วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาเขย่าตลาดหุ้น การซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าและราคาทองอีกครั้งเมื่อเขาประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน
หลังจากทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐอเมริกา จะลงนามในความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ในกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 19 มิถุนายนนี้
ทันทีที่ทรัมป์ประกาศ การซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า ราคาตลาดโลกลดลง 4.3% อยู่ที่ 83.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส ในตลาดอเมริกา ดิ่งลง 4.9% อยู่ที่ 80.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นการบ่งชี้ว่า ราคาน้ำมันจะลดลงสู่ภาวะปกติอยู่ที่ระดับ 65 ถึง 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากสงครามตะวันออกกลางยุติอย่างถาวรตามที่ทรัมป์ กล่าว
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายคาดการณ์ถึงความไม่แน่นอนในข้อตกลง ที่ทั้งสหรัฐและอิหร่านอ้างชัยชนะจากเงื่อนไขในเอ็มโอยูต่างกันในประเด็นสำคัญ เช่น เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และปล่อยเงินอายัดให้เตหะรานยังมีการให้ข่าวแตกต่างกัน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศตามสไตล์ว่า “ข้อตกลงอันยิ่งใหญ่นี้จะนำสันติภาพและความมั่นคงมาสู่ทั้งภูมิภาค ประธานาธิบดีหลายคนพยายามสร้างสันติภาพกับอิหร่านแต่ล้มเหลวทั้งหมด ก่อนหน้า..
..ผู้นำในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้พบกับประธานาธิบดีคนแรกที่สามารถช่วยให้พวกเขาบรรลุสันติภาพที่แท้จริงได้ เมื่อมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหลังจากการลงนามในข้อตกลงในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน2569 เพื่อดำเนินการกวาดทุ่นระเบิด น้ำมันจะสามารถขนส่งผ่านทั้งสองด้านอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งภูมิภาคและทั้งโลก”
ไม่นาน หลังจากทรัมป์ประกาศชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์Press TV รายงานว่า ปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ใส่สหรัฐอเมริกา ด้วยการตราหน้าว่าเป็นจักรวรรดิผู้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ฝ่ายเดียว
เพรสทีวี รายงานเรื่องนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟแห่งปากีสถาน แถลงบรรลุข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านว่า..“หลังจากเจรจาจริงจังครอบคลุมรอบด้าน ร่างข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว คือ หยุดปฏิบัติการทางทหารทุกแนวรบรวมทั้งเลบานอน อย่างถาวรทันทีที่ลงนามเป็นทางการจะมีขึ้นวันที่ 19 มิถุนายน ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ชารีฟ กล่าวว่า “ข้อตกลงยุติความขัดแย้ง จากที่จักรวรรดิบีบคั้นด้วยการปิดล้อม ข่มขู่และแซงก์ชัน ที่อิหร่านยืนหยัดร่วมกับอักษะแห่งการต่อต้าน ซึ่งปากีสถานกุญแจสำคัญเป็นคนกลางเจรจา..แต่อำนาจการต่อรองที่แท้จริงมาจากผู้ที่ไม่ยอมคุกเข่าให้ ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง ยกเลิกการปิดล้อม ไม่มีการบีบบังคับฝ่ายเดียวอีกต่อไป
นี่คือความจริงที่โหดร้ายของอำนาจหลายขั้ว เสียงจากโลกใต้และการต่อต้านจากแนวหน้า กดดันให้ใช้การทูตแทนความเข้มแข็งทางทหาร นี้ไม่ใช่ยอมจำนน แต่ยืนหยัดรักษาสิทธิ์ของตัวเองอย่างมั่นคง หากยอมจำนนทำให้โซ่ตรวนรัดคอคุณแน่นมากขึ้น
จากอิสลามาบัดถึงเตหะราน จากเตหะรานถึงแอฟริกาพบว่าการต่อต้านคือการหล่อหลอมอนาคต การประสานงานร่วมมือกันได้ผลเกินความคาดหมาย การรังแกของประเทศมหาอำนาจฝ่ายเดียวเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลงแล้ว”
ที่นี้ไม่มีชัยชนะสำหรับจักรวรรดิ นี่เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ชัยชนะมาจากการต่อต้าน มีใครอีกบ้างไหมที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว?”
ปากีสถานซึ่งอยู่วงใน รู้ไส้รู้พุงของทุกฝ่ายระหว่างการเจรจา รู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหนใครถือไพ่เหนือกว่า ถึงได้พูดว่า “ในที่นี้ไม่มีชัยชนะสำหรับจักรวรรดิ นี่เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ชัยชนะมาจากการต่อต้าน”
ที่น่าสนใจคือ ปากีสถานแถลงเหมือนปลุกระดมประเทศโลกใต้ให้ร่วมมือกัน ต่อต้านจักรวรรดิผู้ใช้อำนาจฝ่ายเดียว ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเกิดความสงสัยว่า ที่ผ่านมาปากีสถานแสดงตามบทที่จีนเขียนสคริปต์ให้หรือไม่
นักวิเคราะห์หลายสำนัก ระบุว่า จีนมีส่วนสำคัญผลักดันให้ปากีสถาน เป็นผู้อำนวยความสะดวกการเจรจายุติสงครามสหรัฐกับอิหร่าน เนื่องจากว่าจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนกับอิหร่านมากมายมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมัน จีนรู้ว่าเป้าหมายของทรัมป์ คือขัดขวางความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างปักกิ่งกับเตหะราน
ปากีสถานซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐและอิหร่านที่สำคัญจีนมีอิทธิพลครอบงำปากีสถานมานานหลายทศวรรษจีนจึงกำหนดให้ปากีสถานเป็นคนกลางในการเจรจายุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
ปักกิ่งมีบทบาทสำคัญการสนับสนุนอิหร่านในการต่อต้านการใช้อำนาจฝ่ายเดียวของสหรัฐอเมริกา และจีนเดินเกมทางการทูตอยู่เบื้องหลัง
จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจากอิหร่าน จำเป็นต้องต่อสู้กับสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาขัดขวางเส้นทางส่งน้ำมันจากเตหะรานไปปักกิ่ง โดยธรรมชาติจีนที่เป็นพ่อค้า จีนไม่นิยมเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามในสนามรบ
จีนถนัดการสนับสนุนทางการค้า เทคโนโลยี อาวุธสงคราม และกลยุทธ์ทางการทูตอยู่เบื้องหลัง จึงไม่แปลกใจเมื่อสหรัฐแพ้ในสนามรบ ขอหยุดยิงเพื่อเจรจายุติสงครามเมื่อวันที่ 7 เมษายน
ตั้งแต่นั้นมาถนนทุกสายมุ่งหน้าไปปักกิ่ง พันธมิตรสหรัฐในยุโรป รวมทั้งอังกฤษ สเปน เยอรมนี ฝรั่งเศสเดินทางไปพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และตามไปด้วยพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ไปเจรจาการค้ากับจีน ราวกับยอมรับว่าจีนเป็นหัวขบวนของขั้วอำนาจใหม่
ทุกครั้งที่เจรจาการค้ากับยุโรปและตะวันออกกลางประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มักเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์การค้าแบบพหุภาคี และต่อต้านการใช้อำนาจฝ่ายเดียว
การจัดระเบียบโลกใหม่และขั้วอำนาจหลายฝ่ายชัดเจนขึ้น เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เยือนปักกิ่ง 14-15 เมษายน การพบปะกันครั้งนั้นประธานาธิบดีสี บอกทรัมป์เป็นนัยว่า จีนกำลังก้าวขึ้นเป็นใหญ่แซงหน้า ที่อเมริกาไม่ควรขัดขวาง
และหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ปูติน แห่งรัสเชีย ก็ไปเยือนจีนเป็นทางการ ในการพบกันระหว่างสงครามสหรัฐกับอิหร่านยังหาข้อสรุปไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายพูดกันเรื่องต่อต้านการใช้อำนาจฝ่ายเดียวและร่วมมือกันผลักดันลดการพึ่งพาดอลลาร์ในประชาคม “บริกส์”
ดังนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวว่า “แรงกดดันจากโลกใต้กดดันให้ใช้การทูตแทนความเข้มแข็งทางทหาร” ก็เป็นที่ชัดเจนว่า “บริกส์” ซึ่งก่อตั้งโดยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและเซาท์แอฟริกา เป็นการรวมกลุ่มของประเทศโลกใต้หรือประเทศเศรษฐกิจใหม่กำลังพัฒนา ร่วมกดดันสหรัฐให้ลงนามใน“เอ็มโอยู” กับอิหร่าน
การลงนามในข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน ยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังมีความคลางแคลงใจว่า จะยุติสงครามได้จริงหรือไม่ ในเมื่อความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย มีให้เห็น จากการที่ให้ข่าวต่อชาวโลกไม่ตรงกัน
ในขณะที่อิหร่านกล่าวว่า ทรัมป์ถูกบังคับให้ยอมรับความพ่ายแพ้ และได้ปล่อยเงินที่อายัดไว้ให้อิหร่านแล้ว 3,000 ล้านดอลลาร์ และจะปล่อยเงินที่อายัดไว้ให้อีก 24,000 ล้านดอลลาร์ ในวันลงนามที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทรัมป์ ปฏิเสธว่าไม่เคยให้เงินอิหร่าน 3,000 ล้านดอลลาร์ตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง และเงิน 24,000 ล้านดอลลาร์ จะปล่อยให้หลังจากการลงนาม 60 วัน ทรัมป์พูดเป็นนัยว่า “สิ่งเดียวที่ผม
ต้องการคืออิหร่านไม่มีนิวเคลียร์ และอิหร่านได้ตกลงเรื่องนั้นแล้ว”
คำพูดกำกวมของทรัมป์ ทำให้เข้าใจว่าจะอิหร่านยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านตอบโต้ทันควันว่า “หยุดสร้างเฟคนิวส์เสียทีไม่มีเรื่องนิวเคลียร์ในข้อตกลงในความเข้าใจร่วมกันที่จะลงนามในเจนีวา”
จึงเป็นที่คลางแคลงใจว่า จะลงนามในความเข้าใจร่วมกันได้หรือไม่ และหากลงนามกันได้ สันติภาพถาวรที่ว่าจะมีอายุกี่วันกัน
สุทิน วรรณบวร

เชียงรายจัดงาน รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง ย้อนบทเรียนภารกิจระดับโลก
เปิดโครงการต้นแบบ SEA ยกระดับ'จะนะ'ฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ
สรรเพชญตรวจสอบตึกรพ.สงขลา
สุชาติ นำทีม ทส. กระชับสัมพันธ์ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือสิ่งแวดล้อม-ทรัพยากรธรณี
กองทัพบกย้ำไม่ประมาท สั่งคุมเข้มพื้นที่ปราสาทคนา หลังกัมพูชาเคยรุกล้ำ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี