วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่สื่อกระแสหลัก สื่อกระแสรอง และสื่อสังคมออนไลน์ โหมปั่นกระแสให้ดูเหมือนว่า ความขัดแย้งทวีความร้อนแรงถึงขั้นปรอทแตก ทั้งบริเวณชายแดนและทำเนียบรัฐบาลอันเนื่องจากการยกเลิก MOU 44
ฟังการวิเคราะห์รายวันของกูรู้ตาบอดคลำช้างทั้งหลาย แสดงความคิดเห็นทางทีวี พบว่า ส่วนใหญ่ขยายความจากการปั่นกระแสของกัมพูชา ให้กูรู้ทั้งหลายตำหนิกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศว่า ขาดการสื่อสารที่ดีทำให้ประชาชนเข้าใจ
หากพิเคราะห์จากความเป็นจริง กูรู้ทั้งหลายก็คล้ายตาบอดคลำช้าง ที่แสดงความคิดเห็นชี้แนะรัฐบาลด้วยความหวังดี โดยไม่เข้าใจนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยใช้การทูตเงียบแก้ปัญหาได้ผลมานานหลายทศวรรษ
กรณีไทยยกเลิก MOU 44 ที่กัมพูชาแสดงความไม่พอใจ แต่ดันลากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS
ทันทีที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแจ้งรัฐบาลไทยว่า ได้ยื่นเรื่องให้ไทย-กัมพูชา เข้ากระบวนการประนอมภาคบังคับ ตามกลไกระงับข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศของ UNCLOS และกัมพูชาได้แต่งตั้งทนายฝ่ายกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว
กูรู้ไทยไม่รู้เท่าทันว่า นั่นเป็นการปั่นกระแส และขุดบ่อล่อปลาของกัมพูชา แห่กันแสดงความเห็นทางทีวีในทำนองว่า ทนายฝ่ายกัมพูชา มีความสามารถเก่งกาจ เรื่อง UNCLOS มีประวัติเคยว่าความให้ ติมอร์ เลสเต ชนะคดีเขตแดนทางทะเลกับออสเตรเลียมาแล้ว
ฟังดูน่ากังวลแทนประเทศไทย ที่กูรู้บางรายถึงกับกล่าวว่าทนายของฝ่ายกัมพูชาเมื่อปี 2553 ว่าความให้กัมพูชาชนะไทยในคดีเขาพระวิหาร ที่สำคัญกูรู้ทั้งหลายตำหนิฝ่ายไทยว่าไม่สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ
ก็อยากบอกกูรู้ว่า จะสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจได้อย่างไร ในเมื่อกูรู้เองยังไม่เข้าใจบริบทปัญหาและนโยบายของไทยที่ไม่เปิดแผนงานและกลยุทธ์สู้คดีให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ล่วงหน้า ที่น่าหนักใจคือกูรู้ไม่เข้าใจบริบทปัญหาที่ยกเรื่องติมอร์ เลสเต และเขาพระวิหาร มาเปรียบเทียบกับ MOU 44 แสดงถึงความไม่เข้าใจว่ามันต่างกันอย่างไร
กูรู้ต้องศึกษาว่า ติมอร์ เลสเต อดีตอาณานิคมดัตช์ เพิ่งแยกออกจากการปกครองของอินโดนีเซีย เมื่อปี 2532 และขัดแย้งเขตแดนทางทะเลกับออสเตรเลียตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ การกำหนดเขตแดนในทะเลจึงง่าย กว่าไทย-กัมพูชาที่มีดินแดนติดกันมานานหลายร้อยปี
ส่วนเรื่องเขาพระวิหารนั้นศาลโลกไม่ได้ตัดสินให้กัมพูชาได้ดินแดนมากกว่าที่ศาลโลกตัดสินไว้ในปี 2505
สิ่งที่กูรู้ทั้งหลายต้องเข้าใจคือ ประเทศไทยไม่เคยเปิดเผยกลเม็ดเด็ดพรายให้ฝ่ายตรงข้ามรู้และทุกฝ่ายต้องเข้าใจและเชื่อมั่นว่า ปัจจุบันเรามีรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่รู้เรื่องความสัมพันธ์และปัญหาไทย-กัมพูชามากกว่าใครในประเทศนี้
พูดได้เต็มปาก เนื่องจากว่า นายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกับผู้เขียนเป็นคนร่วมสมัยทำงานประเด็นปัญหากัมพูชามาตั้งแต่ปี 2522
แต่เรามีหน้าที่แตกต่างกัน คือ ท่านรับราชการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนเราเป็นผู้สื่อข่าวสำนักข่าวยูพีไอ
ในยุคนั้นกระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทนำสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยมีนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่มีทหารกว่าสามแสนนายในประเทศกัมพูชา
เวียดนามส่งทหารไปช่วยเขมรแดงแปรพักตร์ รวมทั้งฮุนเซน ที่หนีไปขอให้เวียดนามมาช่วยขับไล่เขมรแดงฝ่ายพอล พต ออกจากพนมเปญ
เวลานั้นประเทศไทยนอกจากรับเลี้ยงผู้อพยพกัมพูชาหลายแสนคนแล้ว ยังจำเป็นต้องสนับสนุนเขมรสามฝ่ายไว้เป็นรัฐกันชน ต้านการรุกรานจากทหารเวียดนาม
นายสีหศักดิ์ เป็นอธิบดีสารนิเทศในยุคที่สงครามกลางเมืองกัมพูชาร้อนแรง และผู้อพยพกัมพูชาทะลักเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน กองสารนิเทศมีหน้าที่แถลงข่าว และออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์สงครามอินโดจีนที่เกี่ยวกับประเทศไทย
จึงพูดได้ว่า นายสีหศักดิ์ มีข้อมูลแน่นหนารู้ว่า เขมรสามฝ่ายมีค่ายอยู่ตรงไหน และฝ่ายตรงข้ามล่วงล้ำอธิปไตยไทยจุดไหนหรือไม่ ส่วนนักข่าวสงครามยุคนั้น เข้าถึงฐานที่มั่นเขมรสามฝ่ายผ่านทางสายข่าวทหาร และนักการเมืองที่เป็นนอมินีเขมรแดง
เราเป็นสื่อไทยเพียงไม่กี่คนที่เข้าถึงเขมรแดง โดยการช่วยของนักการเมืองที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นเขมรแดง ถึงขั้นตาม็อก นักรบขาเดียวคนสำคัญเขมรแดงรับนักการเมืองคนนั้นเป็นลูกบุญธรรม และลูกบุญธรรมเขมรแดงจัดการให้เราได้ทำข่าวเขมรแดงที่ช่องสะงำต่อมาได้ขึ้นไปทำข่าวเขมรแดงบนปราสาทพระวิหาร
และเมื่อย้ายจากสำนักข่าวยูพีไอไปรอยเตอร์สแหล่งข่าวสายทหารจัดการให้เราเข้าถึงที่มั่นเขมรสามฝ่ายได้มากขึ้น
พูดได้ว่าในห้วงเวลาสิบกว่าปีที่ข่าวสงครามกลางเมืองกัมพูชา เราเข้าออกชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติกว่าสองร้อยครั้ง เข้าถึงที่มั่นเขมรแดงทุกแห่ง ตั้งแต่ตรงข้ามอำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานี ลงไปถึงพื้นที่ตรงข้ามอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด
ยอมรับว่าการเข้าออกชายแดนไทย-กัมพูชาทางแนวป่าหลายร้อยครั้ง เราไม่เคยรู้ว่าหลักเขตแดนประเทศไทยอยู่ตรงไหน เข้าใจเพียงว่ามีด่านทหารพราน มีธงชาติไทยตรงไหนนั้นคืออาณาเขตประเทศไทย
จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปี 2568 ถึงได้เข้าใจว่า ที่ทหารเขมรยั่วยุท้าทายทหารไทยให้เกิดสงครามรอบสอง รอบสาม ให้ได้นั้น อาจเป็นเพราะว่า ทหารป่าพวกนั้นเป็นลูกหลานเขมรแดงที่ถูกปลูกฝังให้เข้าใจว่าพื้นที่ขัดแย้งเป็นดินแดนกัมพูชา
พื้นที่ขัดแย้งตลอดแนวชายแดนตั้งแต่ตรงข้าม ช่องอานม้า ช่องบก ช่องสะงำ ลงไปบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี และบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ล้วนเคยเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของเขมรแดงยุคสงครามกลางเมือง
หลังจากเขมรสี่ฝ่ายลงนามสันติภาพปี 2531 เขมรแดงส่วนใหญ่ไม่ได้กลับบ้านเดิมที่จังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ และจังหวัดพระวิหาร เนื่องจากบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาของ
พวกเขมรถูกยึดเป็นกองกลางครั้งเขมรแดงครองเมืองระหว่างปี 2518 ถึง เมษายน 2522
หลังจากลงนามสันติภาพรัฐบาลพนมเปญ จึงให้เขมรแดงส่วนใหญ่ทำมาหากินอยู่ใกล้ชายแดนไทย บนพื้นที่เขมรแดงเคลื่อนไหวสมัยสงคราม
แกนนำเขมรแดงรุ่นแรก ที่มีความสัมพันธ์กับนายทหารใหญ่บางนายและนักการเมืองในจังหวัดชายแดน มีบ้านพักมีกิจการมากมายในจังหวัดชายแดนประเทศไทย
เขมรแดงรุ่นลูกรุ่นหลาน เมื่อเห็นว่าทางการไทยอะลุ่มอล่วยช่วยเหลือคนรุ่นพ่อรุ่นปู่ ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่ทำมาหากินรุกล้ำเข้ามาในประเทศไทย จนเกิดปัญหาที่ให้ทหารรุ่นหลังและนักการเมืองยุคนี้ต้องตามแก้
นายสีหศักดิ์ จึงต้องเป็นกำลังหลักแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เนื่องจากเขาเป็นผู้เกาะติดปัญหาต่อเนื่องมากว่าสี่สิบปี นายสีหศักดิ์นอกจากเป็นลูกหม้อกระทรวงต่างประเทศแล้วยังเคยเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่ส่วนหนึ่งของงานมีส่วนสัมพันธ์กับการเมืองและการช่วยเหลือผู้อพยพกัมพูชา
นอกจากนั้น ท่านเคยเป็นทูตประจำปารีสและโตเกียว ที่เกี่ยวข้องประเด็นปัญหากัมพูชา โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสอดีตเจ้าอาณานิคมกัมพูชา จึงมั่นใจว่านายสีหศักดิ์ จะรักษาผลประโยชน์ประเทศไทยจากประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
โดยเฉพาะประเด็น MOU 44 นายสีหศักดิ์ได้เตรียมการไว้อย่างดี ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์แถลงไว้ตอนยุบสภา จะยกเลิก MOU 44 ที่ทำขึ้นเพื่อ
ผลประโยชน์กลุ่มคน ที่หวังร่ำรวยจากก๊าซและน้ำมันในอ่าวไทย
นายสีหศักดิ์ได้แต่งตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญา และนักวิชาการด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ต่างประเทศเตรียมพร้อมรับมือหากต้องสู้คดีในศาลโลก
จึงมั่นใจได้ว่าทีมประเทศไทยจะปกป้องผลประโยชน์ชาติอย่างเต็มกำลัง ที่สื่อและกูรู้ต้องเข้าใจว่าทีมประเทศไทยไม่ใช่พวกบ้าน้ำลาย ที่เอาความลับไปขายเพื่อได้ออกทีวี
สุทิน วรรณบวร

คุณแหน: อังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
ชัชชาติ ยันคดี เครื่องออกกำลังกาย กทม. ยังไม่จบ รับไม่ได้ โทษเบาเกิน จ่อลุยส่ง ป.ป.ช. ตรวจคู่ขนาน
ด่วน อิหร่านยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว กร้าวพร้อมซัดหนักกว่าเดิมหากยังรุกรานเลบานอน
ทำไมอ้วนแล้ว มีปัญหานอนหลับมาก เผยวงจรอุบาทว์ที่คนอยากผอมต้องรู้
อิสราเอลหยุดโจมตีอิหร่านตามคำขอทรัมป์ พร้อมขยี้เบรุตหากฮิซบอลเลาะห์ไม่หยุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี