วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สงครามสหรัฐอเมริกา กับ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ปะทุขึ้นรอบใหม่และทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าที่แล้วมา อนุมานได้ว่า น่าจะเป็นรอบสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายอาจปล่อยอาวุธร้ายทำลายล้างกันวอดวายไปข้างใดข้างหนึ่ง
ประมวลจากข่าวหลายแหล่งที่ออกมา มองได้ว่า ที่อิหร่านโต้กลับทันควัน ถล่มฐานทัพอเมริกันในอ่าวอาหรับถึง 85 ครั้งในเวลา 48 ชั่วโมง อาจเป็นเพราะจิตแพทย์อิหร่านได้วิเคราะห์คำพูดและพฤติกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านระหว่างพิธีไว้อาลัย และฝังศพอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
จิตแพทย์อิหร่านสรุปผลวิเคราะห์ให้ฝ่ายบริหารและความมั่นคงอิหร่านรู้ว่า สภาพจิตของฝ่ายตรงข้ามผิดปกติตั้งแต่ ปิดทำเนียบขาวประชุมลับกับเสนาธิการกองทัพและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา ถึงความเป็นไปได้ เปิดสงครามรอบใหม่กับอิหร่านหลังจากเจรจาทางอ้อมระหว่างตัวแทนวอชิงตันกับเตหะรานในกาตาร์เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค.ไม่มีความคืบหน้าใดๆ
แหล่งข่าวในทำเนียบขาวเปิดเผยคำพูดของประธานาธิบดีว่า “ข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน ระหว่างการเจรจานั้นทำขึ้นเพื่อให้เรามีเวลาเติมคลังอาวุธที่ร่อยหรอลงไป..”
ทรัมป์ พูดประโยคนี้หนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีเปเซชเคียนของอิหร่านกล่าว ระหว่างเตรียมพิธีฝังศพอดีตผู้นำสูงสุดว่า “เรากำลังสร้างแผนการร่มเงาความมั่นคง” (Securityumbrella) ซึ่งนักวิเคราะห์ กล่าวว่า เปเซชเคียนหมายถึงปรับพันธมิตรความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง ที่มีอียิปต์ ตุรกีปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ มาร่วมพิธีฝังศพเพื่อยืนยันกระชับความสัมพันธ์กับเตหะรานมากขึ้น
Security umbrella มีเค้าลางตั้งแต่ซาอุดีอาระเบีย กับกาตาร์ไม่ยอมให้สหรัฐใช้สนามบินและฐานทัพในประเทศโจมตีอิหร่าน และต่อมากาตาร์ร่วมมือกับปากีสถาน อำนวยความสะดวกการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านมีรายงานว่ากาตาร์พยายามปล่อยเงิน 6,000 ดอลลาร์ที่อายัดไว้ให้อิหร่าน
ฝ่ายซาอุดีอาระเบียนอกจากรับประกันว่าจะผลักดันให้อิหร่าน ได้เงินคืนจากที่ถูกอายัด 24,000 ล้านดอลลาร์ซาอุดีอาระเบีย ยังโอนเครื่องบินโบอิ้ง 777 ห้าลำให้สายการบินพาณิชย์อิหร่านหลีกเลี่ยงการแซงก์ชั่นจากสหรัฐ ส่วนโอมานได้ทำข้อตกลงกับอิหร่านบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกร่วมกัน
จากท่าทีเปลี่ยนไปของซาอุดีอาระเบีย กับ กาตาร์ และโอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของสหรัฐในกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) 6 ประเทศรวมทั้งยูเออี คูเวต และบาห์เรน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ทรัมป์ใช้ความพยายามมากที่สุดดึงซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่กลับมาเนื่องจากว่า ฐานทัพและสนามบินสำคัญของสหรัฐตั้งอยู่สองประเทศนั้น และเมื่อซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ไม่ฟังข้อห้ามที่ทรัมป์ไม่ให้ไปร่วมพิธีฝังศพอาลี คาเมเนอี ซาอุดีอาระเบียกลับส่งรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศไปร่วมพิธีในกรุงเตหะราน
นักวิเคราะห์สงครามและจิตแพทย์อิหร่าน มีความเห็นตรงว่า ทรัมป์เกิดอาการคลุ้มคลั่งที่เห็นคนหลายสิบล้านรวมทั้งพันธมิตรสำคัญของตนไปร่วมพิธีฝังศพคนที่เขาสั่งการให้สังหาร ทรัมป์เลยออกคำสั่งโจมตีอิหร่านสองวันก่อนฝังศพอาลี คาเมเนอี
นักวิเคราะห์มองว่า การโจมตีครั้งนี้ สหรัฐมีเป้าหมายแยกซาอุดีอาระเบียกับกาตาร์ออกจาก Security umbrellaด้วยการวางแผนให้เรือกาตาร์และซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีทั้งๆ ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกคำเตือนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ให้เรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซใช้เส้นทางตอนใต้ใกล้เกาะลารัค (Larak) และเตือนว่า “เรือลำใดก็ตามที่แล่นออกนอกเส้นทางกำหนดจะพิจารณาว่า “เป็นอันตรายสูงสุดและไม่อาจยอมรับได้”
ตั้งแต่เกิดสงคราม ซาอุดีอาระเบียหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ โดยการส่งน้ำมันทางท่อส่งหลักของซาอุดีอาระเบียคือ ท่อส่งน้ำมันอีสต์-เวสต์ (East-West Pipeline) ซึ่งทอดยาวจากอ่าวเปอร์เซียไปยังท่าเรือเมืองยันบูฝั่งทะเลแดง ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซทำยอดได้ 7 ล้านบาร์เรล
น่าประหลาดใจเมื่อมีรายงานว่า ในบรรดาเรือสามลำที่ถูก IRGC โจมตี รวมทั้งเรือซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ หรือสหรัฐจัดฉากให้เรือกาตาร์กับเรือซาอุดิฯถูกโจมตีเพื่อได้ใช้เป็นข้ออ้างว่า อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและได้โจมตีถล่มอิหร่านตามเป้าหมาย
ซึ่งนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ ตั้งแต่เรือสิงคโปร์ถูกโจมตี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สิงคโปร์เป็นพันธมิตรใกล้ชิดสหรัฐมากกว่าชาติใดในกลุ่มประเทศอาเซียน และเรือสิงคโปร์ไม่เคยกล้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่เกิดสงคราม บางครั้งสิงคโปร์เช่าเรือน้ำมันร่วมกับไทย อาศัยธงชาติไทยรับน้ำมันจากตะวันออกกลางเที่ยวละ 3 แสนบาร์เรล
จึงเชื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สหรัฐจัดฉากให้เรือสิงคโปร์ถูกโจมตีเพื่อใช้เป็นข้ออ้างโจมตีทางใต้ของอิหร่านและประกาศความเป็นใหญ่ในช่องแคบฮอร์มุซ
การวิเคราะห์พฤติกรรมและคำพูดของทรัมป์ในห้วงเวลา 6 วันที่อิหร่านทำพิธีไว้อาลัยและฝังศพอาลี คาเมเนอีจิตแพทย์อิหร่านพบว่า คนป่วยอาการกำเริบที่เห็นชาวอิหร่านหลายสิบล้านคนหลั่งน้ำตาอาลัยอาลี คาเมเนอีและมีผู้นำและผู้แทนจากหลายสิบประเทศรวมทั้งประเทศไทยไปร่วมพิธีฝังศพครั้งประวัติศาสตร์
ในเบื้องต้นทรัมป์ พูดว่า “ให้เวลาพวกเขาได้ฝังศพ วันที่ 11 กรกฎาคม ค่อยเจรจากันหากอิหร่านยังดื้อรั้นเราจะปิดภารกิจหมายถึงทำลายให้สิ้นซาก
วันต่อมาทรัมป์พูดว่า “แปลกใจที่เห็นน้ำตาปลอมของอิหร่าน ผมคิดว่าคนอิหร่านเกลียดเขา” และต่อมาพูดว่า “เราสามารถลบล้างพวกเขาทั้งหมดได้ แต่ถ้าทำลงไปจะไม่มีใครเหลือให้เจรจา” และประโยคสุดท้ายที่ทำให้จิตแพทย์อิหร่านตกใจเมื่อทรัมป์พูดว่า “คอยดูงานศพผมจะมีคนมากกว่านั้น”
คำพูดและพฤติกรรมของทรัมป์ ทำให้จิตแพทย์อิหร่านมั่นใจว่า ฝ่ายตรงข้ามไม่อยู่ในภาวะควบคุมตัวเองได้และอาจเป็นอันตรายสูงสุดหากคนป่วยมีรหัสกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ นักวิเคราะห์กล่าว ประธานาธิบดีเปเซชเคียนถึงกับรีบบินกลับเตหะรานในขณะที่ขบวนแห่ศพอาลีคาเมเนอี เคลื่อนอยู่ในเมืองนาจาฟ ประเทศอิรัก
นักวิเคราะห์เชื่อว่า ประธานาธิบดีเปเซชเคียนต้องหารือกับโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านที่ไม่ปรากฏตัวแม้แต่ในพิธีฝังศพของบิดาถึงมาตรการตอบโต้ทำลายอเมริกันและยิวไซออนิสต์หากจำเป็น
อย่างไรตาม การปะทะกันรอบใหม่ยังจำกัดวงอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ และเมืองตอนใต้ของอิหร่าน ปฏิบัติการโจมตีของกองทัพสหรัฐ ได้แก่ บันดาร์อับบาส (Bandar Abbas) ซึ่งเป็นเมืองท่าหลัก และ ซิริก (Sirik) รวมถึงเมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้อย่าง ชาบาฮาร์ (Chabahar), โคนารัก (Konarak) และ อิรันชาห์ร (Iranshahr)
ฝ่ายอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพ สนามบินและผลประโยชน์ของสหรัฐ 85 แห่งในประเทศบาห์เรน คูเวตและจอร์แดน ที่ทั้งสองฝ่ายพยายามปิดบังความเสียหายของตน
อิหร่านแถลงว่า กองทัพเรือที่ 5 ของอเมริกาในบาห์เรนเสียหายยับเยิน สนามบินทหารสหรัฐและระบบป้องกันภัยทางอากาศในคูเวตถูกทำลาย โดรนตรวจการณ์และทิ้งระเบิดทำลาย MQ.9 รีฟเปอร์ 2 ลำถูก IRGC ยิงตก
เป็นที่น่าสังเกตว่า ขีปนาวุธอิหร่านมุ่งเป้าโจมตียูเออี บาห์เรน และ คูเวต ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์และโอมาน ราวกับเป็นสัญญาณว่า ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์และโอมานยังอยู่ในแผนการ Security umbrella
กองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) แถลงว่าฐานยิงขีปนาวุธ สถานีดาวเทียม และศูนย์สื่อสารคมนาคม ตลอดถึงสถานีตรวจการณ์ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกสหรัฐถล่มทำลาย
ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากต่างประเทศที่มาร่วมพิธีฝังอาลี คาเมเนอี กล่าวว่า “อิหร่านมีฮอร์มุซเป็นอาวุธทำลายอเมริกาได้ร้ายแรงกว่า อาวุธนิวเคลียร์ ฮอร์มุซเป็นเป้าหมายสุดท้ายที่อเมริกาจะยึดให้ได้ เนื่องจากมันเป็นคอขวดเศรษฐกิจสำคัญที่ทำลายเศรษฐกิจและการเมืองอเมริกา..
..เชื่อว่าอิหร่านสามารถครอบครองฮอร์มุซ ได้หากพันธมิตรอเมริกาไม่เข้ามาเกี่ยวข้องและหากยุโรปเข้ามาพัวพันอิหร่านอาจต้องใช้สิ่งที่มีอยู่..”
รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียพูดเป็นนัยว่าอิหร่านอาจต้องใช้สิ่งที่มีอยู่ มันคือสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลว่า หากสหรัฐและอิสราเอลเกิดคลั่งใช้อาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมา ถึงเวลานั้นหากอิหร่านใช้สิ่งที่มีอยู่บ้างทั้งโลกก็หายนะ
อย่างไรก็ดี ถึงวันนี้ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ตลอดถึงเรือพิฆาตฝรั่งเศสและอังกฤษที่เข้ามารักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่มีท่าทีว่าจะหันปากกระบอกปืนไปทางเตหะราน
สุทิน วรรณบวร

‘ปชน’รับข้อเรียกร้องชาวสวนมะพร้าวประจวบคีรีขันธ์ ชี้ปมราคาตกเพราะนำเข้าล้นตลาด
แพทย์เตือนภัยเงียบ! ลองโควิด 2026 มาพร้อมภาวะสมองล้า
การดี โพสต์ถึง ดีอี ถามปม TH-AI Passport หรือเราไม่ใช่ expert
เด๋อ ดอกสะเดา กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ลูกสาวหอบใบปริญญากลับมาอวดพ่อ
เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ยอดสูญเสียไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว รวม 31 ราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี