วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อาทิตย์ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกรณีลงมติ 308 เสียงปกป้อง สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ไม่ส่งตัวให้ ดีเอสไอดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน และบ่อนพนันออนไลน์
บางคนให้ฉายา “สภาสีเทา” บางคนเรียกว่า “สภารังหนู”หากมองจากความจริงทางการเมือง ก็เข้าใจได้ว่า นักการเมืองทั่วโลกปกป้องนักการเมืองที่มีพฤติกรรมเหมือนกัน และ พฤติกรรมนักการเมืองไทยส่วนใหญ่ เน้นว่า ส่วนใหญ่คล้ายนักการเมืองอเมริกัน
แตกต่างกันตรงที่นักการเมืองไทยสร้างความเสียหายในประเทศเท่านั้น ส่วนนักการเมืองอเมริกันนอกจากสร้างความเสียหายให้คนในบ้านตัวเองแล้วยังสร้างความหายนะแก่ประชาคมโลกทั่วไป
คนทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหาข้าวยากหมากแพงอันเนื่องมาจากน้ำมันขึ้นราคา ล้วนเกิดจากความเลวร้ายของนักการเมืองอเมริกัน เนื่องจากว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมาการเมืองอเมริกันตกอยู่ภายใต้การครอบงำของพ่อค้าอาวุธสงคราม ตลาดหุ้น และทุนผูกขาดพลังงาน
การเมืองอเมริกัน มีวัฒนธรรมการวิ่งเต้นที่เรียกว่าล็อบบี้ยิสต์(lobbyist) และการแบล็กเมล์ มีส่วนสำคัญต่อทิศทางการเมืองอเมริกัน นักการเมืองที่นั่นงี่เง่า อย่างไรก็เข้าสภาได้ตราบใด
ที่มีล็อบบี้ยิสต์ หรือไม่ก็มีข้อมูลชั่วร้ายไว้แบล็กเมล์คนสำคัญ
โอลิเวีย รีด นักวิเคราะห์ชาวอเมริกันกล่าวว่า เนทันยาฮูขู่เปิดเผยแฟ้มลับ “เอปสตีน” หากทรัมป์ลงนามข้อตกลงกับอิหร่านโดยไม่มีเรื่องนิวเคลียร์เป็นสำคัญ
การขู่เปิดแฟ้มลับเอปสตีน สร้างความวิตกให้ทรัมป์อย่างไร? สังเกตได้จากเหตุการณ์คืนวันที่ 5 เมษายน ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสตรีหมายเลข 1 ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว งานเลี้ยงคืนนั้นมีกำหนดมอบรางวัลนักข่าวดีเด่นประจำปีให้นักข่าวผู้ขุดคุ้ยแฟ้มลับเอปสตีน
ขณะที่ทรัมป์และคณะรัฐมนตรีกำลังดื่มไวน์ในงาน เสียงปืนดังขึ้น ทรัมป์ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยพาตัวออกจากงาน สื่อทั่วโลกประโคมข่าวใหญ่ “พยามยามลอบสังหารทรัมป์ครั้งที่สาม”
เธอกล่าวว่า เหตุการณ์ในคืนนั้นกลบข่าวอิหร่านถล่มกองทัพอเมริกันเสียหายครั้งใหญ่ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่สำคัญคือไม่ได้มอบรางวัลนักข่าวผู้ขุดคุ้ยแฟ้มลับ เจฟฟรี่ เอปสตีน นักโทษค้ามนุษย์คนสำคัญที่พัวพันกับคนชั้นสูงทั่วโลก และมีข่าวลือว่า ทรัมป์อาจมีส่วนพัวพันทางใดทางหนึ่งกับเอปสตีน
“ปล่อยให้นักข่าวคนนั้นรับรางวัลและเผยความในใจในงานเลี้ยงไม่ได้ นั่นแหละทำไมเสียงปืนจึงดังขึ้น” เธอสรุปว่านั่นคือรูปแบบหนึ่งของการแบล็กเมล์ทางการเมืองในอเมริกา
นักวิเคราะห์สงครามหลายสำนักมีความเห็นตรงกันว่า ทรัมป์ถูกเนทันยาฮู ลากเข้าทำสงครามกับอิหร่าน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569
เวลานั้น “มอสสาด” หน่วยข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษของอิสราเอล ปลุกระดมประท้วงใหญ่ในอิหร่านโดยเริ่มจากปัญหาเศรษฐกิจแล้วพัฒนาเป็นก่อจลาจลวุ่นวาย กดดันให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง เพื่อให้เจ้าชายเรชา ปาห์ลาวี ที่อยู่ในอเมริกา ตั้งแต่ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน ปี 1979 ขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลเตหะราน
การประท้วงในครั้งนั้นนักข่าวอิสราเอลแฉว่า เป็นการจัดตั้งโดยมอสสาด เป็นเหตุให้ผู้ประท้วงหลายพันคนถูกจับข้อหาจารชน ฆาตกรรม ก่อจลาจลเพื่อล้มล้างรัฐบาล อิสราเอลกับอเมริกันโหมปั่นกระแสเตหะรานสังหารหมู่ผู้ประท้วงหลายพันคน
การตอบโต้ระหว่างเตหะรานกับวอชิงตันเป็นไปอย่างร้อนแรง เมื่อทรัมป์ ปลุกระดมข้ามทวีปให้ชาวอิหร่านประท้วงต่อไปเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ดีกว่า “สู้ต่อไปกำลังมีคนไปช่วย
พวกคุณ..” ทรัมป์ปลุกระดมผ่านฟอกซ์นิวส์
การประท้วงรุนแรงนานสามสัปดาห์ก่อนอิหร่านควบคุมสถานการณ์ได้ ทรัมป์ซึ่งไม่เข้าใจบริบทการเมืองอิหร่านถูกเนทันยาฮูเป่าหูว่า ระบอบเตหะรานแตกแยกรุนแรงใกล้ล่มสลาย เป็นโอกาสดีที่จะบุกโจมตีถล่มอิหร่าน ใช้เวลาสองสามวันหรือนานที่สุดหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถยึดครองประเทศอิหร่านได้
นั่นคือที่มาของ Epic Fury รหัสปฏิบัติการทางทหารที่นำโดยสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อเช้ามืดวันที่28 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพอากาศสหรัฐกับอิสราเอลถล่มโจมตีอิหร่าน 970 เที่ยวบิน ทำลายที่มั่นทหาร โรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน และพลเรือนเสียหาย 19 จังหวัด
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านและนายทหารผู้บัญชาการเสียชีวิตในห้องประชุมเดียวกัน 48 นาย ที่เลวร้ายนักเรียนหญิง 168 ศพ ถูกขีปนาวุธถล่มอาคารเรียนพังทลายเสียชีวิต 168 ศพ
ประธานาธิบดีทรัมป์ คุยโวว่า ทำลายกองทัพอิหร่าน ลบล้างโครงการนิวเคลียร์ และระบอบเตหะรานหมดสิ้นแล้ว ทรัมป์พูดไม่ทันข้ามวัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้โจมตีกลับอย่างรุนแรง
ฝูงโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านนับพันลำ ปกคลุมท้องฟ้าอ่าวอาหรับ ฐานทัพสหรัฐถูกทำลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สงคราม นอกจากนั้น อิหร่านทำลายโครงสร้างพลังงานของพันธมิตรสหรัฐอเมริกา และปิดช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันให้ทรัมป์ทำสงครามหลายด้านทั้งในสมรภูมิรบกับอิหร่าน สงครามเศรษฐกิจในอเมริกาและทั่วโลกเป็นสงครามที่ทำให้สหรัฐเสียหายทั้งในสนามรบและการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อพันธมิตรในยุโรปและเอเชียหันหลังให้ไม่มีใครไปช่วยสหรัฐอเมริกาทำสงคราม
ในสนามรบกองทัพสหรัฐเสียหายจากสงคราม 34 วัน หลายแสนล้านดอลลาร์ กดดันให้ทรัมป์ขอหยุดยิง 14 วันเพื่อเจรจา
วันที่ 29 มีนาคม ถือเป็นวันเสียหายครั้งสำคัญ เมื่ออิหร่านยิงขีปนาวุธถูกเป้าหมายเครื่องบินรบ F-35 ได้ทำลายขวัญกำลังใจกองทัพอเมริกาที่มั่นใจตลอดมาว่า F-35 เป็นเครื่องบินล่องหนไม่มีเรดาร์ไหนในโลกจับสัญญาณได้
แม้เสียขวัญอย่างไรกองทัพสหรัฐต้องปฏิบัติตามคำสั่ง และเหมือนฟางชิ้นสุดท้ายทำให้หลังลาหัก คืนวันที่ 5 เมษายน เครื่องบินหลากชนิด 8 ลำ ถูกทำลายบนเนินเขาใกล้เมืองอิสฟาฮาน ที่Centcom อ้างว่าเป็นปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินถูกยิงตกในอิหร่าน 2 วันก่อนหน้า
ด้าน IRGC แถลงว่า ได้ทำลายเครื่องบินรบหลายลำพร้อมสังหารทหารอเมริกันหลายสิบนาย ที่พยายามปล้นยูเรเนียมจากโรงงานนิวเคลียร์อิสฟาฮาน
นำคำแถลงจากสองฝ่ายมาพิจารณาก็ให้น้ำหนักไปทางอิหร่าน เพราะเป้าหมายหลักของอเมริกันคือยึดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะประมาณ 440 กิโลกรัม จากอิหร่านให้ได้ไม่ว่าต้องแลกกับการสูญเสียมากเท่าไหร่
การสูญเสียทหารจำนวนมากและเครื่องบินรบ 8 ลำ ในวันเดียว ทำให้ทรัมป์สำเหนียกว่า เอาชนะอิหร่านไม่ได้ วันที่ 7 เมษายน ทรัมป์จึงประกาศหยุดยิงกับอิหร่าน 14 วัน ในข้ออ้างรอการเจรจา และตั้งแต่ 7 เมษายน ถึงวันนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้
อาจมีคำถามว่านักการเมืองอเมริกันเลวร้ายอย่างไรในสงครามอิหร่าน คำตอบคือ เลวร้ายตรงที่ปล่อยให้ประธานาธิบดีนำกองทัพเข้าสู่สงครามหายนะโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา และเมื่อถึงกำหนด 60 วัน ที่กฎหมายให้ประธานาธิบดีขออนุมัติสภาหากทำสงครามต่อเนื่อง
ประธานสภาซึ่งมีหน้าที่บรรจุวาระอภิปรายไม่ให้ประธานาธิบดีทำเกินอำนาจตามกฎหมาย กลับพูดชี้นำว่า “ไม่มีสงครามตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน..ไม่มีเสียงปืนจากทั้งสองฝ่าย เวลานี้อยู่ในขั้นตอนเจรจาไม่ถือว่าอยู่ในภาวะสงคราม”
เมื่อประธานสภาเปิดทางให้ทรัมป์ทำหนังสือถึงสภาว่า Epic Fury สิ้นสุดตั้งแต่วันหยุดยิงเพื่อเจรจา อย่างไรก็ดี วุฒิสภารักษาหน้าสถาบันการเมืองไว้ ได้ลงมติ 50 ต่อ 48 เสียงให้ทรัมป์ขออนุมัติจากสภาหากต้องทำสงครามต่อเนื่อง
ถึงแม้ สว.ลงมติ 50 ต่อ 48 เสียง กฎหมายตัดอำนาจประธานาธิบดียังต้องผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันเป็นเสียงข้างมาก ซึ่งยากที่กฎหมายผ่านสภาไปได้ นอกจากนั้นประธานาธิบดียังมีสิทธิ์วีโต้
สรุปว่า นักการเมืองอเมริกันใช้ความซับซ้อนกฎหมาย สร้างความหายนะให้อเมริกันและชาวโลกได้ตามอำเภอใจ ดังที่นักวิเคราะห์หลายสำนักมีความเห็นตรงกันว่า กองทัพสหรัฐถูกทำลายเสียหายหลายแสนล้านดอลลาร์จากสงคราม 34 วัน
สนามบินเสียหายปรับปรุงซ่อมแซมไม่ได้ 13 แห่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ และระบบดาวเทียมเสียหาย 16 แห่งเครื่องบินรบเสียหายไม่น้อยกว่า 67 ลำ โดรนสอดแนมและทำลายสูง MQ-9 reaper ถูกยิงตก 25 ลำ เครื่องบินล่องหน F-35 ถูกทำลายสามลำ
พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมชี้แจงกรรมาธิการวุฒิสภาว่า สงคราม 34 วัน เครื่องบินรบเสียหาย 24 ลำค่าเสียหายประมาณสองหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ กำลังพลเสียชีวิต 13 นาย และ
บาดเจ็บ 350 คน
HTV-Global ประเมินว่าราคาน้ำมันสูงขึ้นจากสงครามส่งผลให้ครอบครัวอเมริกันเสียค่าไฟ ค่าน้ำมันตลอดถึงค่าใช้จ่ายประจำวันสูงขึ้นครอบครัวละ 5 พันดอลลาร์ต่อปี
HTV-Global รายงานด้วยว่า ความเดือดร้อนของคนอเมริกันสวนทางกับรัฐบาลและคนวงในทำเนียบขาว ที่ร่ำรวยจากปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หลายแสนล้านจากความผันผวนของตลาด ตามคำพูดกลับไปกลับมาของทรัมป์
จุดนี้พูดได้ที่นักการเมืองอเมริกันกับนักการเมืองไทย สร้างความมั่งคั่งท่ามกลางความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่ในทุกวิกฤตเหมือนกัน เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยลดค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 นักการเมืองที่รู้ข้อมูลภายในได้กำไร 5 พันล้านบาท จากการซื้อดอลลาร์ไว้ล่วงหน้า
เดือนมีนาคม ที่ผ่านมาก็เช่นกัน มีข่าวลือว่านักการเมืองได้กำไรจากส่วนต่างราคาน้ำมันที่ตุนไว้ก่อนวันประกาศขึ้นราคาประมาณ 19,000 ล้านบาท แต่นั่นเป็นเพียงข่าวลือ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า นักการเมืองสร้างความมั่งคั่งจากวิกฤตสงคราม
วันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ อยู่ระหว่างการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน ที่เขาอ้างว่า ใกล้ลงนามข้อตกลงแล้วสิบสี่ครั้ง และตลาดหุ้นดีดตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันลดลง ทุกครั้งที่ทรัมป์ประกาศข่าวดี ในเวลาเดียวกันหุ้นตกและน้ำมันขึ้นราคาทุกครั้งที่ทรัมป์ขู่ถล่มทำลายอิหร่าน
พิเคราะห์จากพฤติกรรมเชื่อว่า ทรัมป์ แสดงบทยักษ์สลับกับบทหนุมานทำให้ราคาหุ้น ราคาน้ำมันผันผวนไปอีกนานจนถึงวันเลือกตั้งกลางเทอม เดือนพฤศจิกายน ถึงวันนั้นอเมริกันคงถอยจากตะวันออกกลางแล้วอ้างว่าชนะสงคราม
สุทิน วรรณบวร

ศุลกากรภาค 2 สกัดจับลำโพง-ไมค์เถื่อน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
เครื่องสะดุด!‘ช้างศึก’มีแผ่วโดนคูเวตตีเจ๊า2-2
ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่ สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล
ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้รองผู้ว่าฯ ปัตตานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย
สว. ลุยสุราษฎร์ฯ ดัน โมเดลพัฒนา ศก.ฐานรากยุคใหม่ ต่อยอด ขมิ้นชัน สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงระดับอุตสาหกรรม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี