียบขาวสองครั้งระหว่างสงครามสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน และมีรายงานว่าอินโดนีเซียอนุญาตให้เครื่องบินรบสหรัฐใช้สนามอินโดนีเซียได้
ฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับวอชิงตัน มีฐานทัพสหรัฐในประเทศหลายแห่ง นอกจากนั้นในอดีตฟิลิปปินส์เคยยึดเรืออิหร่าน
ส่วนสิงคโปร์เป็นนอมินีทางการค้า และเป็นพันธมิตรใกล้กับวอชิงตันมาอย่างยาวนาน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ถึงกับประกาศกร้าวว่า “ไม่ก้มหัวให้อิหร่านและไม่จ่ายเงินค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ”
สิงคโปร์จองหองได้เพราะใช้เรือน้ำมันร่วมกับไทย ตัวอย่างเช่นเรือน้ำมันลำแรกที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ เรือน้ำมันลำนั้นแวะถ่ายน้ำมันให้สิงคโปร์ 300,000 บาร์เรล ก่อนมาถึงโรงกลั่นน้ำมันบางจากในประเทศมีน้ำมันเหลือในเรือ 700,000 บาร์เรล
ด้านมาเลเซียตั้งแต่ถูกหวัง อี้ หักหน้าในที่ประชุมเอเปกเกาหลีใต้ ในปี 2025 ในครั้งนั้น นายอันวาร์ อิบราฮิมในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน ที่เคยเชิญประธานาธิบดีทรัมป์ มาเต้นรำตามเสียงปี่เสียงกลองของมาเลเซียได้เมื่อเห็นประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นั่งอยู่ในที่นั่งพนักพิงคนเดียว ก็ปรี่เข้าไปยื่นมือให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงจับมือ
ในวินาทีนั้น หวัง อี้ กับบอดี้การ์ดถลันเข้ามาผลักไสนายอันวาร์ออกไป ตั้งแต่นั้นมานายอันวาร์ไม่เสนอหน้ากับจีนอีกเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้มาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย กำลังพิจารณาถึงความเปราะบางของช่องแคบมะละกาหากเกิดสงครามในภูมิภาคเอเชียซึ่งสร้างความกังวลแก่ปักกิ่ง
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือเหตุผลที่บ่งชี้ว่า ทำไมนายหวัง อี้ ถึงเยือนสามประเทศในสุวรรณภูมิในตอนนี้โดยเฉพาะประเทศไทยจีนอยากได้ความมั่นใจว่า จะเอนเอียงไปทางไหน ส่วนประเทศสุวรรณภูมิด้วยกันไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา สปป.ลาว และ พม่า ปักกิ่งกำหนดได้ ยังเหลือแต่ประเทศไทยที่ต้องพิจารณารอบด้านว่า จะส่งยิ้มสยามให้ปักกิ่งหรือวอชิงตัน
สุทิน วรรณบวร

รวบแล้ว!เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยค้ากามบาห์เรน
เอ็ดดี้ เปิดผลกระทบ 3 ชั้น หากศาลวินิจฉัย 44 สส.ก้าวไกล ผิดจริง
อ.อัจฉราวดี จี้รื้อฟรีวีซ่า หวั่นนอมินีอิสราเอลฮุบที่ดินเกาะพะงัน-ลามถึง 3 จว.ใต้
ยื่นร่างฯ 1 พ.ค.นี้ ไอซ์ เดินสายเปิดแคมเปญรณรงค์ ปฏิรูปประกันสังคม
ฝนตกมาราธอน 10 ชม. นครพนมฟ้าผ่าตูมเดียวระทึก เด็กชายวัย 14 สลบคาครัว-วัวดับ 3 ตัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี